ฝรั่งเศส, เยอรมนี และหลายประเทศในยุโรปเตรียมกลับมาใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของ “แอสตร้าเซนเนก้า” อีกครั้งในวันนี้ (19 มี.ค.) หลังจากที่หน่วยงานกำกับยาของสหภาพยุโรปออกมายืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัย ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ เผยโครงการฉีดวัคซีนให้ชาวอเมริกันจะบรรลุเป้าหมาย 100 ล้านโดสเร็วกว่าที่คิดไว้หลายสัปดาห์
ความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาลิ่มเลือดอุดตันจากการใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ส่งผลให้การแจกจ่ายวัคซีนตัวนี้ถูกระงับในหลายประเทศ ตั้งแต่อินโดนีเซียเรื่อยไปยันเวเนซุเอลา
ล่าสุด สเปน, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, โปรตุเกส, ลิทัวเนีย, แลตเวีย, สโลวีเนีย และบัลแกเรีย ก็ระบุแล้วเช่นกันว่าจะเริ่มฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ากันต่อหลังจากที่สำนักงานยาแห่งยุโรป (European Medicines Agency – EMA) เผยแพร่คำแถลงยืนยันวานนี้ (18) ว่าวัคซีนตัวดังกล่าว “ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ”
องค์การอนามัยโลก (WHO) เตรียมออกรายงานสรุปยืนยันความปลอดภัยของวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเช่นกันในวันนี้ (19) หลังจากที่เรียกร้องให้นานาชาติใช้วัคซีนที่ผลิตโดยบริษัทเวชภัณฑ์ข้ามชาติ อังกฤษ-สวีเดนรายนี้ต่อไป
ทั้งนี้ วัคซีนของแอสตร้าเซเนก้าถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะกับประเทศกำลังพัฒนา เนื่องจากมีราคาถูกเป็นอันดับต้นๆ ทั้งยังเก็บรักษาและขนส่งได้ง่ายกว่าวัคซีนคู่แข่งบางตัว และปัจจุบันวัคซีนชนิดนี้ก็เป็นส่วนสำคัญในโครงการ COVAX ของ WHO ที่มุ่งกระจายวัคซีนให้แก่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างเป็นธรรม
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ คาดว่าจะฉีดวัคซีนโดสที่ 100 ล้านให้แก่ชาวอเมริกันในวันนี้ (19) ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ผู้คนเริ่มมีหวังว่าเศรษฐกิจอเมริกาจะกลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่งได้ในอีกไม่ช้า
“ผมมีความภูมิใจที่จะประกาศให้ทราบว่า วันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันที่ 58 ที่รัฐบาลของผมเข้ามาทำหน้าที่ เราจะบรรลุเป้าหมายฉีดวัคซีน 100 ล้านโดสให้แก่ชาวอเมริกัน” ไบเดน แถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ (18)
อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ย้ำว่า “แม้นี่จะเป็นเวลาที่เราสามารถมองโลกในแง่ดี แต่ยังไม่ใช่เวลาที่เราจะผ่อนคลาย”
ชาวฝรั่งเศสหลายล้านคนเตรียมตัวเข้าสู่ภาวะล็อกดาวน์บางส่วนรอบใหม่เป็นเวลา 1 เดือน โดยจะเริ่มตั้งแต่หลังเที่ยงคืนวันนี้ (19) หลังจากที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่เมืองน้ำหอมพุ่งทำสถิติสูงสุดในรอบเกือบ 4 เดือน
ธุรกิจที่ไม่จำเป็นจะต้องปิดตัวลงชั่วคราว แต่รัฐยังคงอนุญาตให้โรงเรียนเปิดการเรียนการสอนต่อไปได้ ส่วนการออกกำลังกายกลางแจ้งสามารถทำได้ภายในรัศมีไม่เกิน 10 กิโลเมตรจากที่พักอาศัย นอกจากนี้ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากคำสั่งล็อกดาวน์ก็จะต้องกรอกแบบฟอร์มชี้แจงเหตุผลเพื่อขออนุญาตออกจากบ้านด้วย
(ที่มา : เอเอฟพี)


