รอยเตอร์ - วอลล์สตรีทร่วงหนักและทองคำทะยานในวันศุกร์ (23 ส.ค.) หลังสงครามการค้าสหรัฐฯ กับจีนลุกลามบานปลายขึ้นอย่างฉับพลัน ด้วยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องบรรดาบริษัทอเมริกาหาทางเลือกอื่นในการทำธุรกิจกับจีน หลังปักกิ่งแถลงมาตรการรีดภาษีตอบโต้ ปัจจัยนี้ฉุดราคาน้ำมันขยับลงเช่นกัน
ดาวโจนส์ ลดลง 623.34 จุด (2.37 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 25,628.90 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 75.84 จุด (2.59 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 2,847.11 จุด แนสแดค ลดลง 239.62 จุด (3.00 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 7,751.77 จุด
จีนในวันศุกร์ (23 ส.ค.) เผยจะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมสูงสุด 10% ต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ วงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ตอบโต้วอชิงตันที่จะเรียกเก็บภาษี 10% ต่อสินค้านำเข้าจากจีน วงเงิน 3 แสนล้านดอลลาร์ โดยมีผลในวันที่ 1 กันยายน แต่ต่อมา ปธน.ทรัมป์ตัดสินใจชะลอการขึ้นภาษีสินค้าจีนบางส่วนออกไปเป็นวันที่ 15 ธันวาคม เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยของชาวสหรัฐฯ ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาด่ากราดจีนอย่างดุเดือดในวันเดียวกัน พร้อมประกาศจะตอบโต้คำแถลงรีดภาษีของจีนและออกคำสั่งให้บริษัทต่างๆของอเมริกาออกจากแดนมังกร
ในทวิตเตอร์ที่เขียนด้วยความเดือดดาล ทรัมป์ไม่ได้เผยว่าเขาจะใช้มาตรการใดตอบโต้จีน โดยเพียงแต่บอกว่าเขาได้ออกสำสั่งถึงบริษัทต่างๆ ของสหรัฐฯ ให้เปลี่ยนยุทธศาสตร์การผลิต แต่ไม่ได้เผยว่าจะใช้แนวทางใดในการบังคับใช้คำสั่งดังกล่าว "ผมจะตอบโต้มาตรการรีดภาษีของจีนในช่วงบ่ายนี้" ทรัมป์กล่าว "จีนขโมยเงินจำนวนมากมายไปจากสหรัฐฯ ปีแล้วปีเล่า นานหลายทศวรรษ เรื่องแบบนี้ต้องหยุดเสียที"
"ด้วยเหตุนี้เหล่าบริษัทอเมริกาที่ยิ่งใหญ่ของเรา จึงได้รับคำสั่งให้เริ่มมองหาทางเลือกอื่นแทนจีนในทันที ในนั้นรวมถึงดึงบริษัทของพวกคุณกลับบ้านและผลิตสินค้าของพวกคุณในอเมริกา" ทรัมป์กล่าว
การรีดภาษีตอบโต้กันไปมารอบล่าสุดนี้ โหมกระพือแรงเทขายในวงกว้าง โดยหุ้นของบริษัทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทางธุรกิจกับจีนอย่างสูงเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด อาทิเหล่าผู้ผลิตชิปทั้งหลายและบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังอื่นๆ ในนั้นรวมถึงสมาชิกดาวโจนส์อย่าง อินเทล คอร์ปและแอปเปิ้ล ที่เปิดลบ 3.9% และ 4.6% ตามลำดับ
สถานการณ์ดังกล่าวบดบังคำแถลงที่ได้รับการจับตาอย่างสูงของเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งย้ำคำสัญญาว่าเฟดจะดำเนินการอย่างเหมาะสมเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ แต่เขาไม่ได้ให้คำสัญญาเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่เป็นอยู่ตามข้อเรียกร้องของทรัมป์
ความหวาดผวาต่อสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังปักกิ่งแถลงมาตรการรีดภาษีตอบโต้สหรัฐฯ กระตุ้นให้นักลงทุนหันถือครองสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ และดันราคาทองคำพุ่งแรง โดยทองคำสัญญาโคเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 29.10 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,537.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ด้านราคาน้ำมันในวันศุกร์ (23 ส.ค.) ปิดในแดนลบ ได้รับผลกระทบเช่นกันจากคำแถลงรีดภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯของจีน ซึ่งก่อความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกและแนวโน้มอุปสงค์ทางพลังงาน ในขณะเดียวกัน สินค้าที่อยู่ในบัญชีที่จะถูกรีดภาษีนั้น ก็รวมไปถึงน้ำมันดิบด้วย
สภาแห่งรัฐของจีน แถลงว่า จีนจะเรียกเก็บภาษี 5-10% ต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ 5,078 รายการ วงเงิน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ในนั้นรวมถึงผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอย่างเช่นถั่วเหลือง, น้ำมันดิบและเครื่องบินเล็ก ในการเก็บภาษี 2 รอบ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ย. และ 15 ธ.ค. พร้อมกันนั้นจีนยังมีความตั้งใจฟื้นสถานะการเรียกเก็บภาษีรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ซึ่งมีที่มาจากสหรัฐฯอีกต่างหาก
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือ ไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 1.18 ดอลลาร์ ปิดที่ 54.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนต์ลอนดอน งวดส่งมอบเดือนตุลาคม ลดลง 58 เซ็นต์ ปิดที่ 59.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล


