เอเจนซีส์ - ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ เริ่มต้นการประชุมซัมมิตครั้งที่ 3 ของเขากับ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือที่กรุงเปียงยางในวันอังคาร (18 ก.ย.) ด้วยเป้าหมายในการผลักดันกระบวนการปลดอาวุธนิวเคลียร์ที่หยุดชะงักให้เดินหน้าต่อ โดยที่ประมุขโสมแดงประกาศ “เล็งผลเลิศ” จากการหารือคราวนี้ ถึงแม้หนังสือพิมพ์โสมแดงโบ้ยปัญหาอยู่ที่อเมริกาโยกโย้ตั้งเงื่อนไข ไม่แสดงความจริงใจด้วยการทำสนธิสัญญาสันติภาพเพื่อยุติสงครามเกาหลี
ผู้นำสองเกาหลีเริ่มต้นการหารืออย่างเป็นทางการในช่วงบ่ายวันอังคาร หลังจากคิมต้อนรับมุนที่เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเปียงยางในตอนเช้า ด้วยการสวมกอดและจับมือ พร้อมนำตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ จากนั้นขบวนลิมูซีนเมอร์เซเดสเบนซ์สีดำนำทั้งคู่ไปตามท้องถนนของเปียงยางผ่านฝูงชนชาวเกาหลีเหนือเกือบ 100,000 คนที่โบกดอกไม้ต้อนรับ พร้อมตะโกนวลี “รวมชาติ” และมุ่งหน้าสู่เรือนรับรองปักฮวา ซึ่งจะเป็นที่พักของมุนตลอดช่วง 3 วันของการเยือนครั้งนี้
ก่อนเริ่มการประชุมสุดยอดวันอังคาร คิมกล่าวว่า ต้องการสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่และรวดเร็วกว่าความสำเร็จที่ทั้งคู่ร่วมกันสร้างก่อนหน้านี้ ขณะที่มุนตอบรับว่า ถึงเวลาแล้วที่ความพยายามที่ผ่านมาจะผลิดอกออกผล และขอบคุณสำหรับการต้อนรับ
สำนักข่าวโคเรียน เซ็นทรัล นิวส์ เอเจนซี (เคซีเอ็นเอ) ของทางการเปียงยาง ระบุว่า ซัมมิตครั้งนี้จะนำเสนอโอกาสสำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีซึ่งจะถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่
นอกจากนั้น การประชุมสุดยอดครั้งนี้ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 3 ระหว่างมุนและคิม จะเป็นด่านทดสอบสำหรับโอกาสในการจัดซัมมิตครั้งที่ 2 ระหว่างคิมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯอีกด้วย โดยที่คิมได้ส่งหนังสือเชิญชวนประมุขทำเนียบขาว ขณะที่พวกผู้ช่วยของมุนเปิดเผยว่า ทรัมป์ขอให้ประมุขโสมขาวทำหน้าที่เป็น “หัวหน้าผู้เจรจา” ของเขา หลังจากที่ทรัมป์เองสั่งยกเลิกการเยือนเปียงยางของไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เมื่อเดือนที่แล้ว
วอชิงตันนั้นต้องการเห็นมาตรการรูปธรรมของเปียงยางในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ก่อนที่จะตกลงประกาศยุติสงครามเกาหลีปี 1950-53 อย่างเป็นทางการตามที่เกาหลีเหนือต้องการ
มุนกล่าวก่อนออกเดินทางว่า ถ้าเกาหลีเหนือฟื้นการหารือกับอเมริกาหลังการเยือนครั้งนี้ จะถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญ
อย่างไรก็ตาม ในวันอังคาร หนังสือพิมพ์โรดอง ซินมุนของทางการโสมแดง ตีพิมพ์บทบรรณาธิการระบุว่า ปัญหาความชะงักงันมาจากความดื้อดึงอย่างไร้เหตุผลของอเมริกา ที่ต้องการให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ที่ตรวจสอบได้และไม่สามารถฟื้นกลับคืนได้อย่างสมบูรณ์เสร็จสิ้นเสียก่อน จึงจะยอมเจรจาประเด็นปัญหาอื่นๆ โดยที่วอชิงตันไม่แสดงเจตนารมณ์ที่จะสร้างความไว้วางใจในกันและกันด้วยการประกาศยุติสงครามเกาหลี
ในการเยือนเปียงยางคราวนี้ มุนซึ่งครอบครัวต้องพลัดพรากเนื่องจากสงครามเกาหลี ได้นำนักธุรกิจชั้นนำของเกาหลีใต้เดินทางไปด้วย เช่น เจ วาย. ลี ประธานซัมซุง กรุ๊ป รวมถึงผู้นำเอสเค กรุ๊ป และแอลจี กรุ๊ป โดยนักธุรกิจเหล่านี้จะเข้าพบรี รยอง-นัม รองนายกรัฐมนตรีที่รับผิดชอบความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่โซลเผยว่า ไม่คาดหวังว่า จะมีการตกลงโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจเนื่องจากเกาหลีเหนือยังอยู่ภายใต้มาตรการลงโทษจากนานาชาติ
ตามกำหนดการนั้น มุนและคิมจะหารืออย่างเป็นทางการรอบสองในวันพุธ (19) และคาดว่าจะมีการออกแถลงการณ์ร่วมกันหลังจากนั้น รวมทั้งอาจมีการหารือจัดทำข้อตกลงทางทหารเพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียดและป้องกันการปะทะกันระหว่างทหารเกาหลีเหนือและใต้ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้มีกำหนดเดินทางกลับเช้าวันพฤหัสบดี (20)
ซัมมิตครั้งนี้มีขึ้นขณะที่อเมริกากำลังกดดันให้ประเทศต่างๆ ยังคงปฏิบัติตามมาตรการลงโทษเกาหลีเหนือของสหประชาชาติ อย่างเคร่งครัด เพื่อตัดเส้นทางระดมทุนสำหรับโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเปียงยาง
เกาหลีเหนือยืนยันว่า ทำลายสถานที่ทดสอบนิวเคลียร์และเครื่องยนต์ขีปนาวุธแห่งหลักแล้ว รวมทั้งระงับการทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธ ทว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และนักวิเคราะห์เชื่อว่า เปียงยางยังคงเดินหน้าแผนพัฒนาอาวุธอย่างลับๆ
วันจันทร์ (17) นิกกี้ เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำยูเอ็น กล่าวหารัสเซียละเมิดมาตรการแซงก์ชันต่อเกาหลีเหนือ
มุนนั้นตั้งความหวังว่า จะคิดค้นข้อเสนอที่ครอบคลุมทั้งกรอบโครงการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือและแถลงการณ์ร่วมเพื่อยุติสงครามเกาหลี โดยที่โซลตั้งความหวังกับการแสดงท่าทีของคิมเมื่อต้นเดือนนี้ที่ว่า ต้องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ให้แล้วเสร็จภายในคณะบริหารสมัยแรกของทรัมป์ที่จะหมดวาระต้นปี 2021
อย่างไรก็ตาม ยูเรเซีย กรุ๊ปตั้งข้อสังเกตว่า การประชุมระหว่างคิมกับมุนอาจเป็นแค่ข่าวพาดหัวสวยหรู แต่ไม่มีผลต่อความพยายามในการปลดอาวุธนิวเคลียร์มากมายนัก และคิมจะผลักดันการร่วมมือระหว่างกันโดยเน้นที่โครงการที่สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อเปียงยางเป็นหลัก


