รอยเตอร์ – ทางการตุรกีเชื่อนักข่าวชื่อดังของซาอุฯ ที่หายตัวไปเมื่อ 4 วันที่แล้ว ถูกสังหารในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบียในอิสตันบูล ขณะที่ทางการซาอุฯ ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมส่งเจ้าหน้าที่สืบค้นความจริงเรื่องนี้
แหล่งข่าวตุรกี 1 ใน 2 คน เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ (6 ต.ค.) ว่าการประเมินเบื้องต้นของตำรวจตุรกีได้ข้อสรุปว่า จามัล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวซาอุฯ ถูกฆ่าตายในสถานกงสุลซาอุฯ ในเมืองอิสตันบุลของตุรกี โดยเป็นการสังหารที่วางแผนไว้ล่วงหน้า ส่วนศพนั้นเชื่อว่า ถูกนำออกจากสถานกงสุลแล้ว
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวซาอุฯ ในสถานกงสุลปฏิเสธว่า ข้อกล่าวหาไม่มีมูล และเจ้าหน้าที่ความมั่นคงซาอุฯ ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่สอบสวน ได้เดินทางถึงอิสตันบูลในวันเสาร์ เพื่อสืบสวนการหายตัวไปของคาช็อกกี
วันเดียวกันนั้น โมฮัมหมัด อัล-โอไตบี กงสุลใหญ่ซาอุฯ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ริยาดห์กำลังช่วยค้นหานักข่าวคนดัง พร้อมปฏิเสธข่าวลือว่า คาช็อกกีอาจถูกลักพาตัว พร้อมกันนี้ยังนำนักข่าวรอยเตอร์สำรวจห้องหับต่างๆ ทั้ง 6 ชั้นในสถานกงสุล
อัล-โอไตบีเสริมว่า สถานกงสุลติดตั้งกล้องวงจรปิดหลายตัวแต่ไม่ได้บันทึกภาพไว้ จึงไม่สามารถเรียกดูภาพขณะที่คาช็อกกีเข้าและออกจากสถานกงสุล ซึ่งประตูทางเข้ามีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนาและติดตั้งลวดหนามด้านบน รวมทั้งยังมีเครื่องกีดขวางของตำรวจกั้นภายนอก
คู่หมั้นที่รออยู่นอกสถานกงสุลซาอุฯ เผยว่า ไม่สามารถติดต่อคาช็อกกี้ได้อีกเลย หลังจากที่เขาเข้าไปในสถานกงสุลเมื่อวันอังคาร (2 ต.ค.) เพื่อขอเอกสารสำหรับการแต่งงาน
นับจากนั้นทั้งเจ้าหน้าที่ตุรกีและซาอุฯ ต่างให้ข่าวการหายไปของนักข่าวผู้นี้ขัดแย้งกัน โดยอังการาบอกว่า ไม่มีหลักฐานว่า คาช็อกกีออกมาจากสถานกงสุล ขณะที่ริยาดห์ยืนยันว่า เขาออกจากสถานกงสุลในวันนั้น ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่า อเมริกาไม่สามารถยืนยันรายงานเหล่านี้ได้และกำลังขอข้อมูลเพิ่มเติม
ทั้งนี้ คาช็อกกีนั้นลี้ภัยในวอชิงตันตั้งแต่ปีที่แล้ว เนื่องจากกลัวว่า จะถูกแก้แค้นจากการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของซาอุฯ
แหล่งข่าวหน่วยงานความมั่นคงของตุรกีผู้หนึ่งเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ชาวซาอุฯ 15 คน ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางถึงอิสตันบูลด้วยเครื่องบิน 2 ลำ และเข้าไปในสถานกงสุลวันเดียวกับคาช็อกกี จากนั้นก็เดินทางกลับประเทศไปแล้ว
เขายังบอกอีกว่า ทางการตุรกีพยายามระบุตัวกลุ่มคนเหล่านั้น ขณะที่สำนักข่าวอนาโดลูของตุรกี รายงานเช่นเดียวกันว่า มีชาวซาอุฯ กลุ่มหนึ่งเข้าไปในสถานกงสุลช่วงสั้นๆ
การหายสาบสูญของคาช็อกกี้มีแนวโน้มทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างริยาดห์กับอังการาตึงเครียดยิ่งขึ้น หลังจากตุรกีส่งทหารไปกาตาร์เมื่อปีที่แล้ว เพื่อให้การสนับสนุนท่ามกลางสถานการณ์ที่กาตาร์ถูกเพื่อนบ้านในอ่าวอาหรับ ซึ่งรวมถึงซาอุดีฯ คว่ำบาตร
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซาลมาน ของซาอุฯ กล่าวว่า ริยาดห์จะอนุญาตให้ตุรกีเข้าตรวจค้นสถานกงสุลเพื่อสืบสวนคดีการหายตัวของคาช็อกกี แต่ไม่วายวิจารณ์การกวาดล้างผู้ต่อต้านของอังการาในเหตุการณ์การรัฐประหารเพื่อโค่นล้มประธานาธิบดี เรเจป ตายยิป แอร์โดอัน ที่ล้มเหลวเมื่อปี 2016
เมื่อวันเสาร์ ยาซิน อัคเต ที่ปรึกษาพรรคเอเคของแอร์โดอัน และเป็นเพื่อนของคาช็อกกี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว อัล จาซีเราะห์ ของกาตาร์ว่า การเสนอให้ค้นสถานกงสุลของมกุฎราชกุมารซาอุฯ ไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือเพียงพอ และสิ่งที่เกิดขึ้นกับคาช็อกกีถือเป็นอาชญากรรม ซึ่งผู้อยู่เบื้องหลังต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
เจ้าหน้าที่เผยว่า อัยการตุรกีเปิดการสอบสวนคดีนี้แล้วเมื่อวันเสาร์
คาช็อกกีเป็นแขกขาประจำในรายการทอล์กโชว์ทางการเมืองของเครือข่ายทีวีดาวเทียมอาหรับหลายแห่ง และยังเคยเป็นที่ปรึกษาให้เจ้าชายเตอร์กี อัล-ไฟซาล อดีตผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองซาอุฯ และอดีตเอกอัครราชทูตประจำอเมริกาและอังกฤษ
ตลอดปีที่แล้ว เขาเขียนคอลัมน์ลงในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ซึ่งรวมถึงวอชิงตัน โพสต์ วิจารณ์นโยบายของริยาดห์ต่อกาตาร์และแคนาดา สงครามในเยเมน และการปราบปรามผู้ต่อต้านในประเทศ
เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เขาเขียนเกี่ยวกับการควบคุมตัวสมาชิกราชวงศ์ซาอุฯ หลายคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่อาวุโสและนักธุรกิจ ภายใต้ข้อกล่าวหาทุจริต โดยบอกว่า โมฮัมเหม็ด บิน ซาลมาน ใช้กระบวนการยุติธรรมแบบเลือกเฟ้น พร้อมสำทับว่า มกุฎราชกุมารผู้นี้ไม่ยอมรับคำวิจารณ์ใดๆ
คณะกรรมการเพื่อการคุ้มครองผู้สื่อข่าว (ซีพีเจ) แถลงว่า รู้สึกตกใจกับข่าวคาช็อกกีอาจถูกฆ่าในสถานกงสุล และขอให้ทางการซาอุฯ เปิดเผยรายละเอียดสิ่งที่เกิดขึ้นขณะที่คาช็อกกีอยู่ในสถานกงสุลอย่างครบถ้วนและน่าเชื่อถือ


