xs
xsm
sm
md
lg

สุดสะพรึง! โควิด-19 กลายพันธุ์อินเดียมาถึง “มาเลเซีย” แล้ว ภารตะชั้นกลางครวญ หาทั่ว 15 รพ.ยังไม่มีเตียง-ออกซิเจนจนแม่ตาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รอยเตอร์/เอพี/เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ - รัฐมนตรีสาธารณสุขมาเลเซีย อาดัม บาบา แถลงยืนยันวันนี้ (2 เม.ย.) ว่า เป็นครั้งแรกที่พบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อินเดีย ขณะที่ศาลอินเดียสั่งล่าสุดจะเริ่มบทลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่สามารถส่งออกซิเจนให้โรงพยาบาล ประชาชนคนชั้นกลางอินเดียถูกปฏิเสธจาก 15 โรงพยาบาล เตียงไม่พอ-ขาดออกซิเจน จนผู้เป็นแม่ดับจากโควิด-19

รอยเตอร์รายงานวันนี้ (2 พ.ค.) ว่า วิกฤตโควิด-19 ในอินเดียเริ่มส่งผลกระทบมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รัฐมนตรีสาธารณสุขมาเลเซีย อาดัม บาบา (Adham Baba) แถลงวันอาทิตย์ (2) ว่า ถือเป็นครั้งแรกที่มาเลเซียพบเคสไวรัสกลายพันธุ์อินเดีย B.1.617จากผู้ป่วยสัญชาติอินเดียที่ท่าอากาศยานนานาชาติกัวลาลัมเปอร์

เขากล่าวต่อว่า องค์การอนามัยโลกตั้งฉายาให้กับสายพันธุ์อินเดีย B.1.617 ว่าเป็น "Variant of Interest ที่ชี้ไปว่าการกลายพันธุ์ของมันอาจทำให้มีการติดต่อได้ง่ายขึ้น ส่งผลทำให้โรคมีความร้ายแรงเพิ่มขึ้นหรืออาจถึงขั้นเล็ดลอดต่อภูมิคุ้มกันที่มาจากการฉีดวัคซีนโควิด-19

ทั้งนี้ CDC สหรัฐฯได้แบ่งชนิดของ SARS-CoV2 variants ไว้ 3 ระดับ (1) Variant of Interest คือไวรัสที่มี genetic markers ที่น่าจะสัมพันธ์/ส่งผลต่อปัจจัยข้างต้น อยู่ในขั้นรอการพิสูจน์อย่างชัดเจน (2) Variant of Concern (VOC) คือมี evidence ชัดเจนแล้ว และ (3) Variant of High Consequence อันนี้เหมือนขั้นสุด คือมี evidence ชัดเจนและรุนแรงกว่า VOC

“เราขอแนะนำให้สาธารณชนอยู่ในความสงบ..ทุกความพยายามทางสาธารณสุขจะดำเนินต่อไปเพื่อทำให้วงจรการติดเชื้อสิ้นสุดและทำให้สาธารณะมีความปลอดภัย” รัฐมนตรีมาเลเซียแถลง แต่ไม่เปิดเผยว่าการพบสายพันธุ์อินเดียนี้เกิดขึ้นเมื่อใด

มาเลเซียซึ่งในเวลานี้กำลังพบกับการเพิ่มขึ้นของการติดเชื้อในวันพุธ (28 เม.ย.) สั่งห้ามเที่ยวบินจากอินเดียและเดินทางไปอินเดียทั้งหมด พร้อมกับสั่งห้ามนักท่องเที่ยวจากอินเดียเข้าประเทศเพื่อป้องกันการระบาดจากสายพันธุ์ใหม่

ท่ามกลางความพยายามจากในประเทศอินเดียที่รัฐบาลนิวเดลีใช้ทุกช่องทางทั้งทางรถไฟ กองทัพอากาศ และกองทัพเรือเพื่อกระจายถังออกซิเจนไปยังพื้นที่ซึ่งเกิดการระบาดสูงสุด

ทั้งนี้ พบว่าผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 12 ราย รวมแพทย์ 1 คนเสียชีวิตวานนี้ (1) ที่โรงพยาบาลกรุงนิวเดลีหลังจากขาดออกซิเจนเป็นเวลา 80 นาที เอส.ซี.แอล. กุปตะ (S.C.L. Gupta) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบาตรา (Batra hospital) ให้ข้อมูลต่อเอพี

และมีการเสียชีวิตเนื่องมาจากขาดออกซิเจนอีกจำนวน 16 รายใน 2 โรงพยาบาลที่รัฐอานธรประเทศ (Andhra Pradesh) และอีก 6 รายที่โรงพยาบาลชานเมืองกรุงนิวเดลี อ้างอิงจากไทมส์ออฟอินเดีย

เอพีชี้ว่า จากการที่รัฐบาลนิวเดลีไม่สามารถส่งถังออกซิเจนให้แก่โรงพยาบาลต่างๆ ส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเหล่านั้นหันไปพึ่งศาลเพื่อขอความช่วยเหลือ

ศาลสูงนิวเดลีกล่าวผ่านคำพิพากษาว่า “น้ำอยู่เกินระดับศีรษะแล้ว พอกันที” พร้อมกันนั้นยังเสริมว่า ทางศาลจะเริ่มลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐหากว่าออกซิเจนไม่ได้ถูกแจกจ่ายออกไปตามโรงพยาบาลต่างๆ

ผู้พิพากษา วิปิน ซานกี (Vipin Sanghi) และผู้พิพากษา เรคา ปาติล (Rekha Patil) ชี้ว่า “เราไม่สามารถปล่อยให้ประชาชนเสียชีวิต” พร้อมกันนี้ทางศาลจะเริ่มกระบวนการละเมิดอำนาจศาล

ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมากรุงนิวเดลีมีจำนวนผู้เสียชีวิต 412 คน ถือว่าสูงสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤต ด้านกองทัพอินเดียเปิดโรงพยาบาลของกองทัพให้แก่พลเรือน พร้อมกันนั้นยังออกคำสั่งเรียกหมอทหารจำนวน 600 นายที่เกษียณอายุราชการกลับมาช่วยเหลือ ส่วนกองทัพเรือได้จัดส่งพยาบาล 600 คนไปช่วยตามโรงพยาบาลพลเรือนต่างๆ อ้างอิงจากแถลงการณ์รัฐบาลอินเดีย

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเตียงไม่พอและขาดออกซิเจนยังคงเกิดขึ้นและกระทบไปถึงคนชนชั้นกลางระดับบน เช่น สาวิตา โอเบอรอย (Savita Oberoi) ต้องจากโลกนี้ไปหลังติดเชื้อโควิด-19 ในวัย 61 ปีเมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา

อัลญะซีเราะห์ สื่อกาตาร์รายงานวันนี้ (2) ว่า ครอบครัวของเธอได้ตระเวนเสาะหาโรงพยาบาลไปทั่วกว่า 15 แห่งด้วยกัน แต่ทว่าถูกปฏิเสธกลับมา

“เราได้ตระเวนติดต่อโรงพยาบาลไม่ต่ำกว่า 15 แห่งด้วยกัน ควานหาทั่วทั้งคอนเนกชันที่รู้จักเพื่อจัดหาการรักษาพยาบาลให้กับแม่” วานดานา ปาลีวาล (Vandana Paliwal) บุตรสาววัย 38 ปีอาชีพครูที่เขตเดลลีตะวันตกกล่าว และเสริมต่อว่า “ในที่สุดเราสามารถหาเตียงให้แม่ผู้เป็นที่รักได้ไม่กี่วันหลังจากความพยายามนั้นผ่านทางคนรู้จักที่มีคอนเนกชันรู้จักกับฝ่ายบริหารของโรงพยาบาล”

แต่ทว่ามันสายเกินไป ภายในไม่ถึงชั่วโมงพบว่าผู้เป็นแม่ได้สิ้นใจ และทางโรงพยาบาลได้ติดต่อครอบครัวโอเบอรอยในเวลาเที่ยงคืนว่าผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว

ปาลีวาลแสดงความเห็นอย่างหดหู่ว่า “สิ่งที่ดิฉันสามารถกล่าวได้คือคนอินเดียไม่ได้เสียชีวิตจากโควิด-19 แต่พวกเขาตายเพราะไม่ได้รับการรักษาทันเวลา นั่นเป็นความแตกต่างอย่างมาก ดิฉันได้เสียพ่อไปก่อนหน้า และในตอนนี้ได้สูญเสียแม่ของตัวเองไป เท่ากับมันเป็นการสูญเสียเป็น 2 เท่าของตัวเอง”

อัลญะซีเราะห์กล่าวว่า ถึงแม้ครอบครัวของเธอจะมีความสะดวกสบายทางการเงิน แต่ทว่าเป็นสิ่งยากมากในเวลานี้สำหรับทางครอบครัวที่จะสามารถจัดหาการรักษาให้กับสาวิตา โอเบอรอยได้ ไม่ต้องพูดไปถึงชาวอินเดียที่ยากไร้จำนวนมากในเวลานี้

เธอกล่าวถึงสถานการณ์ภายในประเทศอินเดียอีกว่า มีแถวยาวต่อคิวทุกหนทุกแห่งทั้งที่คลินิก โรงพยาบาล ห้องแล็บ ร้านขายยา และชี้ว่าต้องใช้เวลา 2 วันเต็มที่ครอบครัวยังไม่สามารถหาเจ้าหน้าที่แล็บเพื่อมาตรวจแม่ของเธอได้ ทำให้ปาลีวาลได้ข้อสรุปว่า ในเวลานี้ถึงชนชั้นอินเดียที่มีเงินแต่ก็ยังไม่สามารถทำให้ตัวเองได้รับการรักษา และอีกทั้งยังไม่มีหลักประกันว่าจะได้รับการรักษาและมีชีวิตรอดต่อไป