xs
xsm
sm
md
lg

สุดอึ้ง! จนท.แฉ ‘ทรัมป์’ อาสานำแอร์ฟอร์ซวันไปส่ง ‘คิมจองอึน’ ที่เปียงยาง หลังประชุมซัมมิตที่ฮานอย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สื่อ BBC ของอังกฤษเผยคำบอกเล่าของอดีตเจ้าหน้าที่ซึ่งระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เคยอาสานำเครื่องบินประจำตำแหน่ง “แอร์ฟอร์ซวัน” ไปส่งผู้นำ คิม จองอึน แห่งเกาหลีเหนือ ถึงกรุงเปียงยาง ภายหลังการประชุมซัมมิตที่กรุงฮานอยเมื่อ 2 ปีก่อน

คิม และ ทรัมป์ เคยเปิดสงครามน้ำลายใส่กันอย่างดุเดือดในช่วงแรกๆ ก่อนจะได้เกาหลีใต้รับบท “กาวใจ” ช่วยประสานรอยร้าว จนนำมาสู่การประชุมซัมมิตหนแรกในประวัติศาสตร์ ระหว่างผู้นำสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ปี 2018 ที่สิงคโปร์ และทั่วโลกยังได้เห็นปรากฏการณ์ “โบรมานซ์” ทางการทูตที่ ทรัมป์ ถึงขั้นพูดว่าตนกับ คิม “ตกหลุมรัก” ซึ่งกันและกัน

อย่างไรก็ดี ผลการเจรจาในครั้งนั้น กลับไม่นำไปสู่ความคืบหน้าอย่างที่ทุกฝ่ายคาดหวัง และกระบวนการเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือเริ่มหยุดชะงักภายหลังซัมมิตรอบ 2 ที่เมืองหลวงเวียดนาม เนื่องจากโสมแดงเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเสียก่อน ในขณะที่ฝ่ายวอชิงตันก็ไม่ไว้ใจว่าเกาหลีเหนือจะยอมปลดนุกจริงหรือไม่

สารคดีของบีบีซีซึ่งใช้ชื่อว่า “Trump Takes on the World” ระบุว่า “แม้แต่นักการทูตผู้คร่ำหวอดยังต้องตะลึง” เมื่อผู้นำสหรัฐฯ เอ่ยปากอาสานำเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันไปส่งผู้นำ คิม ถึงกรุงเปียงยาง หลังการประชุมซัมมิตที่ฮานอยปิดฉากลง


ทั้งนี้ หาก คิม ยอมรับข้อเสนอ ตัวเขาเองและคณะเจ้าหน้าที่โสมแดงบางคนจะได้มีโอกาสโดยสารเครื่องบินประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และทำให้ “แอร์ฟอร์ซวัน” ต้องบินเข้าสู่น่านฟ้าเกาหลีเหนือ ซึ่งอาจจะก่อความเสี่ยงอย่างร้ายแรงตามมา

อย่างไรก็ดี เหตุการณ์อย่างที่ว่านี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้น เนื่องจาก คิม เลือกที่จะปฏิเสธไมตรีของ ทรัมป์

“ประธานาธิบดี ทรัมป์ อาสาที่จะพา คิม ขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันกลับบ้าน” แมทธิว พอตทิงเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียประจำสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ในขณะนั้น ให้สัมภาษณ์กับบีบีซี

“ประธานาธิบดีทราบว่า ผู้นำ คิม ต้องนั่งรถไฟนานหลายวันผ่านประเทศจีนเพื่อมายังฮานอย และได้เสนอว่า ‘ผมจะพาคุณไปส่งบ้านภายใน 2 ชั่วโมงถ้าคุณต้องการ’ แต่ คิม ปฏิเสธ” พอตทิงเกอร์ ระบุ

ก่อนหน้านั้น คณะของผู้นำเกาหลีเหนือเคยเดินทางด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำของ “แอร์ไชน่า” ไปประชุมซัมมิตกับ ทรัมป์ ที่สิงคโปร์เมื่อปี 2018 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าจีนเองก็ต้องการรักษาอิทธิพลที่ตนมีต่อโสมแดง อันเป็นเสมือน “รัฐกันชน” ที่คั่นกลางระหว่างพรมแดนจีนกับเกาหลีใต้ซึ่งมีทหารอเมริกันประจำการถาวรอยู่ถึง 28,500 นาย

ระหว่างเจอกันครั้งแรกที่สิงคโปร์ ทรัมป์ ยังลงทุนเปิดรถคาดิลแลคประจำตำแหน่ง “The Beast” มูลค่า 45 ล้านบาท ให้ผู้นำเกาหลีเหนือเข้าไปชมอย่างใกล้ชิด เพื่อแสดงถึงความมีไมตรีต่อกัน

อย่างไรก็ตาม คิม ได้ประกาศล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วว่า สหรัฐฯ คือ “ศัตรูเบอร์หนึ่ง” และตนเชื่อว่า นโยบายที่ก้าวร้าวที่อเมริกามีต่อเกาหลีเหนือ “จะไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีก็ตาม”

ที่มา: เอเอฟพี
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...