xs
xsm
sm
md
lg

สื่อนอกรายงาน “ไทย” กำลังเจรจาซื้อวัคซีนโนวาแวกซ์ เจน 2 ของสหรัฐฯ “ไบเดน” ใช้เวที APEC บอกชาวโลก “สหรัฐฯ เป็นคลังกระสุนวัคซีน” สีเกทับบริจาค 3 พันล้านดอลลาร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเจนซีส์ - มีรายงานสถาบันวัคซีนแห่งชาติของไทยอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อซื้อวัคซีนโนวาแวกซ์ที่เป็นวัคซีนโควิด-19 ยุคเจน 2 ของสหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นเข็มกระตุ้น ด้านผู้นำเอเซียแปซิฟิกในวันศุกร์ (16 ก.ค.) ตกลงร่วมกันในการประชุมออนไลน์ว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก APEC 2021 ยกระดับการต่อสู้ไวรัสสายพันธุ์เดลตา ร่วมกันยกระดับให้ภูมิคุ้มกันช่วยโลก สหรัฐฯ ใช้เวทีแจกแจงรายการบริจาคยาวเหยียด จีนไม่น้อยหน้าเสนอตัวให้เงิน 3 พันล้านดอลลาร์สนับสนุนชาติกำลังพัฒนา

สื่อสตาร์ของมาเลเซียรายงานเมื่อวันศุกร์ (16 ก.ค.) ว่า นพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติของไทย เปิดเผยว่า ในเวลานี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับบริษัทไบโอเทคสหรัฐฯ โนวาแวกซ์ (Novavax) เพื่อขอซื้อวัคซีนโควิด-19 ของทางบริษัทที่ถูกขึ้นชื่อว่า เป็นวัคซีนโควิด-19 ยุคเจน 2 และมีประสิทธิภาพสูง 90.4%

นพ.นคร ชี้ว่า แผนการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกรอบทำงานของคณะกรรมการสถาบันวัคซีนแห่งชาติสำหรับการจัดซื้อจำนวน 120 ล้านโดสให้ได้ภายในปีหน้า โดยมีความคาดหวังว่าการส่งมอบล็อตแรกจะเกิดขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2022

และนอกจากนี้ ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติยังเปิดเผยว่า มีความร่วมมือกับชาติอื่นๆ ในการเคลื่อนย้ายทางเทคโนโลยีของการผลิตวัคซีนเชื้อตายและวัคซีน mRNA ในไทยนั้นมีการเร่งรัดมากขึ้น

“สถาบันวัคซีนแห่งชาติกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับหลายบริษัทที่ผลิตวัคซีนซึ่งทำจากโปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ (Protein subunit vaccine) เป็นต้นว่า โนวาแวกซ์และเจ้าอื่นๆ”

เขาเสริมว่า “ผลการวิจัยเฟส 3 ของการทดลองของวัคซีนโนวาแวกซ์ในคิวบาแสดงประสิทธิภาพอยู่ที่ 90%”

เดอะสตาร์ของมาเลเซียชี้ว่า ไทยต้องการใช้วัคซีนโนวาแวกซ์เป็นเข็มกระตุ้น

ทั้งนี้ อ้างอิงจากเว็บไซต์ของสถาบันการแพทย์แห่งชาติของสหรัฐฯ NIH ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า ผลการทดลองเฟส 3 ของวัคซีนโนวาแวกซ์ในสหรัฐฯ และเม็กซิโกต่ออาสาสมัครผู้ใหญ่จำนวน 29,960 คน วัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้ที่ 90.4%

และนอกจากนี้ยังพบว่าวัคซีนโนวาแวกซ์ยังทำให้เกิดผลข้างเคียงต่อผู้ใช้น้อยกว่าเมื่อเทียบกับวัคซีนไฟเซอร์-ไบออนเทค และวัคซีนโมเดอร์นา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญสำหรับผู้รับวัคซีนอ้างอิงจากสื่อ verywellhealth ด้านสุขภาพรายงานเมื่อวันที่ 12 ก.ค.

ขณะเดียวกัน ในวันศุกร์ (16) การประชุมซัมมิตความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก APEC 2021 พบว่า บรรดาผู้นำเอเชียแปซิฟิกให้คำมั่นจะร่วมกันสู้การระบาดของไวรัสเดลตาด้วยยกระดับการให้ภูมิคุ้มกันทางวัคซีน สื่อเดอะโคลัมเบียนรายงานวานนี้ (17)

ขณะที่จีนซึ่งร่วมอยู่ด้วยประกาศทันทีจะมอบเงินสนับสนุนจำนวน 3 พันล้านดอลลาร์ใช้รับมือการระบาดในบรรดาชาติกำลังพัฒนา

การประชุมครั้งนี้ถูกจัดขึ้นแบบออนไลน์และมีผู้นำชาติสำคัญของโลกเข้าร่วม ได้แก่ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน และนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น โยชิฮิเดะ ซูงะ

โดยในรายงานของสำนักข่าวซินหัวของจีน สีกล่าวผ่านแถลงการณ์ที่มีการบันทึกไว้ล่วงหน้าและได้นำออกมาแสดงในระหว่างการหารือปิดลับว่า ทางปักกิ่งพร้อมที่จะจ่าย 3 พันล้านดอลลาร์ให้แก่ชาติที่ยากจนมากกว่าสำหรับการป้องกันการระบาดโควิด-19

และจีนได้รายงานต่อที่ประชุมว่า ปักกิ่งได้ส่งมอบวัคซีนของตัวเองจำนวนกว่า 500 ล้านโดสไปยังชาติกำลังพัฒนาอื่นๆ

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โจ ไบเดน ได้กล่าวกับผู้นำประเทศสมาชิกที่ร่วมการประชุมเช่นกันว่า เขามีพันธะที่จะส่งมอบวัคซีนจำนวนมากกว่า 500 ล้านโดสไปทั่วโลก อ้างอิงจากทำเนียบขาวที่เปิดเผยว่า ถือเป็นเป้าหมายเดียวของรัฐบาลไบเดนในการช่วยชีวิตมนุษย์

“เขา (ประธานาธิบดีสหรัฐฯ) กล่าวอย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ กำลังบริจาควัคซีนของตัวเอง ไม่ได้เอาไปเพื่อจำหน่าย ถือเป็นการย้ำให้เห็นความสำคัญของการไม่ผูกวาระเงื่อนไขทางการเมืองหรือทางเศรษฐกิจในการบริจาควัคซีน” รายงานจากแถลงการณ์ของทำเนียบขาว

เดอะโคลัมเบียนชี้ว่า ไบเดนไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของตัวเองที่ตั้งไว้ก่อนหน้าว่าจะทำการส่งมอบวัคซีน 80 ล้านโดสไปยังทั่วโลกได้ทันภายในสิ้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเนื่องมาจากติดปัญหาด้านขนส่งและผู้กำกับต่างๆ

ประเด็นการให้ภูมิคุ้มกันทางวัคซีนกลายเป็นประเด็นร้อนที่มีความเห็นแตกออกเป็นฝักเป็นฝ่ายภายในชาติสมาชิก APEC ที่กล่าวว่า เป้าหมายหลักคือการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและความรุ่งเรืองในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ไบเดนใช้โอกาสในเวทีนี้กล่าวแจกแจงไปถึงรายละเอียดการบริจาควัคซีนโควิด-19 ของสหรัฐฯ ให้แก่ประเทศต่างๆ ด้วยการชี้ว่า "สหรัฐฯ เป็นเสมือนคลังกระสุนสำหรับวัคซีนเพื่อกอบกู้โลก" พร้อมหารือร่วมกับชาติพันธมิตรในความร่วมมือเพื่อเพิ่มการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกได้อย่างไร อ้างอิงจากแหล่งข่าวระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐฯ

เดอะโคลัมเบียนชี้ว่า สหรัฐฯ ได้ส่งมอบวัคซีนไปแล้วกว่า 53 ล้านโดสไปยังกว่า 30 ชาติและดินแดนต่างๆ พร้อมกับแผนการที่จะทำการส่งมอบให้ได้อีกไม่ต่ำกว่า 30 ล้านโดสในทันทีที่ประเทศผู้รับปลายทางสามารถจัดการปัญหาด้านโลจิสติกส์และผู้กำกับของตัวเอง

และนอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ของไบเดนยังมีแผนที่จะซื้อวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อบริจาคอีกกว่า 500 ล้านโดสให้แก่ชาติอื่นๆ ในปีถัดไป

ทำเนียบขาวรายงานว่า ไทย ลาว กัมพูชา และปาปัวนิวกีนี จะได้รับการส่งมอบในไม่ช้า สหรัฐฯ บริจาคให้อินโดนีเซียมากที่สุดที่ 4.5 ล้านโดส และฟิลิปปินส์ลำดับ 2 ที่ 3.2 ล้านโดส และสหรัฐฯ ยังบริจาคให้แก่ชาตินอก APEC คือ กัมพูชา

ทั้งนี้ วิกฤตโควิด-19 ทำให้ภายในภูมิภาคมีการสูญเสียงานไปกว่า 80 ล้านตำแหน่ง

เดอะโคลัมเบียนรายงานว่า ภายในการประชุมยังมีการทุ่มเถียงและการตัดพ้อ เป็นต้นว่า ตัวแทนไต้หวันที่เข้าร่วมกล่าวหาว่า ปักกิ่งพยายามใช้วัคซีนเพื่อวาระแอบแฝงทางการเมือง และยังใช้อิทธิพลเข้าขวางการส่งวัคซีนโควิด-19 ให้ไต้หวันจากญี่ปุ่นและสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน จีนได้ฟ้องต่อที่ประชุมว่า ออสเตรเลียพยายามกีดกันไม่ให้จีนแจกวัคซีนจีนแก่ปาปัวนิวกีนี

ชาติสมาชิกในที่ประชุมเห็นพ้องในการลดระดับเพดานภาษีสำหรับการนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ข้ามพรมแดนก่อนหน้าการประชุม APEC ครั้งต่อไปในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งภาษีสำหรับหลอดบรรจุวัคซีน ไซริงค์ฉีด และบรรจุภัณฑ์มักเผชิญกับกำแพงภาษีถึงทำให้ผู้นำนิวซีแลนด์ออกปากว่า เป็นปัญหาที่แท้จริงที่เศรษฐกิจ APEC มีความสามารถจะกำจัดได้










Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...