xs
xsm
sm
md
lg

ม็อบหัวรุนแรงโจมตีร้านค้าจีน-สถานีรถไฟ หลังผู้ประท้วงฮ่องกงถูกแทงขณะแจกใบปลิว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

<i>พวกผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ขว้างระเบิดขวดน้ำมันใส่สถานีตำรวจจิมซาจุ่ย  ระหว่างการประท้วงที่ฮ่องกงวันอาทิตย์ (20 ต.ค.) </i>
เอเจนซีส์ – ตำรวจฮ่องกงกับพวกผู้ประท้วง ดวลกันด้วยแก๊สน้ำตาและระเบิดขวดน้ำมันเมื่อวันอาทิตย์ (20 ต.ค.) ขณะที่การเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลอย่างผิดกฎหมายซึ่งเรียกผู้คนเข้าร่วมได้เป็นเรือนหมื่นแม้ไม่ได้รับอนุญาตจากทางการ ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นความชุลมุนวุ่นวาย เมื่อกลุ่มฮาร์ดคอร์เข้าโจมตีร้านค้าเป็นร้อยๆ แห่ง และโยนสินค้าในร้านออกมาที่ถนน รวมทั้งเล็งเป้าหมายเล่นงานพวกธนาคารกลางจีนและสถานีรถไฟใต้ดิน โดยที่การเดินขบวนท้าทายในคราวนี้ ยังมีปัจจัยจากโกรธแค้นที่ผู้ประท้วงหลายคนถูกทำร้ายเลือดอาบ ล่าสุดคือหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกแทงคอและท้อง ขณะแจกใบปลิวเมื่อค่ำวันเสาร์ (19)

ทางการฮ่องกงไม่อนุญาตให้จัดการเดินขบวนในวันอาทิตย์ ที่ย่านจิมซาจุ่ย ซึ่งเป็นย่านช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าและโรงแรมหรู ตามที่พวกผู้จัดร้องขอ โดยให้เหตุผลด้านความปลอดภัยและการก่อความรุนแรงของกลุ่มผู้ประท้วงในช่วงที่ผ่านมา

ทว่า ประชาชนหลายหมื่นคนไม่สนใจมาตรการแบนดังกล่าว และพากันออกสู่ท้องถนนเพื่อเดินหน้ากดดันรัฐบาลต่อเนื่องนับจากเริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายน
<i>เหยื่อวัย 19 ปีซึ่งถูกฟันแทงที่คอและท้องเมื่อตอนค่ำวันเสาร์ (19 ก.ย.) ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในสภาพที่ยังมีสติอยู่ </i>
สถานการณ์ล่าสุดตึงเครียดยิ่งขึ้นหลังจากแกนนำกลุ่มประท้วงใหญ่ จิมมี ชัม ถูกทำร้ายและต้องนำส่งโรงพยาบาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ต่อมาเมื่อค่ำวันเสาร์ มีชายหนุ่มอายุ 19 ปีผู้หนึ่งซึ่งไปแจกใบปลิวสนับสนุนประชาธิปไตย ถูกฟันแทงที่คอและท้อง

โฆษกตำรวจแถลงว่าผู้ถูกทำร้ายได้ถูกนำส่งโรงพยาบาลในสภาพที่ยังมีสติอยู่ ขณะที่ภาพจากผู้ที่ผ่านไปมาและนำออกเผยแพร่ทางสื่อสังคม แสดงให้เห็นว่า เหยื่อผู้นี้แต่งชุดดำและสวมหน้ากากปิดบังใบหน้า

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ชายหนุ่มผู้นี้กำลังแจกใบปลิวใกล้ๆ กับสถานีรถไฟ ไท่โป แล้วเกิดทะเลาะกับชายอีกผู้หนึ่ง โดยดูเหมือนเพราะมีความคิดเห็นทางการเมืองแตกต่างกัน ชายผู้นั้นได้ใช้มีดทำร้ายที่คอเหยื่อ ทางฝ่ายหยื่อได้วิ่งหนี แต่ผู้ทำร้ายก็ไล่ติดตามจนทันแล้วแทงไปที่ท้องเหยื่ออีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีไป

อย่างไรก็ตาม ตำรวจบอกว่าชายผู้ทำร้ายได้มามอบตัวในเวลาต่อมา

ในวันอาทิตย์ พวกผู้ประท้วงหลายคนที่ไปรวมตัวกันบอกว่า ต้องการประกาศให้รู้ว่า จะไม่ยอมจำนนต่อการถูกทำร้าย จับกุม หรือการสั่งห้ามของทางการ
<i>ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลผู้หนึ่งถูกตำรวจปราบจลาจลจับกุม </i>
<i>ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลจุดไฟเผาที่ด้านนอกสถานีรถไฟใต้ดินมองก็อก</i>
การประท้วงในวันอาทิตย์เริ่มต้นขึ้นเหมือนกับหลายๆ ครั้งและกลายเป็นรูปแบบประจำของฮ่องกงในขณะนี้ด้วยการเดินขบวนขนาดใหญ่อย่างสันติ จากนั้นผู้ประท้วงหัวรุนแรงกลุ่มเล็กๆ ได้ตระเวนโจมตีทางเข้าสถานีรถไฟใต้ดินบางแห่ง ห้างร้านและธนาคารของจีน ซึ่งทำให้คนจีนในฮ่องกงเริ่มกังวลกับความปลอดภัยของตัวเอง

ร้านค้าเป็นร้อยๆ แห่งก็ถูกบุกโจมตี โดยผู้ประท้วงได้นำสินค้าออกมาโยนไว้ที่ถนน ในร้านที่ถูกโยนของแห่งหนึ่งมีโน้ตติดไว้ระบุว่านี่เป็นร้านของม็อบคนจีนแผ่นดินใหญ่ที่ทำร้ายคนบริสุทธิ์

ทางด้านตำรวจใช้แก๊สน้ำตาสลายผู้ประท้วงหัวรุนแรงหน้าสถานีตำรวจจิมซาจุ่ย หลังถูกโจมตีด้วยระเบิดขวดน้ำมัน

นอกจากนั้นยังมีรายงานว่า ตำรวจใช้รถบรรทุกเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงไล่ฉีดน้ำผสมสารเคมีสีน้ำเงินใส่ผู้ประท้วงหลายพันคนบนถนนนาธาน เพื่อใช้ระบุตัวผู้ประท้วงในภายหลัง สารเคมีดังกล่าวยังทำให้ผิวไหม้เมื่อสัมผัส

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วงทั้งสองฝั่งต่างก่อความรุนแรงทำร้ายผู้อื่นกันมากขึ้น โดยมีข่าวผู้สนับสนุนประชาธิปไตยทุบตีประชาชนที่ไม่เห็นด้วย ในทางกลับกันผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยตกเป็นเป้าหมายการโจมตีมากขึ้น มีนักเคลื่อนไหวอย่างน้อย 8 คน ซึ่งรวมถึงนักการเมือง ถูกทำร้ายโดยกลุ่มคนที่ไม่รู้จักนับตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ผู้ประท้วงกล่าวหาว่า แก๊งอาชญากรที่มีการจัดตั้งขึ้นอย่างลับๆ และเป็นพันธมิตรกับผู้สนับสนุนปักกิ่งอยู่เบื้องหลังการทำร้ายผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย

ขณะที่ปักกิ่งประณามการประท้วงว่า เป็นแผนก่อความวุ่นวายที่มีต่างชาติหนุนหลัง และประณามการโจมตีต่อผู้สนับสนุนจีน แต่ไม่พาดพิงถึงการทำร้ายผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย
<i>ตำรวจปราบจลาจลยิงแก๊สน้ำตา ใกล้ๆ กับแนวเครื่องกีดขวางที่ไฟกำลังลุกไหม้ซึ่งพวกผู้ประท้วงสร้างเอาไว้ </i>
<i>ร้านของบริษัทเสี่ยวมี่ แห่งหนึ่งในฮ่องกง ถูกบุกทุบทำลายข้าวของ </i>
<i>เครื่องเอทีเอ็มที่สาขาหนึ่งของธนาคาร แบงก์ ออฟ ไชน่า ในฮ่องกง ถูกแงะออกมา </i>
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...