ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่คร่าชีวิตคนฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว 6 รายในประเทศเซเชลส์ ในขณะที่หมู่เกาะแห่งนี้กำลังเผชิญกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระดับสูง แม้มีอัตราการฉีดวัคซีนประชาชนในสัดส่วนที่มากกว่าประเทศอื่นๆ
จูด เกดีรอน กรรมการสาธารณสุขแห่งชาติของหมู่เกาะเซเชลส์ เปิดเผยระหว่างแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี (1 ก.ค.) ว่า ในบรรดาผู้เสียชีวิตนั้น มี 5 รายที่ฉีดวัคซีนโควิชิลด์ วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า เวอร์ชันผลิตในอินเดีย ส่วนอีกคนฉีดวัควีนของซิโนฟาร์ม
ทั้งนี้ ในประเทศเซเชลส์สงวนวัคซีนโควิชิลด์ใช้เฉพาะกับบุคคลที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
อัตราการติดเชื้อในประเทศแห่งนี้เริ่มพุ่งสูงในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม และทรงตัวอยู่ในระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมานับตั้งแต่นั้น ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าน่าจะมาจากการเล็ดลอดเข้ามาของตัวกลายพันธุ์เดลตาที่พบครั้งแรกในอินเดีย ซึ่งแพร่กระจายเชื้อได้ง่ายมาก เกดีรอนระบุ
“ดูเหมือนว่าสายพันธุ์เดลตาจะเข้ามาในเซเชลส์ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นตัวอธิบายของอัตราการติดเชื้อที่สูงขึ้นในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมได้เป็นอย่างดี” เกดีรอนกล่าว “เราสันนิษฐานว่าเคสผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ที่เราพบในเดือนพฤษภาคมมาจากตัวกลายพันธุ์ดังกล่าว”
เซเชลส์เร่งรีบฉีดวัคซีนแก่ประชาชน 98,000 คนของเกาะ เพื่อกลับมาเปิดการท่องเที่ยวอีกครั้ง ในขณะที่ภาคการท่องเที่ยวคือสายโลหิตหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของประเทศหมู่เกาะแห่งนี้ ปัจจุบันพวกเขาจำเป็นต้องกำหนดข้อจำกัดด้านการรวมตัว และจำกัดเวลาเปิดปิดบริการของบาร์และร้านอาหารต่างๆ
“คณะผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมโรคแห่งแอฟริกาทำงานร่วมกับเราในช่วง 3 สัปดาห์หลังสุด เพื่อประเมินอัตราการฉีดวัคซีน ข้อมูลและแนวทางตอบสนองของเรา” เกดีรอนกล่าว “พวกเขาจะคลอดรายงานซึ่งจะช่วยให้เราตัดสินใจในยุทธศาสตร์ต่างๆ สำหรับเดินหน้าในแง่ของโครงการฉีดวัคซีนและมาตรการต่างๆ”
(ที่มา : บลูมเบิร์ก)


