xs
xsm
sm
md
lg

อินเดียช็อก! ‘จันทรายาน-2’ ขาดการติดต่อขณะลงจอดบนดวงจันทร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 22 ก.ค. ขณะที่จรวด GSLV-mark III-M1 กำลังพุ่งออกจากฐานยิงที่ศูนย์อวกาศ สาทิศ ธาวัน ในเมืองศรีหริโคตา เพื่อนำยานอวกาศ ‘จันทรายาน-2’ ขององค์การวิจัยด้านอวกาศอินเดีย (ISRO) มุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์
เอเอฟพี - ยานสำรวจ ‘จันทรายาน-2’ ขาดการติดต่อกับศูนย์อวกาศภาคพื้นดินของอินเดียก่อนจะลงจอดบริเวณฝั่งใต้ของดวงจันทร์ในวันนี้ (7 ก.ย.) และคาดว่าภารกิจอาจล้มเหลว ซึ่งจะเป็นการดับฝันของอินเดียในการก้าวขึ้นเป็นชาติที่ 4 ของโลกที่สามารถส่งยานไปลงจอดบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ ตามหลังสหรัฐฯ รัสเซีย และจีน

นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งอินเดียเฝ้าสังเกตการณ์ภารกิจครั้งสำคัญนี้อย่างใจจดใจจ่อ แต่แล้วบรรยากาศแห่งความตื่นเต้นที่ศูนย์วิจัยอวกาศในเมืองบังกาลอร์ก็ค่อยๆ เลือนหาย เมื่อดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่เป็นไปตามแผน

หลังกำหนดการลงจอดผ่านไปนานหลายนาที ไกลาสาวาดิวู สิวาน ประธานองค์การวิจัยอวกาศอินเดีย (ISRO) ก็ออกมาแถลงยืนยันว่าทางศูนย์ควบคุมไม่สามารถติดต่อกับ จันทรายาน-2 ได้

“ปฏิบัติการของยานลงจอดวิกรม (Vikram) ดำเนินไปตามแผน ทุกอย่างเป็นปกติจนกระทั่งยานลงไปถึงระดับความสูง 2.1 กิโลเมตรเหนือขั้วใต้ของดวงจันทร์” สิวาน ระบุ “หลังจากนั้น ยานได้ขาดการติดต่อกับศูนย์ควบคุมภาคพื้น และเรากำลังวิเคราะห์ข้อมูลอยู่”

นายกฯ โมดี ได้กล่าวกับบรรดาวิศวกรและช่างเทคนิคในห้องควบคุมซึ่งต่างมีสีหน้าเศร้าหมองว่า “สิ่งที่พวกคุณทำคือความสำเร็จที่ไม่ใช่น้อยๆ เลย”

จันทรายาน-2 ออกเดินทางมุ่งหน้าไปสู่ดวงจันทร์เมื่อวันที่ 22 ก.ค. พร้อมกับยานโคจร (orbiter), ยานลงจอด (lander) และยานสำรวจ (rover) ซึ่งถูกออกแบบและผลิตในอินเดียเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์

ISRO ยอมรับว่า เจ้าหน้าที่เผชิญปัญหาในการควบคุมยานขณะพยายามนำยานร่อนลงจอดอย่างนุ่มนวล (soft-landing) ซึ่ง สิวาน ใช้คำว่า “15 นาทีแห่งความหวาดกลัว”

ทั้งนี้ รัฐบาลอินเดียคาดหวังเป็นอย่างสูงว่ายานลงจอดซึ่งถูกตั้งชื่อตาม วิกรม เอ. ซาราไบ (Vikram A. Sarabhai) บิดาแห่งโครงการอวกาศอินเดีย จะเป็นลำแรกของโลกที่สามารถเดินทางไปถึงขั้วใต้ของดวงจันทร์

สำหรับยานสำรวจ ‘ปรคญาณ’ (Pragyan) ซึ่งหมายถึงสติปัญญาในภาษาสันสกฤตจะถูกส่งออกมาจากตัวยานวิกรม ภายหลังการลงจอดผ่านไปหลายชั่วโมง และจะเริ่มออกสำรวจหลุมบ่อต่างๆ เพื่อหาร่องรอยการกำเนิดและพัฒนาการของดวงจันทร์ รวมไปถึงสำรวจปริมาณน้ำที่มีอยู่บริเวณขั้วใต้

สำหรับยานโคจรซึ่งมีน้ำหนักราว 2.4 ตันจะยังคงปฏิบัติภารกิจวนรอบดวงจันทร์อยู่อีกประมาณ 1 ปีเพื่อถ่ายภาพพื้นผิว ตรวจหาแหล่งน้ำ และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับชั้นบรรยากาศของดวงจันทร์

แมทธิว ไวส์ ผู้แทนประจำอินเดียขององค์การศึกษาวิจัยอวกาศแห่งชาติฝรั่งเศส (CNES) ชี้ว่า การสำรวจขั้วใต้ของดวงจันทร์จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถประเมินความเป็นไปได้ที่มนุษย์จะใช้เวลาอยู่บนดวงจันทร์ให้นานขึ้น เนื่องจากเชื่อกันว่าพื้นที่ดังกล่าวน่าจะมีน้ำอยู่ในปริมาณมาก ซึ่งทำให้การตั้งถิ่นฐานมีความเป็นไปได้สูง

ทั้งนี้ หากมนุษย์สามารถอยู่รอดบนดวงจันทร์ก็หมายความว่าเราจะสามารถใช้ดวงจันทร์เป็นจุดแวะพักก่อนออกเดินทางไปสำรวจดาวอังคาร ซึ่งเป็นเป้าหมายถัดไปของรัฐบาลหลายประเทศ รวมไปถึงบริษัทเอกชนอย่างสเปซเอ็กซ์ (Space X)

สำหรับโครงการอวกาศของอินเดียนั้นน่าสนใจเป็นพิเศษตรงที่ใช้งบประมาณน้อยมาก โดยรัฐบาลอินเดียระบุว่าใช้งบเพียง 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4,300 ล้านบาท) ในการเตรียมส่ง ‘จันทรายาน-2’ ขึ้นสู่อวกาศ ซึ่งถือเป็นภารกิจที่มีค่าใช้จ่ายต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ซึ่งใช้งบสูงถึง 25,000 ล้านดอลลาร์ หรือถ้าเทียบเป็นค่าเงินในปัจจุบันก็มากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ สำหรับโครงการอะพอลโลในช่วงทศวรรษ 1960 และ 1970