เอเจนซีส์ - ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 5 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ละวางความแตกแยกและร่วมแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวในพิธีศพจอร์จ บุช ผู้นำคนที่ 41 ของอเมริกา
โดนัลด์ และเมลาเนีย ทรัมป์ นั่งม้ายาวแถวหน้าในโบสถ์เนชันแนล คาธีดราลในกรุงวอชิงตันเมื่อวันพุธ (5 ธ.ค.) ร่วมกับ 3 อดีตประธานาธิบดี ได้แก่ บารัค โอบามา, บิลล์ คลินตัน และจิมมี คาร์เตอร์ ซึ่งต่างเดินทางไปร่วมพิธีพร้อมภรรยา
อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช แตะโลงศพบิดาสองครั้งขณะเดินขึ้นเวทีเพื่อกล่าวคำไว้อาลัย
“พ่อแสดงให้ผมเห็นถึงความหมายของการเป็นประธานาธิบดีที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยคุณธรรม เป็นผู้นำที่กล้าหาญ และทำงานด้วยความรักที่มีต่อประชาชนของเรา” บุชทิ้งท้ายว่า ประวัติศาสตร์จะต้องจารึกว่า พ่อของตนคือประธานาธิบดีที่ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่งของสหรัฐฯ
งานรัฐพิธีศพในวันพุธเป็นการร่วมแสดงความเคารพของอเมริกันชนต่อจอร์จ เฮอร์เบิร์ต วอล์กเกอร์ บุช ที่ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (30 พ.ย.) ด้วยวัย 94 ปี
อดีตประธานาธิบดีคนที่ 41 ผู้นี้นำพาอเมริกาผ่านช่วงเวลาวิกฤตมากมาย ซึ่งรวมถึงการสิ้นสุดสงครามเย็น และเป็นผู้ที่มีสไตล์การบริหารประเทศแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากผู้นำคนปัจจุบัน
นับจากอสัญกรรมของบุชผู้พ่อ ทรัมป์เปลี่ยนจากพฤติกรรมยั่วยุมาแสดงท่าทีเคร่งขรึม โดยทวิตเมื่อวันอังคาร (4) เกี่ยวกับรัฐพิธีศพว่า “วันแห่งการเฉลิมฉลองให้แก่บุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่ดำเนินชีวิตด้วยงามดีงามมายาวนาน เราจะคิดถึงเขาแน่นอน!”
บรรยากาศโดยรวมในพิธีอบอวลด้วยความสมัครสมานเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้วายชนม์ ทว่า ยังมีบางช่วงบางตอนที่บ่งบอกถึงความตึงเครียดคุกรุ่น เช่น หลายคนสังเกตเห็นว่า ทรัมป์จับมือกับโอบามา อดีตประธานาธิบดีคนก่อนหน้า และภรรยา มิเชล โอบามา แต่กลับไม่ยอมทักทายอดีตประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตอีก 2 คนคือ บิลล์ คลินตัน และจิมมี คาร์เตอร์ รวมถึงฮิลลารี คลินตัน อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งและผู้สมัครแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีกับทรัมป์เมื่อสองปีที่แล้ว
แขกที่ร่วมรัฐพิธีศพครั้งนี้ยังรวมถึงเจ้าฟ้าชายชาร์ลแห่งอังกฤษ, นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิลของเยอรมนี รวมถึงผู้นำจากจอร์แดนและออสเตรเลีย อดีตประธานาธิบดีเลค วาเลซาของโปแลนด์ และอดีตนายกรัฐมนตรีจอห์น เมเจอร์ของอังกฤษ ที่รับตำแหน่งพร้อมกับบุชผู้พ่อ
บุช ซีเนียร์เป็นนักบินในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกือบเสียชีวิตหลังเครื่องบินถูกยิงตกระหว่างภารกิจทิ้งระเบิด ต่อมาเขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกรัฐสภา และเคยเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ รวมทั้งเป็นหัวหน้าสำนักงานติดต่อของสหรัฐฯประจำจีนในช่วงที่ทั้งสองประเทศยังไม่ได้สถาปนาความสัมพันธ์ขั้นปกติกัน นอกจากนั้นเขายังเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) และรองประธานาธิบดีในสมัยอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ก่อนได้เข้าสู่ทำเนียบขาว
ระหว่างบริหารประเทศ บุช ซีเนียร์เผชิญปัญหาภายในประเทศมากมาย ซึ่งรวมถึงเศรษฐกิจชะลอตัว เขายังถูกวิจารณ์ว่า ไม่พยายามมากพอในการป้องกันไวรัสเอดส์ระบาดในอเมริกาซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตนับหมื่นคน
เมื่อลงเลือกตั้งสมัยที่สองในปี 2012 บุชผู้พ่อถูกโจมตีทั้งจากภายในพรรครีพับลิกันของตนและเดโมแครต จากการผิดคำมั่นที่ให้ไว้ระหว่างหาเสียงว่า จะไม่ขึ้นภาษี ผลลัพธ์คือ บิลล์ คลินตัน จากเดโมแครตได้ชัยชนะ
หลายปีก่อน ทรัมป์เคยวิวาทะกับครอบครัวบุช โดยเฉพาะอย่างยิ่งประณามการบุกอิรักของจอร์จ ดับเบิลยู. บุช และเยาะเย้ยเจ๊บ บุช ลูกชายอีกคนของบุช ซีเนียร์ ระหว่างชิงตำแหน่งตัวแทนพรรครีพับลิกันลงเลือกตั้งประธานาธิบดี
ทางด้านบุชผู้พ่อตราหน้าทรัมป์ว่า “ขี้โม้” พร้อมประกาศไม่เลือกอดีตพิธีกรเรียลลตี้โชว์ผู้นี้เด็ดขาด
ภายหลังรัฐพิธีศพ เครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดีนำร่างของบุชผู้พ่อและครอบครัว กลับสู่เทกซัส เพื่อประกอบพิธีที่โบสถ์ เซนต์ มาร์ตินส์ เอพิสโคพัล ในฮิวสตัน ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ครอบครัวบุชไปร่วมพิธีตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา หลังจากนั้นจะมีการทำพิธีฝังที่หอสมุดประธานาธิบดี เคียงข้างหลุมศพบาร์บารา บุช ภริยาที่เสียชีวิตเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และลูกสาวคือ โรบิน ที่เสียชีวิตจากลูคีเมียในวัย 3 ขวบ


