xs
xsm
sm
md
lg

In Clips: สุดช็อก!! เจ้าของ ASOS เสียลูก 3 คนในระเบิดศรีลังกา ยอดดับเพิ่ม 310 โคลัมโบรับ "พลาด" ส่งข่าวกรองให้คนผิดทั้งๆที่รู้ล่วงหน้า 10 วัน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


เอเจนซีส์ - อันเดอร์ส โฮล์ช โพฟล์เซน (Anders Holch Povlsen) ชายที่รวยที่สุดในเดนมาร์ก เป็นเจ้าของอาณาจักรเสื้อผ้า ASOS และราชาที่ดินสกอตแลนด์ สูญเสียลูกไปทั้งหมดถึง 3 คนจากทั้งหมด 4 คนในวันอาทิตย์(21 เม.ย)ที่ศรีลังกาในเหตุโจมตีครั้งร้ายแรง ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นล่าสุด 310 ราย ในขณะที่รัฐมนตรีศรีลังกาออกมายอมรับว่า ระดับการโจมตีเป็นวงกว้างเพราะทางรัฐบาลล้มเหลวในการส่งข่าวกรองเตือนล่วงหน้าไปให้ผิดคนทั้งๆที่รู้ 10 วันก่อนเกิดเหตุ

หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ รายงานเมื่อวานนี้(22 เม.ย)ว่า อันเดอร์ส โฮล์ช โพฟล์เซน (Anders Holch Povlsen) ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในเดนมาร์ก โดยมีมูลค่าทรัพย์สินโดยรวมสูงถึง 7.9 พันล้านดอลลาร์ อ้างอิงจากนิตยสารฟ็อบส์ และเชื่อกันว่าเป็นราชาที่ดินของสกอตแลนด์ รวมไปถึงเป็นเจ้าของอาณาจักรธุรกิจแฟชั่นชื่อดังของโลก ASOS ต้องสูญเสียลูกไปในคราวเดียวถึง 3 คนจากทั้งหมด 4 คนที่ศรีลังกาวันอาทิตย์(21) หลังเกิดเหตุก่อการร้ายครั้งร้ายแรง

โดย เจสเปอร์ สตับกิเออร์ (Jesper Stubkier) ผู้จัดการด้านการสื่อสารให้กับธุรกิจเสื้อผ้าแบรนด์ "เบสต์เซลเลอร์" (Bestseller) ของโฮล์ช โพฟล์เซนยืนยันว่า "สามารถยืนยันได้ว่าบุตรทั้ง 3 คนได้เสียชีวิต ซึ่งทางเราไม่มีความเห็นอื่นในเรื่องนี้ และขอความเป็นส่วนตัวให้กับครอบครัวในช่วงเวลาที่สำคัญนี้ด้วย"

ซึ่งแบรนด์ เบสต์เซลเลอร์นี้ถูกก่อตั้งโดยบิดามารดาของโพฟล์เซน

อย่างไรก็ตาม สื่ออังกฤษชี้ว่า ทางโฆษกปฎิเสธที่จะเปิดเผยชื่อของบุตรที่เสียชีวิต หรือมีสมาชิกครอบครัวของเจ้าพ่ออาณาจักรธุรกิจแฟชั่น ASOS คนอื่นที่ได้เดินทางไปศรีลังกา บีบีซี สื่ออังกฤษรายงานว่า ทางครอบครัวของโพฟล์เซนได้เดินทางไปเยือนศรีลังกาในช่วงวันหยุดเทศกาลอีสเตอร์ ซึ่งตามการรายงานของบีบีซี พบว่ามีชาวเดนมาร์ก 3 คนปรากฎอยู่ในรายนามของผู้เสียชีวิต

ในวันอังคาร(23) พบว่าตัวเลขรวมผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดศรีลังกาพุ่งสูงอยู่ที่ 310 คน สำนักข่าวสปุตนิคนิวส์ของรัสเซียรายงาน ซึ่งยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มมาจากมีผู้บาดเจ็บสาหัสไม่กี่คนได้จบชีวิตลงด้วยอาการทนพิษบาดเจ็บไม่ไหวในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา โดยในรายงานชี้ว่า ทางเอเอฟพีได้อ้างอิงจากตัวเลขที่รายงานจากสื่อท้องถิ่น เพิ่มจาก 290 คนก่อนหน้า ในขณะที่ตัวเลขผู้บาดเจ็บอยู่ราว 500 คน

สื่อนิวส์เฟิร์สต์ของศรีลังการายงานว่า ตัวเลขผู้บาดเจ็บในปัจจุบันมีอยู่ราว 480 คน

ซึ่งฮาร์ชา เด ซิลวา (Harsha De Silva) รัฐมนตรีการปฎิรูปเศรษฐกิจและการกระจายสาธารณะศรีลังกา (Economic Reforms and Public Distribution Minister) ได้กล่าวแสดงความเห็นถึงเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นในสเกลที่กว้างขวางและมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากว่า ไม่ใช่เป็นความล้มเหลวของการข่าวกรองศรีลังกา แต่เป็นความผิดพลาดที่ได้ยื่นข้อมูลข่าวกรองที่ได้รับมาจากหน่วยงานข่าวกรองต่างชาติให้ผิดคนทั้งๆที่ทางโคลัมโบได้รับคำเตือนล่วงหน้า 10 วันก่อนเกิดเหตุ

โดยเด ซิลวายอมรับในการให้สัมภาษณ์กับ CNN สื่อสหรัฐฯในวันจันทร์(22)ว่า "นี่เป็นความผิดพลาดเป็นลูกโซ่ของการส่งข้อมูลข่าวกรองไปให้กับบุคคลที่เหมาะสมที่สามารถออกมาตรการเพื่อป้องกันถึงเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้เป็นอย่างน้อย"

สื่อรัสเซียชี้ว่า ข่าวกรองจากทั้งสหรัฐฯและของอินเดียได้ให้รายงานสรุปแก่ศรีลังกาในเหตุการณ์โจมตีก่อการร้ายที่ถูกวางแผนล่วงหน้า

"พวกเขามีข่าวกรอง พวกเขาร่วมมือกับทั้งสำนักข่าวกรองท้องถิ่นและของต่างชาติ และทางเราได้รับข้อมูลจากต่างแดนที่ชี้ว่า จะมีสิ่งร้ายแรงเกิดขึ้น" เด ซิลวาเปิดเผยและให้ข้อมูลอีกว่า "เมโมบันทึกภายในถูกส่งไปยังกระทรวงกลาโหมที่หลังจากนั้นได้ส่งต่อไปยังผู้บัญชาการตำรวจศรีลังกา และเขาได้ส่งผ่านไปยังคนหลายคน ดังนั้นนี่จึงไม่ใช่ความล้มเหลวของการข่าวกรองศรีลังกา แต่เป็นความล้มเหลวในการบังคับใช้ถึงสิ่งที่ต้องทำ ดังนั้นจึงเป็นคำถามว่า เหตุใดจึงไม่สำเร็จ"

อ้างอิงจากเจแปนไทม์สรายงานเมื่อวานนี้(22) นายกรัฐมนตรี รานิล วิกรามาสิงหะ ได้แถลงในช่วงค่ำวันอาทิตย์(21) โดยชี้ว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้รับคำเตือน แต่ไม่มีความสนใจมากพอที่จะให้ความสำคัญ ซึ่งหนึ่งในรมว.ของเขา ฮาริน เฟอร์นานโด (Harin Fernando) ได้ทวีตระบุว่า บันทึกภายในตำรวจศรีลังกาลงวันที่ 11 เม.ย 2019 เตือนว่ากลุ่มมุสลิมสุดโต่ง NTJ วางแผนโจมตีโบสถ์คริสต์และที่ตั้งทางการทูตสำคัญของอินเดีย

และแหล่งข่าวใกล้ชิดชี้ว่า ในช่วงเกิดเหตุ ประธานาธิบดีศรีลังกา ไมตรีปาละ สิริเสนา ที่อยู่ในต่างแดนได้ออกคำสั่งเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติในช่วงต้นของวันจันทร์(22) ซึ่งนายกฯ วิกรามาสิงหะ จะเข้าร่วมอยู่ด้วย