xs
xsm
sm
md
lg

ทำร้ายตัวเอง!!ร้านอาหารหลายร้อยแห่งในฮ่องกงปิดกิจการเซ่นพิษประท้วง คนตกงานหลายพัน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เซาต์ไชนามอร์นิงโพสต์ - ร้านอาหารหลายร้อยแห่งต้องปิดกิจการไปแล้วท่ามกลางการประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่แผ่ลามไปทั่วฮ่องกง จากการเปิดเผยของแหล่งข่าววงในอุตสาหกรรมในวันพุธ(9ต.ค.) ส่งผลให้พนักงานหลายพันชีวิตต้องตกงาน

เฮนรี หม่า รองประธานสถาบันดินนิ่งอาร์ท(Institution of Dining Art) ออกมาอ้างข้อมูลดังกล่าวในวันพุธ(9ต.ค.) ขณะที่สถาบันแห่งนี้และสมาคมการจัดการค้าปลีกแห่งฮ่องกง(Hong Kong Retail Management Association) พร้อมใจกันเรียกร้องรัฐบาลให้มอบความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ภาคธุรกิจ ในรูปแบบของการอุดหนุนต่างๆที่เป็นประโยชน์และส่งเสริมเจ้าของสถานที่ลดค่าเช่า เนื่องด้วยภาคธุรกิจนี้กำลังเผชิญพายุทางเศรษฐกิจอันมีต้นตอจากการชุมนุมประท้วง

หม่าบอกว่าบรรดาสมาชิกของสถาบันแจ้งว่าพวกเขาไม่ได้จ้างงานฟรีแลนซ์อีกแล้ว ส่วนลูกจ้างประจำบางส่วนก็ถูกบีบให้ต้องลางานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง

รองประธานสถาบันดินนิ่งอาร์ทกล่าวต่อว่าเมื่อครั้งที่ตลาดเฟื่องฟูในอดีต จะมีธุรกิจใหม่ๆพร้อมเข้ามาทดแทนธุรกิจเดิมๆที่ล้มหายตายจากไป แต่ปัจจุบันทุกอย่างนั้นเปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม ไซมอน หว่อง กา-โว ประธานสหพันธ์ร้านอาหารและการค้าสัมพันธ์ของฮ่องกง บอกว่าภาวะตกต่ำหนนี้ยังไม่เลวร้ายเท่าปี 2003 ครั้งที่โรคซาร์สแพร่ระบาดไปทั่วเมือง

หว่องบอกว่าตอนนั้นมีร้านอาหารมากกว่า 1,000 แห่งที่ต้องปิดตัวลงในช่วง 6 เดือนระหว่างวิกฤตด้านสาธารสุข และพอนำมาเปรียบเทียบกัน พบว่าระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายนปีนี้ มีร้านอาหารที่ต้องปิดกิจการไปราวๆ 200 แห่ง

กระนั้นก็ตาม หว่อง บอกว่าแม้ไม่ใช่ทุกกรณีของการปิดกิจการจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบเรียบร้อย แต่การประท้วงก็ส่งผลกระทบในทางอ้อม ทั้งนี้แม้บอกว่าตัวเลขดังกล่าวยังคงไม่น่ากังวล แต่หว่องบอกว่าสถานการณ์ถือว่าอยู่ในขั้นรุนแรงและอาจเลวร้ายลงไปกว่านี้

นับตั้งแต่การประท้วงเริ่มต้นขึนเมื่อ 4 เดือนก่อน ภาคธุรกิจต่างๆของเมืองต่างรู้สึกถึงผลกระทบจากภาวะถดถอยอย่างฉันพลันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยในเดือนสิงหาคม นักเดินทางขาเข้าฮ่องกงดิ่่งลงเกือบ 40% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดค้าปลีกในเดือนเดียวกันก็ดำดิ่งถึง 23% มากสุดเป็นประวัติการณ์

เอกสารวิจัยทางเศรษฐกิจของเอสแอนด์พี โกลบอล เรตติ้ง ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร(8ต.ค.) ระบุว่ายอดค้าปลีกในเดือนสิงหาคม ดิ่งลงเดือนเดียวมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1981 ส่วนเดือนกันยายนและตุลาคมตัวเลขการช็อปปิ้งก็มีแนวโน้มจะเลวร้ายลงไปกว่านี้อีก เนื่องจากการชุมนุมยังไม่อ่อนแรงลง

"นักท่องเที่ยวที่ลดลง ส่งผลให้การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีราคาสูงอย่างเช่นเพชรพลอยเครื่องประดับลดลงตามไปด้วย ในขณะที่การบริโภคภายในประเทศยังคงทรงตัว" รายงานของเอสแอนด์พีระบุ

ระหว่างช่วงวันหยุดยาวของสัปดาห์เฉลิมฉลองวันชาติจีน(Golden Week) ซึ่งเริ่มในวันที่ 1 ตุลาคม พบว่ามีนักท่องเที่ยวจากแผ่นดินใหญ่เดินทางมายังฮ่องกงราวๆ 672,000 คน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 55% ขณะที่ผู้มาเยือนจากแผ่นดินใหญ่คิดเป็นราวๆ 80% ของนักท่องเที่ยวขาเข้าฮ่องกงทั้งหมด ก่อนที่จะลดฮวบฮวบในเดือนสิงหาคม

แอนนี่ เหยา เจ้ ประธานสมาคมการค้าปลีกฮ่องกง คาดหมายว่ายอดขายค้าปลีกท้องถิ่นจะลดลงอย่างมากเมื่อเทียบเป็นรายปีระหว่างสัปดาห์เฉลิมฉลองวันชาติจีน เพราะว่าห้างสรรพสินค้าต่างๆ,ร้านค้าและระบบรถไฟฟ้าใต้ดินของเมืองต้องปิดบริการนานหลายต่อหลายครั้งในช่วงเวลาดังกล่าว

ขณะเดียวกันทางสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวบอกว่าการประท้วงที่มีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบอกว่าทางสภารู้สึกเสียใจเพราะมันส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของเมือง พร้อมเรียกร้องรัฐบาลให้ฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยของสังคม เปิดทางให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้มีโอกาสฟื้นตัว
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...