เอเจนซีส์ - ผู้คนจำนวนมากออกมาเดินขบวนกันในกรุงปารีสเมื่อวันอาทิตย์ (27 ม.ค.) เพื่อประณามความรุนแรงของม็อบเสื้อกั๊กเหลืองที่ออกมาชุมนุมกันหลายสัปดาห์แล้ว
ผู้คนประมาณ 10,000 คนได้ออกมาเดินขบวนกันเมื่อวันอาทิตย์เพื่อต่อต้านการชุมนุมประท้วงรัฐบาล หนึ่งวันหลังจากที่ม็อบเสื้อกั๊กเหลืองเพิ่งจะออกมาชุมนุมประท้วงเป็นสัปดาห์ที่ 11 และมีการปะทะกับตำรวจ
บรรดาผู้เข้าร่วมการเดินขบวนประท้วงม็อบเสื้อกั๊กเหลืองมีการสวมผ้าพันคอสีแดง ออกเดินขบวนกันอย่างสงบตอนช่วงบ่ายในพื้นที่ทางตะวันออกของปารีส แล้วไปสิ้นสุดการเดินขบวนที่จตุรัสบาสตีล
ม็อบเสื้อกั๊กเหลืองที่ชุมนุมประท้วงกันทุกวันเสาร์ ก็มักจะเดินขบวนไปสิ้นสุดที่จัตุรัสบาสตีลเช่นกัน ซึ่งตรงจุดนั้นจะเป็นบริเวณที่มีการเผชิญหน้ากับตำรวจและเกิดการปะทะกัน จนทำให้เกิดการถกเถียงกันว่าทางการทำเกินกว่าเหตุหรือไม่
ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง เป็นกลุ่มผู้ประท้วงที่พากันใส่เสื้อกั๊กสีเหลืองที่ชาวฝรั่งเศสต้องพกติดรถไว้ พวกเขาออกมาชุมนุมกันตามท้องถนนตั้งแต่เมื่อเดือนพฤศจิกายน เพื่อต่อต้านการขึ้นภาษีเชื้อเพลิง จากนั้นก็ยกระดับความเคลื่อนไหวไปเป็นต่อต้านรัฐบาล
กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสระบุว่า ในการประท้วงครั้งล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมชุมนุมกับม็อบเสื้อกั๊กเหลืองประมาณ 69,000 คนทั่วประเทศ รวมถึง 4,000 คนในปารีส ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยกว่าสัปดาห์ก่อน
อย่างไรก็ตาม การบาดเจ็บของนักเคลื่อนไหวชื่อดัง “เจอโรม โรดิเกวซ” ดึงดูดความสนใจจากสื่อโทรทัศน์ในวันอาทิตย์ได้มากกว่าการเดินขบวนของกลุ่ม “ผ้าพันคอแดง” ขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดการถกเถียงกันมากขึ้นสำหรับการใช้เครื่องยิงกระสุนยาง “แฟลชบอล” ในการสลายกลุ่มผู้ประท้วง
เพื่อลดกระแสความไม่พอใจ ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ได้มีการปราศรัยหลายครั้งในเดือนนี้ โดยมีการสัญญาว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเพื่อสาธารณชน


