xs
xsm
sm
md
lg

In Clip:สื่อนอกรายงาน นายร้อยสามพรานเลิกรับ “ตำรวจหญิง” ปีหน้า หวั่นกระทบคดีข่มขืน-กลุ่มสิทธิฯประณาม

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ขอขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก แฟนตำรวจของไทย แฟนนายสิบทุกรุ่น #ตำรวจหญิง เมื่อวันที่ 7 มิ.ย 2017
เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – ล่าสุดโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานประกาศการยกเลิกรับผู้สมัครหญิงเข้าเรียนเพื่อทำหน้าที่เป็น "ตำรวจหญิง" นับตั้งแต่ภาคการศึกษาปี 2562 เป็นต้นไป สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วถึงนโยบายการกีดกันทางเพศในประเทศที่สหประชาชาติออกมาชี้คดีข่มขืนและการลวงละเมิดทางเพศถึง 90% ไม่มีการเข้าแจ้งความ ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนออกมาชี้ เป็นรูปแบบของการกีดกันทางเพศ

หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ รายงานวันนี้(5 ก.ย)ว่า โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จ.นครปฐมปกติที่จะเปิดรับสมัครตามปกติเฉลี่ยปีละ 300 คน แต่ทว่านับตั้งแต่ปีหน้า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยยกเลิกการรับผู้สมัครหญิงเข้าเรียนต่อ

ซึ่งสื่อไทยรายงานโดยอ้าง บันทึกข้อความด่วนที่สุดซึ่งมีตราครุฑลงวันที่ 28 สิงหาคม 2561 จากส่วนราชการ สกพ. เรื่อง ตร.อนุมัติแนวทางการสรรหาและผลิตกำลังพลในส่วนของ นรต. และ นตท. ในส่วนตำรวจประจำปีการศึกษา 2562 โดยส่งไปถึง ผบช.รร.นรต.

ในหนังสือราชการซึ่งสื่อไทยได้นำมาลงประกอบนั้นพบว่าได้มีการไฮไลท์ข้อความ การประกาศยกเลิกรับนรต.หญิงนับตั้งแต่ภาคการศึกษาปี 2562 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในภาคการศึกษาหน้าที่จะถึงนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติประกาศเปิดรับสมัครแต่ “ผู้สมัครชาย” และสอบคัดเลือกสำหรับจำนวน 280 อัตราเท่านั้น

ซึ่งการเปิดให้ผู้หญิงสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนตำรวจนายร้อยสามพรานได้นั้นเริ่มมาตั้งแต่ปี 2552 หรือเป็นครั้งแรกในรอบ 107 ปีนับตั้งแต่มีการก่อตั้งโรงเรียนแห่งนี้ขึ้นมา โดยเดอะการ์เดียนชี้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงประจำโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานไม่ได้ให้คำตอบถึงการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ โดยกล่าวเพียงว่า “เป็นนโยบาย” พร้อมปัดที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยชี้ว่าไม่ได้รับอนุญาตจากเบื้องบน

และรายงานของสื่อไทยยังชี้ว่า ไม่มีการออกมาตอบคำถามอย่างชัดเจนจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพล.ต.ท.ดร.ปิยะ อุทาโย ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

เดอะการ์เดียนกล่าวว่า การยกเลิกรับผู้หญิงเข้าเรียนต่อในวิทยาลัยตำรวจในปีการศึกษาที่จะถึง พบว่าได้มีความพยายามให้เหตุผลโดยอ้างว่า เป็นเพราะเนื่องมาจากเหตุผลด้านครอบครัวเป็นหลักทำให้ตำรวจหญิงลาออก ทำให้กลุ่มปกป้องสิทธิมนุษยชนของไทยต่างออกมาประณามว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติละเมิดกฎหมายความเท่าเทียมทางเพศของไทย

ซึ่งจะเด็จ เชาวน์วิไล(Jadet Chaowilai) ผู้อำนวยการองค์กรขับเคลื่อนไหวหญิงชายก้าวไกล (Women and Men Progressive Movement) ออกมาเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า การรับผู้หญิงในจำนวนที่น้อยกว่าเพื่อเข้าทำงานเป็นตำรวจที่มีกำลังพลทั่วประเทศราว 230,000 นาย จะส่งผลร้ายต่อเหยื่อสตรีที่ถูกทำร้าย

ทั้งนี้ภายใต้กฎหมายไทยพบว่า เหยื่อผู้หญิงในคดีข่มขืนจะต้องได้รับการสอบปากคำจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิง แต่ทว่าอ้างอิงข้อมูลจากองค์การเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ(UN Women) พบว่า ร่วม 90% ของการเกิดข่มขืนในประเทศไทยไม่มีการเข้าแจ้งความ

“นี่ถือเป็นการก้าวถอยหลังอย่างมากสำหรับสิทธิสตรีและความปลอดภัยของสตรีในประเทศไทย” จะเด็จกล่าวและเสริมต่อว่า “เหยื่ออาจเกิดความอายหรือลังเลที่จะเข้าให้การกับตำรวจชาย”

เดอะการ์เดียนชี้ว่า ผู้หญิงทำหน้าที่เฉพาะตำแหน่งนั่งโต๊ะหรือเป็นส่วนเสริมในกองกำลังตำรวจของไทยจนกระทั่งในปี 2552 ซึ่งเป็นปีที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดโอกาสให้สามารถเข้าเรียนเพื่อบรรจุในตำแหน่งตำรวจชั้นสัญญาบัตรได้เป็นครั้ง และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมามีตำรวจหญิงสำเร็จการศึกษาไปแล้วจำนวน 700 นาย

ซึ่งอุษา เลิศศรีสันทัด ผู้อำนวยการโครงการมูลนิธิผู้หญิงกล่าวแสดงความเห็นถึงการประกาศยกเลิกรับสมัครผู้หญิงเข้าบรรจุเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า “ถือเป็นการกีดกันทางเพศ” พร้อมชี้ว่า “ซึ่งที่ผ่านมามีจำนวนตำรวจหญิงน้อยมากอยู่แล้ว และจากการที่มีกฎนี้ขึ้นมาจะยิ่งเป็นการลดจำนวนให้น้อยลง”

อย่างไรก็ตาม สื่ออังกฤษชี้ว่า ผู้หญิงยังคงสามารถเป็นตำรวจได้ผ่านสถาบันการศึกษาอื่นได้ เป็นต้นว่า วิทยาลัยพยาบาลตำรวจ หรือการสอบแข่งขันในฐานะบุคคลภายนอกเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจหญิง เป็นต้น แต่ทว่าการประกาศยุติการรับสมัครนรต.หญิงชั่วคราวในครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นรูปแบบการกีดกันทางเพศในการรับสมัครเข้ารับราชการตำรวจของไทย