เอเจนซีส์ - เมื่อวานนี้(26 มี.ค)รัฐสภายุโรปได้ยกมือออกเสียงยกเลิกระบบ “daylight saving time” หรือระบบสงวนรักษาเวลาตามแสงอาทิตย์ที่ตามธรรมเนียมปฎิบัติต้องปรับเวลาออกไป 1 ชั่วโมงในหน้าร้อน และร่นเวลาเข้ามา 1 ชั่วโมงในหน้าใบไม้ร่วงของแต่ละปี ผ่านด้วยเสียงสนับสนุน 410 ต่อ 192 และงดออกเสียง 51
หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ รายงานเมื่อวานนี้(26 มี.ค)ว่า หากอังกฤษยังคงดำรงความเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปต่อไป หรือยังอยู่ในช่วงระยะเปลี่ยนผ่าน คำสั่งนี้จะมีผลต่ออังกฤษไปด้วย จากการที่ในวันอังคาร(26) รัฐสภายุโรปได้สั่งยกเลิกระบบ “daylight saving time” หรือระบบสงวนรักษาเวลาตามแสงอาทิตย์ที่ต้องมีการปรับนาฬิกา 2 ครั้งของทุกปี
ญัตติผ่านด้วยเสียงนับสนุน 410 ต่อ 192 และงดออกเสียง 51 แต่อย่างไรก็ตามชาติสมาชิกจะมีสิทธิ์ที่จะเลือกได้ว่าจะทำตามหรือไม่ต่อนโยบาย “ฤดูร้อนถาวร หรือ ฤดูหนาวถาวร”
โดยชาติที่ต้องการปฎิบัติตามมตินี้ จะสามารถปรับนาฬิกาของตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมีนาคม 2021 สำหรับประเทศที่ต้องการฤดูร้อนถาวร ส่วนประเทศที่ต้องการฤดูหนาวถาวร จะต้องปรับนาฬิกาครั้งสุดท้ายในวันอาทิตย์สุดท้ายเดือนตุลาคม 2021 หรือสามารถเลือกที่จะยังคงระบบdaylight saving time ต่อไปได้
เดอะการ์เดียนชี้ว่า การที่สภายุโรปต้องการยกเลิกระบบ daylight saving time ที่ถูกใช้มาตั้งแต่ยุค 80 เป็นความพยายามของยุโรปที่ป้องกันทิศทางความแตกแยก ซึ่งถือเป็นการบ่อนทำลายต่อระบบตลาดเดียว
ปัจจุบันนี้ทั้ง 28 ชาติสมาชิกรวมอังกฤษจะต้องปรับเวลาออกไป 1 ชั่วโมงในเดือนมีนาคม และปรับเวลาให้สั้นเข้ามา 1 ชั่วโมงในเดือนตุลาคม
สื่อฟินแลนด์ yle รายงานว่า ในเดือนที่แล้วรัฐบาลเฮลซิงกิได้ออกมาแถลงถึงเรื่องนี้ว่า ทางเฮลซิงกิขอสนับสนุนการยกเลิกระบบ daylight saving time และต้องการใช้ระบบเวลาถาวรตามมาตรฐาน โดยyle ชี้ว่า ต้องมีการจัดทำประชามติในเรื่องนี้
ฟินแลนด์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีปรากฎการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน พบว่า 1 ใน 4 ของดินแดนพระอาทิตย์ไม่เคยตกตลอดระยะเวลา 60 วันในช่วงหน้าร้อน ส่วนหมู่เกาะสฟาลบาร์ (Svalbard) ที่อยู่ในเขตอาร์กติกของนอร์เวย์ พระอาทิตย์จะไม่ตกเลยตลอดเวลาตั้งแต่ 19 เม.ย – 23 ส.ค
อย่างไรก็ตามDW สื่อเยอรมันชี้ว่า ชาติสมาชิกทั้ง 28 ประเทศจะต้องแจ้งเรื่องต่อคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ให้ทราบถึงการตัดสินใจภายในเดือนเมษายน 2020
ซึ่งในปีที่ผ่านมาทาง คณะกรรมาธิการยุโรป ได้เสนอการยกเลิกการปรับเวลาตามฤดูกาลหลังจากผลโพลสำรวจออนไลน์ชี้ว่ามีผู้ให้การสนับสนุนอย่างล้นหลาม ซึ่งมีจำนวน ราว 3 ล้านคนจากทั้งหมด 4.6 ล้านมาจากเยอรมัน
ทั้งนี้พบว่ารัสเซียได้หันไปใช้ “ระบบฤดูร้อนถาวร” ในปี 2011 ในความพยายามเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตประชาชน แต่ได้หันไปใช้ “ระบบฤดูหนาวถาวร” ในอีก 3 ปีหลังจากนั้นหลังจากได้รับเสียงตำหนิจากสาธารณะ


