เอเอฟพี - สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จฯ เยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อวันวานนี้ (3 ม.ค.) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประมุขแห่งคริสตจักรคาทอลิกได้เดินทางไปเยือนคาบสมุทรอาระเบีย ดินแดนต้นกำเนิดของศาสนาอิสลาม
ระหว่างปฏิบัติพระกรณียกิจที่กรุงอาบูดาบีเป็นเวลา 48 ชั่วโมง โป๊ปฟรานซิสจะทรงพบปะสนทนากับผู้นำมุสลิม และทรงเป็นประธานในพิธีสวดมิสซากลางแจ้งซึ่งคาดว่าจะมีชาวคริสต์คาทอลิกเข้าร่วมประมาณ 135,000 คน
พระองค์ทรงได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก ชัยค์ โมฮัมเหม็ด บิน ซายเอ็ด มกุฎราชกุมารแห่งอาบูดาบี รวมถึง ชัยค์ อาเหม็ด อัล-ตอยยิบ อิหม่ามประจำมหาวิทยาลัยอัลอัซฮาร์ในกรุงไคโรของอียิปต์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของมุสลิมนิกายสุหนี่
โป๊ปฟรานซิสจะทรงเข้าร่วมการประชุมระหว่างศาสนาในวันนี้ (4) และทรงนำสวดมิสซาที่สนามกีฬาแห่งหนึ่งในกรุงอาบูดาบี ซึ่งสื่อท้องถิ่นคาดว่าจะเป็นกิจกรรมที่มีผู้คนมารวมตัวกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของยูเออี
การเสด็จเยือนโลกอาหรับของโป๊ปมีขึ้นระหว่างที่ยูเออีร่วมมือกับซาอุฯ ทำสงครามต่อต้านกบฏฮูตีในเยเมน และยังพัวพันข้อพิพาทการทูตกับเพื่อนบ้านอย่างกาตาร์
ก่อนที่จะเสด็จฯ ไปยูเออี โป๊ปฟรานซิสทรงเรียกร้องให้คู่ขัดแย้งทุกฝ่ายเคารพข้อตกลงหยุดยิง
“ข้าพเจ้าขอวิงวอนไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาคมโลก ให้เคารพในสิ่งที่ตกลงกันไว้โดยด่วน เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถแจกจ่ายอาหารถึงมือประชาชนได้” โป๊ปตรัส
“ความขัดแย้งที่ยาวนานทำให้ประชาชนอ่อนล้า และมีเด็กๆ จำนวนมากที่หิวโหยแต่ไม่สามารถเข้าถึงอาหารได้ เสียงร้องของเด็กเหล่านี้และพ่อแม่จะดังขึ้นไปถึงพระผู้เป็นเจ้า”
ไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ทวีตข้อความยกย่องการเสด็จฯ เยือนยูเออีของโป๊ปว่าเป็น “ช่วงเวลาแห่งเสรีภาพทางศาสนาที่สำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์”
“พิธีสวดมิสซาครั้งแรกของโป๊ปบนคาบสมุทรอาระเบียจะช่วยส่งเสริมสันติภาพและความเข้าใจระหว่าง 2 ศาสนาที่ยิ่งใหญ่ของโลก”
ปัจจุบันมีชาวคริสต์คาทอลิกเกือบ 1 ล้านคนอาศัยอยู่ในยูเออี ส่วนใหญ่อพยพมาจากฟิลิปปินส์และอินเดีย แต่มีเพียง 135,000 คนเท่านั้นที่มีโอกาสได้ตั๋วเข้าร่วมพิธีสวดมิสซาที่สนามกีฬา ซายเอ็ด สปอร์ตส ซิตี สเตเดียม ในวันพรุ่งนี้ (5)
อันวาร์ การ์กาช รัฐมนตรีช่วยฝ่ายกิจการต่างประเทศของยูเออี แถลงว่า การที่โป๊ปเสด็จฯ มาเยือนยูเออีครั้งนี้นับว่ามีคุณค่าในทางมนุษยธรรมอย่างสูง และถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่แห่งภราดรภาพ (fraternity) และการยอมรับในความแตกต่าง (tolerance)
การ์กาช ยังถือโอกาสนี้โจมตีรัฐบาลกาตาร์ซึ่งเปิดบ้านต้อนรับผู้นำมุสลิมสายอิสลามิสต์อย่าง ยุสเซฟ อัล-กอร์ดาวี (Youssef al-Qardawi) โดยชี้ถึงความแตกต่าง “ระหว่างการต้อนรับนักการศาสนาที่สอนให้ผู้คนนิยมความรุนแรงและลัทธิก่อการร้าย กับการต้อนรับโป๊ปและอิหม่ามแห่งอัลอัซฮาร์เพื่อส่งเสริมความรักและการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง 2 ศาสนา”
ยูเออีขึ้นชื่อว่าเป็นรัฐอาหรับที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและยอมรับความเชื่อที่แตกต่าง ปัจจุบันมีโบสถ์คาทอลิกตั้งอยู่ในยูเออีถึง 8 แห่ง ส่วนโอมาน คูเวต และเยเมนมีประเทศละ 4 แห่ง
กาตาร์และบาห์เรนมีโบสถ์คาทอลิกอยู่เพียงประเทศละ 1 แห่ง ขณะที่ซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นรัฐมุสลิมสุหนี่เคร่งจารีตมีกฎห้ามสร้างศาสนสถานของศาสนาอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากอิสลาม
รัฐบาลยูเออีถูกนักสิทธิมนุษยชนวิจารณ์ว่าร่วมมือกับซาอุฯ แทรกแซงทางทหารในสงครามเยเมน จนทำให้พลเมืองผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตไปแล้วถึง 10,000 คนในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา


