เอเอฟพี – ออสเตรเลียออกมาร้องในวันนี้ (9) ให้หยุดส่งออกขยะรีไซเคิลท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับมลภาวะจากพลาสติดในมหาสมุทรและกระแสการตีกลับขยะเหล่านี้กลุ่มประเทศเอเชีย
นายกรัฐมนตรี สก๊อตต์ มอร์ริสสัน เห็นพ้องกับบรรดาผู้นำรัฐและอาณาเขตในแดนจิงโจ้ที่จะเตรียมกรอบเวลาลดการส่งออกขยะรีไซเคิล เช่น พลาสติก กระดาษ และแก้ว
“มันเป็นขยะของเราและเป็นความรับผิดชอบของเรา” เขาบอกผู้สื่อข่าววันนี้ (9)
“เรากำลังเปิดเผยให้เห็นอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการส่งออกพลาสติก กระดาษ และแก้วไปยังประเทศอื่นๆ ซึ่งมีความเสี่ยงที่ที่สุดท้ายขยะเหล่านั้นจะลอยทั่วมหาสมุทรของเรา ซึ่งเรามีหลักฐานชัดเจน ไม่ว่าจะนอกแนวปะการังแบริเออร์รีฟหรือที่อื่นๆ” เขากล่าว
ไม่ได้มีการกำหนดเส้นตายแต่ผู้นำท้องถิ่นได้รับมอบหมายให้ลดการฝังขยะและส่งเสริมภาครีไซเคิลในออสเตรเลีย ซึ่งปัจจุบันมีพลาสติกเพียง 12 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ถูกรีไซเคิล
ข้อมูลรัฐบาลเผยว่า ออสเตรเลียส่งออกขยะกว่า 4 ล้านตัน หรือ 12 เปอร์เซ็นต์ของขยะรีไซเคิลไปยังประเทศเอเชียเมื่อปีงบประมาณที่ผ่านมา
จีนเริ่มควบคุมการนำเข้าพลาสติกต่างประเทศในปี 2017 ทำให้ประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่งพยายามหาเป้าหมายใหม่ที่จะส่งขยะของพวกเขาไป
พวกเขาเริ่มการส่งขยะปริมาณมหาศาลไปยังประเทศเอเชียอื่นๆ เช่น ไทย มาเลเซีย เวียดนาม และอินโดนีเซีย แต่พวกเขาก็ผลักดันมันกลับไปเช่นกัน
เมื่อเดือนที่แล้ว อินโดนีเซีย ระบุว่า พวกเขาจะส่งกลับขยะหนักกว่า 210 ตันไปยังออสเตรเลียหลังจากทางการระบุว่า พวกเขาพบวัตถุอันตรายและขยะครัวเรือนเช่นผ้าอ้อมในตู้คอนเทนเนอร์ที่ควรจะมีแค่กระดาษใช้แล้วเท่านั้น
เมื่อเดือนพฤษภาคม มาเลเซีย ประกาศว่า พวกเขากำลังส่งกลับขยะพลาสติกหนัก 450 ตันไปยังแหล่งที่มาของมันรวมถึง ออสเตรเลีย แคนาดา จีน ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐฯ
เมื่อต้นปีนี้ กลุ่มประเทศจี20 เห็นพ้องกับแผนสมัครใจลดขยะพลาสติกที่สร้างมลภาวะต่อทะเล
ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมหลักๆ มาจากไมโครพลาสติก เศษขยะชิ้นเล็กๆ ที่ดูดซับสารเคมีอันตรายและสะสมอยู่ภายในตัวปลา นก และสัตว์ชนิดอื่นๆ