เอเอฟพี/เอเจนซีส์ – รัฐบาลบังกลาเทศในวันนี้(28 ธ.ค)ส่งกลุ่มผู้อพยพมุสลิมโรฮิงญาไปยังเกาะบาชัน จาร์ อีกครั้งโดยไม่มีสหประชาชาติร่วมในกระบวนการ 1 สัปดาห์หลังตุรกีออกมาแสดงทางสาธารณะให้การสนับสนุนต่อผู้อพยพในบังกลาเทศ และมีแผนเตรียมสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ที่ทันสมัยในบังกลาเทศ
เอเอฟพีรายงานวันนี้(28 ธ.ค)ว่า รัฐบาลบังกลาเทศมีเป้าหมายเพื่อส่งผู้อพยพมุสลิมโรฮิงญา 100,000 คนไปยังเกาะบาชัน จาร์(Bhashan Char)กลางอ่าวเบงกอลเนื่องมาจากเกาะแห่งนี้ที่เพิ่งเกิดใหม่และมีพื้นที่โดยรวม 56 ตารางกิโลเมตรนั้นอยู่ห่างไกล
รัฐมนตรีต่างประเทศบังกลาเทศ เอ.เค อับดุล โมเมน(A.K. Abdul Momen) เปิดเผยจำนวนตัวเลขผู้อพยพที่ถูกส่งไปที่เกาะที่เขาเรียกว่า “เป็นเกาะรีสอร์ที่สวยงาม” ในวันจันทร์(28)มีจำนวนต่ำกว่า 1,000 คน
ซึ่งเมื่อต้นเดือนธันวาคมรัฐบาลบังกลาเทศได้ส่งมุสลิมโรฮิงญาไม่ต่ำกว่า 1,600 คนไปก่อนหน้าโดยที่ไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน
รถบัสได้นำตัวกลุ่มผู้อพยพเป้าหมายออกไปจากค่ายผู้อพยพหลักที่เขต ค็อกซ์ บาซาร์( Cox's Bazar)ที่คาดว่าภายในมีจำนวนมุสลิมโรฮิงญาอาศัยเกือบ 1 ล้านคน
โมเมนให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพีว่า “พวกเขาเดินทางไปอย่างสมัครใจ คนเหล่านี้มีความกระตือรือล้นที่จะไปยังเกาะบาชัน จาร์เนื่องมาจากพวกเขาได้ยินเรื่องราวจากญาติที่ได้เดินทางไปยังเกาแห่งนี้ก่อนหน้าว่า เป็นสถานที่ยอดเยี่ยม”
ทั้งนี้รัฐมนตรีต่างประเทศบังกลาเทศอ้างว่า เกาะแห่งนี้ดีกว่าค่ายผู้อพยพค็อกซ์ บาซาร์ถึง 100 เท่า และบรรดาผู้อพยพต่างร้องขอให้ส่งพวกเขาไปยังที่เกาะเอง
รัฐมนตรีต่างประเทศบังกลาเทศแสดงความเห็นต่อว่า “เกาะบาชัน จาร์เป็นรีสอร์ทที่สวยงาม มันเป็นรีสอร์ทที่ยอดเยี่ยม และเมื่อใครได้ไปที่นั่นครั้งแรกแล้ว พวกเขาต้องหลงรัก”
การเริ่มส่งผู้อพยพมุสลิมโรฮิงญารอบใหม่เกิดขึ้น 1 สัปดาห์หลังจากตุรกีออกมาแสดงการสนับสนุนกลุ่มผู้อพยพในบังกลาเทศ โดยรัฐมนตรีต่างประเทของตุรกีกล่าวว่า รัฐบาลอังการาของประธานาธิบดี เรเจป ตัยยิบ แอร์โดอัน เตรียมสร้างโรงพยาบาลขึ้นใหม่ในบังกลาเทศ สำนักข่าวอนาโดลูรายงานวันพุธที่ผ่านมา(23)
เมฟลุต คาวูโซกลู(Mevlut Cavusoglu) กล่าวในแถลงการณ์ร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศบังกลาเทศว่า "ในฐานะที่เป็นตุรกี ทางเราตลอดมาให้การสนับสนุนต่อกลุ่มผู้ตกในความเสี่ยงเหล่านี้และบังกลาเทศมาตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว ในอนาคตทางเรายังคงให่้การสนับสนุนต่อไป"
และในการแถลงข่าวเขายังประกาศว่า ตุรกีมีแผนที่จะสร้างโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานสากลในบังกลาเทศขึ้นในอนาคตอันใกล้ ซึ่งคาวูโซลได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการโยกย้ายกลุ่มมุสลิมโรฮิงญาไปยังเกาะที่ห่างไกลและน้ำท่วมถึงนั้น รัฐบาลธากาสมควรที่ต้องร่วมมือกับประชาคมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหประชาชาติ และ UNHCR
TRT สื่อตุรกีรายงานเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า รัฐบาลตุรกีให้โอกาสแก่บรรดานักศึกษาชาวโรฮิงญา โดยหนึ่งในนั้นเป็นนักศึกษาชายที่กำลังเรียนภาษาเติร์กอย่างขมักเขม้นเพื่อเริ่มต้่นเรียนระดับปริญญาโทคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยนักศึกษาชายรายนี้พร้อมครอบครัวอพยพไปยังซาอุดีอาระเบียหลังหลบหนีออกมาจากพม่าได้สำเร็จและเติบโตขึ้นที่นั่น อย่างไรก็ตามทั้งน้าและอาของเขาที่ยังคงอยู่ในพม่าแต่ต้องหลบหนีออกมาหลังเกิดความรุนแรงขึ้น
ในวิดีโอคลิปยาสซิน (Yassin)นักศึกษาชายชาวโรฮิงญาที่ให้สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่วกล่าวว่า "วิธีแก้ปัญหาคือพวกเรากลับไปเอาที่ดินของเราคืนมา พวกเราต้องมีสิทธิ์อย่างสมบูรณ์เป็นต้นว่า มีงานทำ มีการศึกษา สามารถทำธุรกิจได้ พวกเราต้องการทุกสิ่งทุกอย่าง" และเขากล่าวไปถึงบรรดาชาวโรฮิงญาที่อายุน้อยในอิรัก โดยชี้ว่า เด็กเหล่านี้กล่าวว่า พวกเขาไม่สามารถเรียนหนังสือได้ และย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการศึกษา
เอเอฟพีรายงานว่า ทั้งนี้มีผู้อพยพชายชาวโรฮิงญา 2 คนในกลุ่มล่าสุดยืนยันกับเอเอฟพีว่า พวกเขาเต็มใจที่จะไปยังเกาะแห่งนี้เอง
นูร์ คามาล(Nur Kamal) ผู้อพยพโรฮิงญาจากค่ายผู้อพยพคูตูปาลัง (Kutupalang )ขนาดใหญ่ให้ข้อมูลว่า เขายอมที่จะเดินทางไปที่เกาะเกาะบาชัน จาร์เพื่อที่จะอาศัยกับญาติบนเกาะแห่งนี้ “จะมีประโยชน์อันใดที่จะต้องอาศัยอยู่ที่นี่ (ค่ายผู้อพยพ) โดยที่ไม่มีพวกเขาอยู่”
ขณะที่ เซราจูล อิสลาม (Serajul Islam) เปิดเผยว่าเขาจะเดินทางไปพร้อมกับสมาชิกครอบครัว 5 คนโดยที่เป็นการสมัครใจของตัวเอง
“ในหนทางที่ประชาคมโลกจะแก้ปัญหาพวกเรา ผมมองไม่เห็นอนาคตในการต้องอาศัยอยู่ในค่ายต่อไป” อิสลามให้สัมภาษณ์จากรถบัสที่กำลังจะออกเดินทางไปจิตตะกอง (Chattogram)
และเสริมต่อว่า “มันดีกว่า ผมจะอาศัยอยู่ที่นั่นตลอดทั้งชีวิตในที่พักซึ่งมีความเป็นอยู่ที่ดีกว่า อย่างน้อยมไม่ต้องวิตกถึงปัญหาน้ำท่วมระหว่างหน้าฝนและสภาพอากาศร้อนจัดในฤดูร้อน”
ทั้งนี้พบว่ากระบวนการเคลื่อนย้ายนำผู้อพยพโรฮิงญากลุ่มล่าสุดเดินทางไปที่เกาะกลางอ่าวเบงกอลนั้นไม่มีสหประชาชาติร่วมอยู่ในกระบวนการ มีผู้อพยพมสลิมโรฮิงญาอาศัยอยู่ในค่ายผู้อพยพค็อกซ์ บาซาร์ มากกว่า 700,000 คนมาตั้งแต่ปี 2017 หลังจากที่พวกเขาหนีออกมาจากพม่า
ซึ่งหลังจากผู้อพยพโรฮิงญากลุ่มแรกไปยังเกาะไม่ต่ำกว่า 1,600 ไปเมื่อวันที่ 4 ธ.ค มีผู้อพยพไม่กี่คนเปิดเผยกับเอเอฟพีว่า คนเหล่านี้ถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกายและข่มขู่ให้ยอมตกลงย้ายออก
“ข้อกล่าวหาที่ถูกเล่าภายในชุมชนเกี่ยวกับการใช้เงินเป็นสินน้ำใจให้กับบรรดาครอบครัวโรฮิงญาเพื่อให้ยอมย้ายไปยังเกาะบาชัน จาร์ รวมไปถึงการใช้วิธีข่มขู่ทำให้กระบวนการโยกย้ายนั้นกลายเป็นคำถาม” ซาอัด ฮัมมาดี (Saad Hammadi)จากกลุ่มแอมเนสตีสากลกล่าว
อย่างไรก็ตามโมเมนกล่าวกับเอเอฟพีในประเด็นนี้ว่า “เป็นเรื่องที่กุขึ้น”


