เอเจนซีส์ - เกิดเไฟไหม้ใหญ่และการระเบิดในย่านเก่าแก่ของกรุงธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศเมื่อคืนวันพุธ (20 ก.พ.) โดยพระเพลิงโหมฮืออย่างรวดเร็วไปตามอาคารที่พักอาศัยหลายหลังซึ่งตั้งอยู่ติดๆ กันบนถนนสายคับแคบอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางเสียงระเบิดเป็นระยะๆ ทั้งจากสารเคมีที่เก็บอยู่ในตึก และจากถังแก็สเชื้อเพลิงของยานยนต์หลายๆ คัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปอย่างน้อย 78 คน เจ้าหน้าที่คาดยอดเหยื่อยังมีโอกาสพุ่งขึ้น โศกนาฏกรรมนี้ตอกย้ำปัญหาการขาดแคลนกฎระเบียบและความหย่อนยานในการบังคับใช้กฎหมายของบังกลาเทศที่หลายปีมานี้เกิดเพลิงไหม้รุนแรงที่มีคนตายเป็นร้อยคนหลายครั้ง
เหตุไฟไหม้ครั้งนี้ที่ถือว่ารุนแรงที่สุดนับจากปี 2012 เกิดขึ้นเมื่อคืนวันพุธเวลา 23.40 น. (00.40 น.วันพฤหัสบดี ตามเวลาไทย) ที่บริเวณชั้นล่างของอาคาร 5 ชั้นก่อนที่จะลุกลามอย่างรวดเร็วไปยังตึกข้างๆ อีก 4 หลังในย่านชอว์บาซาร์ ซึ่งเป็นย่านเก่าแก่ในเมืองหลวงของบังกลาเทศและมีประชาชนอาศัยอยู่กว่า 3 ล้านคน
รองผู้บัญชาการตำรวจธากาเผยว่า มีรถยนต์อย่างน้อย 2 คัน และรถสามล้อถีบ 10 คันถูกไฟเผา โดยที่เหยื่อผู้เสียชีวิตยังรวมถึงผู้คนที่สัญจรผ่านบริเวณนั้น แขกในงานแต่งงาน และลูกค้าร้านอาหารใกล้เคียง ภาพข่าวจากทีวีเผยให้เห็นประตูตึกหลังหนึ่งคล้องโซ่ไว้ทำให้คนข้างในหนีออกมาไม่ได้
นายแพทย์โซฮาอิล มาห์มูด หัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ ของวิทยาลัยแพทยศาสตร์ธากา แถลงในคืนวันพฤหัสบดีว่า ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 67 คน โดยที่ห้องดับจิตของทางภาควิชาเก็บศพไว้ 67 ศพ ขณะที่ห้องดับจิตของโรงพยาบาลมีอีก 11 ศพ
ก่อนหน้านั้น จูลฟิการ์ เราะห์มาน ผู้อำนวยการสำนักงานดับเพลิงและการป้องกันพลเรือนบังกลาเทศ เผยว่า พบร่างผู้เสียชีวิตแล้ว 70 คน และตัวเลขยังมีโอกาสเพิ่มขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ยังระดมกำลังค้นหาผู้สูญหาย ส่วนผู้บาดเจ็บมีอย่างน้อยราว 50 คน ซึ่ง 10 คนในจำนวนนี้อาการสาหัส
ประชาชนหลายร้อยคนพากันไปที่โรงพยาบาลเพื่อค้นหาญาติพี่น้องที่สูญหาย อย่างไรก็ดี ศพส่วนใหญ่ถูกไฟคลอกจนไม่สามารถจำได้ว่าเป็นใคร
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงราว 200 คนใช้เวลาเกือบ 12 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงได้ โดยนอกจากปัญหาถนนแออัดคับแคบแล้ว เจ้าหน้าที่ยังมีน้ำไม่พอใช้ดับเพลิงและต้องปั๊มน้ำจากมัสยิดที่อยู่ในบริเวณนั้น
ชามิม ฮารัน อูร์ ราชิด ตำรวจในท้องที่เกิดเหตุระบุว่า ต้นเพลิงอยู่ภายในตึกที่ชั้นล่างเป็นร้านค้า และชั้นสองเป็นโกดังเก็บพลาสติกและสารเคมีสำหรับผลิตผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย ส่วน 3 ชั้นบนสุดเป็นที่พักอาศัย และยังไม่ทราบชัดเจนว่า ผู้อาศัยเหล่านั้นยังมีชีวิตรอดหรือไม่ นอกจากนั้นอาคารที่อยู่ใกล้เคียงยังเป็นโกดังเก็บสารเคมีสำหรับผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนเช่นเดียวกัน จึงทำให้ไฟลุกลามเร็วมาก
ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เพลิงลุกไหม้หลังถังแก๊สในร้านอาหารที่อยู่ติดกับตึกหลังนั้นระเบิด
โศกนาฏกรรมครั้งนี้ตอกย้ำความกังวลเกี่ยวกับความหย่อนยานในการบังคับใช้กฎระเบียบการรักษาความปลอดภัยของอาคาร
เฮมาเยต อัดดิน ครูที่อาศัยอยู่ในย่านนั้น เผยว่า ภายหลังเหตุไฟไหม้ใหญ่เมื่อปี 2010 ที่มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 124 คน ประชาชนได้ร้องเรียนหลายครั้งให้ย้ายโกดังเก็บสารเคมีออกจากบริเวณพักอาศัย แต่เจ้าหน้าที่กลับเพิกเฉย
ทางด้านซายิด โคคอน นายกเทศมนตรีของเซาท์ธากา แถลงว่า ทางการต้องการความร่วมมือในการแจ้งที่ตั้งโกดังผิดกฎหมาย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวกินบริเวณกว้างขวางและมีอาคารที่พักอาศัยหลายพันหลัง
อาซาดัซซามาน ข่าน รัฐมนตรีมหาดไทยบังกลาเทศ แถลงว่า ได้ตั้งคณะกรรมการ 5 คนเพื่อสอบสวนเหตุไฟไหม้ครั้งนี้ และเสริมว่า นายกรัฐมนตรีชีค ฮาสินา ติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด
นอกจากโศกนาฏกรรมปี 2010 แล้ว ในอีก 2 ปีต่อมายังเกิดไฟไหม้โรงงานสิ่งทอชานกรุงธากา มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 117 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 200 คน ซึ่งถือเป็นเหตุไฟไหม้ในโรงงานอุตสาหกรรมครั้งร้ายแรงที่สุดของบังกลาเทศ


