เอเอฟพี - ประธานาธิบดี เรเจป ตัยยิบ แอร์โดอัน แห่งตุรกีระบุวานนี้ (2 พ.ย.) ว่า ผู้ที่บงการสังหาร จามาล คาช็อกกี เป็น ‘บุคคลระดับสูงสุด’ ในรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย พร้อมยืนยันว่าจะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้จนกว่าจะได้ตัวคนผิดมาลงโทษ
ผู้นำตุรกีย้ำว่า “ไม่เคยเชื่อแม้แต่วินาทีเดียว” ว่าสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมานแห่งซาอุฯ ทรงมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม เขากลับไม่พยายามแก้ต่างแทนเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุฯ ซึ่งถูกครหาว่าเป็นคนส่ง ‘หน่วยล่าสังหาร’ ไปปลิดชีพนักหนังสือพิมพ์ฝีปากกล้าผู้ทำตัวเป็นปรปักษ์กับริยาดรายนี้
ในบทสัมภาษณ์ต่อหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ผู้นำตุรกีกล่าวหาริยาดว่าไม่ยอมตอบคำถามสำคัญๆ เกี่ยวกับการตายของคาช็อกกี ทั้งที่จับกุมผู้ต้องสงสัยได้ถึง 18 คนเมื่อครึ่งเดือนก่อน
ถ้อยแถลงจาก แอร์โดอัน มีขึ้นไม่นานหลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของตุรกีออกมาให้ข่าวว่า ศพของ คาช็อกกี ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ และนำไป “ละลาย” จนไม่เหลือซาก
“ตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ตุรกีได้สืบหาร่องรอยความจริงในคดีนี้อย่างชนิดพลิกแผ่นดิน และความพยายามของเราก็ทำให้โลกได้รับรู้ว่า คาช็อกกี ถูกทีมล่าสังหารฆ่าตายอย่างเลือดเย็น และเป็นการฆาตกรรมที่ตระเตรียมไว้ล่วงหน้าด้วย” แอร์โดอัน บอกกับวอชิงตันโพสต์ซึ่งเป็นนายจ้างของนักข่าวซาอุฯ ผู้เสียชีวิต
“เราทราบว่าคนร้ายอยู่ในกลุ่มผู้ต้องสงสัย 18 คนที่ทางการซาอุฯ จับกุม เราทราบด้วยว่าพวกเขาเข้ามายังตุรกีเพื่อทำตามคำสั่ง ‘ฆ่าคาช็อกกี และกลับออกมา’ และเราก็ทราบอีกว่าคำสั่งฆ่า คาช็อกกี มาจากบุคคลระดับสูงสุดในรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย”
แอร์โดอัน ยืนยันว่า รัฐบาลตุรกีจะไม่หยุดตั้งคำถาม “ที่ทางการซาอุฯ ปฏิเสธที่จะตอบ” เช่น ศพของคาช็อกกีอยู่ที่ไหน และใครเป็นผู้สั่งฆ่า
คดีฆาตกรรมโหดซึ่งเกิดขึ้นภายในสถานกงสุลซาอุฯ ณ นครอิสตันบูลเมื่อวันที่ 2 ต.ค. เรียกเสียงประณามอื้ออึงจากนานาชาติ ไม่เว้นแม้แต่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับซาอุฯ
แม้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ จะมีท่าทีอิดออดไม่อยากลงโทษริยาดเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์และข้อตกลงสั่งซื้ออาวุธมูลค่านับแสนๆ ล้านดอลลาร์ แต่วอชิงตันก็ตอบโต้ด้วยการระงับความช่วยเหลือต่อกลุ่มพันธมิตรซาอุฯ ที่ทำสงครามกับกบฏฮูตีในเยเมน
อัยการสูงสุดตุรกีเผยในสัปดาห์นี้ว่า คาช็อกกี ถูกรัดคอจนตายทันทีที่เข้าไปในสถานกงสุล และศพของเขาถูกแยกชิ้นส่วน ขณะที่ ยาซีน อักเตย์ (Yasin Aktay) ที่ปรึกษาของแอร์โดอัน ได้ระบุในบทความที่ตีพิมพ์โดยหนังสือพิมพ์ฮูร์ริเย็ตเมื่อวานนี้ (2) ว่า ชิ้นส่วนศพของ คาช็อกกี ถูกนำไป ‘ละลาย’ ในน้ำกรดเพื่อไม่ให้เหลือหลักฐาน
เจ้าหน้าที่ตุรกีคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับวอชิงตันโพสต์ว่า พนักงานสอบสวนตรวจพบ “หลักฐานทางชีวภาพ’ ภายในสวนของสถานกงสุลซาอุฯ ซึ่งบ่งชี้ว่าศพ คาช็อกกี น่าจะถูกทำลายใกล้กับจุดสังหาร
ทางการซาอุฯ ไม่ยอมให้ตำรวจตุรกีตรวจค้นบ่อน้ำในสวน แต่ยอมให้เก็บตัวอย่างน้ำไปวิเคราะห์
นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอลซึ่งมีจุดยืนต่อต้านอิหร่านเช่นเดียวกับริยาด ออกมาประณามการสังหารคาช็อกกี แต่ก็ย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องรักษาเสถียรภาพภายในซาอุดีอาระเบียไว้


