เอเจนซีส์ – มือปืนบุกเดี่ยวเข้าไปในโบสถ์ยิวที่เมืองพิตส์เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย และเปิดฉากกราดยิงระหว่างการทำพิธีทางศาสนาเมื่อวันเสาร์ (27 ต.ค.) ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย และบาดเจ็บ 6 ราย ซึ่งรวมถึงตำรวจ 4 นาย ถือเป็นเหตุการณ์โจมตีชาวยิวที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา
โรเบิร์ต โบเวอร์ส วัย 46 ปี ซึ่งเป็นชาวพิตส์เบิร์ก ถูกควบคุมตัวหลังยิงต่อสู้กับหน่วยสวาท เขาถูกอัยการรัฐบาลกลางตั้งข้อหาในคดีอาญา 29 กระทง รวมถึงการฆาตกรรมด้วยอาวุธปืน 11 กระทง และการขัดขวางพิธีการทางศาสนาอันเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 11 กระทง ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า อาจต้องโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต
บ็อบ โจนส์ เจ้าหน้าที่พิเศษของสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ซึ่งเป็นแกนนำการสอบสวน ระบุว่า นี่เป็นสถานที่เกิดเหตุที่เลวร้ายที่สุดที่เคยเห็นมาตลอดระยะเวลา 22 ปีที่ทำงานให้เอฟบีไอ และเชื่อว่า โบเวอร์สลงมือคนเดียว พร้อมระบุด้วยว่า โบเวอร์สไม่เคยมีประวัติหรือเป็นที่จับตาของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายใดๆ มาก่อน
สถานีทีวีเคดีเคเอรายงานว่า โบเวอร์สเดินเข้าไปในโบสถ์ "ทรี ออฟ ไลฟ์" ในย่านสเคอร์เรลฮิลล์ที่ผู้พักอาศัยส่วนใหญ่เป็นชาวยิว ระหว่างที่มีการทำพิธีในวันสะบาโตก่อนเวลา 10.00 น. ไม่นาน แล้วตะโกนว่า “คนยิวทั้งหมดต้องตาย”
มือปืนรายนี้โพสต์ข้อความต่อต้านชาวยิวหลายข้อความ รวมถึงข้อความหนึ่งเมื่อเช้าวันเกิดเหตุว่า องค์กรผู้อพยพชาวยิวที่ชื่อว่า "ฮีบรู อิมมิแกรนต์ เอด โซไซตี้" นำผู้บุกรุกเข้าไปเข่นฆ่าคนอเมริกัน ซึ่งเขาไม่สามารถนั่งดูดายได้ และยังมีข้อความที่โบเวอร์ประณามประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าไม่ทำอะไรเพื่อหยุดยั้งเรื่องนี้
ข้อความเหล่านั้นโพสต์อยู่บนเครือข่ายสังคม “แก็บ” ในเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นบริการแบบเดียวกับทวิตเตอร์ และแก็บได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า โปรไฟล์ดังกล่าวเป็นของโบเวอร์ส และบริษัทได้ระงับบัญชีของมือปืนรายนี้แล้ว ทั้งยังติดต่อเพื่อให้ข้อมูลกับเอฟบีไอ
โจนส์ให้รายละเอียดว่า โบเวอร์สบุกเข้าไปในโบสถ์พร้อมปืนไรเฟิลจู่โจม 1 กระบอกและปืนสั้นอีก 3 กระบอก โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้เข้าไปสังหารผู้ร่วมประกอบพิธีทางศาสนาและกำลังหนีออกมาตอนที่เผชิญหน้ากับตำรวจในเครื่องแบบนายหนึ่งและยิงต่อสู้กัน จากนั้นโบเวอร์สกลับเข้าไปในโบสถ์อีกรอบก่อนที่หน่วยสวาทจะไปถึงและยิงต่อสู้กันพักหนึ่ง กระทั่งเขายอมมอบตัวในที่สุด
โบเวอร์ถูกนำส่งโรงพยาบาลเนื่องจากถูกยิงบาดเจ็บหลายแผล ส่วนผู้ตกเป็นเหยื่อที่ถูกนำส่งโรงพยาบาล มีหญิงวัย 61 ปี ชายวัย 70 ปี และเจ้าหน้าที่วัย 55 ปีรวมอยู่ด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่มีเด็กเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้
ในบรรดาตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ มีตำรวจนายหนึ่งบาดเจ็บจากกระสุนดาวกระจาย ส่วนผู้บาดเจ็บรวม 6 รายนั้นมีอยู่ 2 รายที่อาการสาหัส
การสังหารหมู่ครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังชุมชนชาวยิวทั่วอเมริกา และเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (26 ต.ค.) เจ้าหน้าที่เพิ่งจับกุมตัวผู้สนับสนุนทรัมป์ในฟลอริดาคนหนึ่ง ข้อหาส่งระเบิดไปป์บอมบ์ไปยังนักการเมืองสำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนของพรรคเดโมแครต อาทิ อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ขณะที่อเมริกากำลังจะมีการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 6 เดือนหน้า
หลังรายงานข่าวนี้ไม่นาน ทรัมป์ทวิตว่า เขากำลังติดตามสถานการณ์ “การทำลายล้าง” ดังกล่าว และให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่า สถานการณ์แบบนี้อาจป้องกันได้ ถ้ามีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธที่โบสถ์ พร้อมปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวข้องกับกฎหมายควบคุมอาวุธปืน
ผู้นำสหรัฐฯ เรียกเหตุการณ์สังหารหมู่นี้ว่า เป็นการกระทำชั่วร้ายของปีศาจ พร้อมเรียกร้องคนอเมริกันให้ยืนหยัดเหนือความเกลียดชัง และสั่งลดธงครึ่งเสาที่ทำเนียบขาวและสถานที่ราชการอื่นๆ จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม รวมทั้งยังบอกว่า จะเดินทางไปพิตส์เบิร์กแต่ไม่ได้บอกว่า จะไปเมื่อใด
"อิสลามิก เซ็นเตอร์ ออฟ พิตส์เบิร์ก" ส่งข้อความแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และเรียกร้องให้ชาวมุสลิมบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ
ขณะที่กลุ่ม "แอนไท-เดเฟเมชัน ลีก" และ "ยิวอิช เคาน์ซิล ฟอร์ พับลิก แอฟแฟร์" ระบุว่า เหตุการณ์นี้เป็นการโจมตีชุมชนชาวยิวที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา และยังบอกว่า ในช่วงระหว่างปี 2016-2017 มีการโจมตีชาวยิวเพิ่มขึ้นถึง 57% เป็น 1,986 เหตุการณ์ จาก 1,267 เหตุการณ์
ผู้นำทั่วโลกต่างประณามผู้ก่อเหตุสังหารหมู่ชาวยิวครั้งนี้ รวมทั้งเรียกร้องให้ยุติความเกลียดชังและการเหยียดเชื้อชาติ ในจำนวนนี้รวมถึงนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล, นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิลของเยอรมนี และแอนโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น)


