เอเจนซีส์ - แกวิน นิวซอม (Gavin Newsom)ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว หลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งที่ 2 สร้างความเสียหายให้กับถนน และเพลิงไหม้อาคาร รวมไปถึงระบบแจกจ่ายประปาและแก๊สตามท่อ ถือเป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่สุดในรอบเกือบ 20 ปี แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้จากซาคารเมนโตไปจนถึงแม็กซิโก
หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ รายงานเมื่อวานนี้(6 ก.ค)ว่า ทีมเจ้าหน้าที่ยังคงเดินหน้าประเมินความเสียหายจากแผ่นดินไหวระดับ 7.1 แมกนิจูดที่เกิดซ้ำ ซึ่งรุนแรงกว่า “แผ่นดินไหวเตือน” (foreshock) ในวันก่อนหน้าถึง 11 เท่า โดยเกิดขึ้นในเวลา 20.19 น มีการเกิดอาฟเตอร์ช็อกหลายสิบครั้งในพื้นที่แคลิฟอร์เนียใต้หลังจากเกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.4 แมกนิจูในวันพฤหัสบดี(4)
ด้านผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย แกวิน นิวซอม (Gavin Newsom) สั่งประกาศภาวะฉุกเฉิน พร้อมเตือนประชาชนให้ระวังการเกิดแผ่นดินไหวรอบใหม่หลังจากทางใต้ของรัฐเกิดแผ่นดินไหวระดับร้ายแรงขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ภายในไม่กี่วัน
“เป็นสิ่งที่น่ายินดีต่อผู้คนที่ทำงานอย่างไม่รู้จัดเหน็ดเหนื่อยในการเก็บกู้มาตลอดทั้งคืนจนถึงเช้านี้” นิวซอมกล่าวผ่านทางทวิตเตอร์และเสริมต่อว่า “ในฐานะที่เป็นชาวแคลิฟอร์เนีย พวกเราต้องเตรียมตัวรับกับแผ่นดินไหวครั้งต่อไปเสมอ”
ประชาชาชนเมืองริดจ์เครสต์ (Ridgecrest) ที่มีประชากรอาศัยทั้งหมดราว 27,000 คน ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของลอสแอนเจลิสราว 150 ไมล์ ตื่นขึ้นมาเพื่อพบกับสภาพความเสียหายครั้งใหม่เกิดขึ้นหลังแผ่นดินไหวระดับ 7.1 แมกนิจูดเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกวันศุกร์(5)
ด้านหัวหน้าดับเพลิงเคิร์น เคาน์ตี ( Kern county ) เดวิด วิตต์ (David Witt) กล่าวว่า เท่าที่รู้ยังไม่มีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นแต่ทว่า ยังไม่เสร็จสิ้นการประเมินความเสียหาย “ทางเรารู้สึกว่ามีความเสียหาย แต่ยังไม่ทราบถึงขอบเขตของมันอย่างแน่นอน” วิตต์กล่าวในงานแถลงข่าวอ้างอิงจาก CNN สื่อสหรัฐฯ และเสริมว่า “ไม่มีใครติดอยู่ ไม่มีการพังทลายครั้งใหญ่เท่าที่เรารู้ แต่พวกเรากำลังออกไปที่นั่นเพื่อทำการค้นหา”
และทางตะวันตกเฉียใต้ของเมืองริดจ์เครสต์เป็นที่ตั้งของสถานียุทโธปกรณ์ทางอากาศของกองทัพเรือสหรัฐฯ ไชน่า เลค (Naval Air Weapons Station China Lake) อ้างอิงจากสถานีโทรทัศน์ CBSLA พบว่าทางหน่วยได้ออกแถลงการณ์ในวันเสาร์(6) มีใจความว่าทางหน่วยไม่สามารถมีปฎิบัติการจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่มาตรการทางความปลอดภัยยังคงถูกบังคับใช้ไม่เปลี่ยนแปลง เกิดขึ้นหลังทางที่ตั้งของหน่วยงานเกิดแผ่นดินไหวระดับ 5.0 แมกนิจูดในเวลา 20.16 น. และอีกครั้งในระดับ 7.1 แมกนิจูดในเวลา 20.19 น. ตามเวลาชายฝั่งแปซิฟิก และการเกิดอาฟเตอร์ช็อกหลายครั้งอย่างต่อเนื่องในวันที่ 5 ก.ค หลังการเกิดแผ่นดินไหวระดับ 6.4 แมกนิจูดและอาฟเตอร์ช็อกอีกจำนวนมากในวันที่ 4 ก.ค
เดอะการ์เดียนชี้ว่า สถานียุทโธปกรณ์ทางอากาศของกองทัพเรือสหรัฐฯแห่งนี้ได้ออกคำสั่งอพยพเจ้าหน้าที่ในส่วนที่ไม่สำคัญออกไป
ซึ่งไม่กี่ชั่วโมงหลังเกิดแผ่นดินไหวระดับ 7.1 ทางนักแผ่นดินไหววิทยาสามารถบันทึกการเกิดอาฟเตอร์ช็อกได้มากกว่า 600 ครั้ง ซึ่งในริดจ์เครสต์นั้น ความเสียหายส่วนใหญ่ในวันพฤหัสบดี(4) มาจากปัญหาที่เกิดจากท่อส่งแก๊สไปยังบ้านเรือนประชาชน พบว่ามีประชาชนราว 3,000 คนอยู่โดยไม่มีไฟฟ้าใช้
และมีจำนวนมากออกมากล่าวว่าพวกเขายินดีที่จะนอนอยู่นอกบ้านดีกว่าเสี่ยงที่จะอยู่ด้านในบ้านของตัวเอง ซึ่งแผ่นดินไหวครั้งแรกระดับ 6.4 แมกนิจูดทำให้เกิดรอยแยก 3 แห่งเกิดขึ้นบนถนนไฮเวย์ I-178 ใกล้กับเมืองโทรนา(Trona) ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ
เมื่อวานนี้(6) มาร์ค กิลาร์ดดุซซี (Mark Ghilarducci) ผู้อำนวยการจัดการสำนักงานฉุกเฉินรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า ทั้งริดจ์เครสต์และโทรนาต่างได้รับความเสียหายจากสิ่งปลูกสร้างไหม้ในกองเพลิง แก๊สรั่ว ไฟฟ้าดับ ถนนเสียหายแต่ไม่เป็นวงกว้างเหมือนที่คาดไว้แต่แรก และเขาชี้ว่ามีผู้ได้รับผลกระทบเกือบ 200 คนอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงในเวลานี้เกิดขึ้นในระหว่างที่ปฎิบัติการทำความสะอาดกำลังดำเนินอยู่ในซานเบอร์นาร์ดิโน เคาน์ตี (San Bernardino county) และเคิร์น เคาน์ตี (Kern county)
สำหรับแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหวพบว่าสามารถรู้สึกได้ในลอสแองเจลิส ตึกสูงระฟ้าสั่นเป็นเวลา 30 วินาทีเป็นอย่างน้อย ซึ่งสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ USGS กล่าวว่า แรงสั่นสะเทือนสามารถรับรู้ได้ไกลถึงเม็กซิโก


