เอเจนซีส์ - รัฐบาลจีนสั่งบล็อกเว็บไซต์ของสำนักข่าว ออสเตรเลียน บรอดคาสติง คอร์ปอเรชัน (เอบีซี) โดยอ้างว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์ สื่อใหญ่แดนจิงโจ้ระบุวันนี้ (3 ก.ย.)
คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นราว 1 ปี หลังจากที่เอบีซีเริ่มให้บริการข่าวสารเป็นภาษาจีน
เอบีซี ยืนยันว่าถูกทางการจีนบล็อกเว็บไซต์และแอปพลิเคชันตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา และบริษัทได้พยายามติดต่อกับหน่วยงานจีนเพื่อขอทราบเหตุผล
หลังจากที่ถามย้ำไปหลายครั้ง ในที่สุดก็ได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่สำนักงานควบคุมดูแลกิจการอินเทอร์เน็ตแห่งชาติจีน (CAC) ซึ่งระบุว่า “อินเทอร์เน็ตในจีนเปิดกว้างเต็มที่ เรายินดีให้บริษัทสื่ออินเทอร์เน็ตทั่วโลกเข้ามาให้บริการเผยแพร่ข่าวสารที่ดีต่อผู้ใช้ในจีน"
“อย่างไรก็ตาม เราจำเป็นต้องคงไว้ซึ่งสิทธิและอธิปไตยทางไซเบอร์ ในกรณีที่เว็บไซต์ต่างประเทศบางรายฝ่าฝืนกฎระเบียบ เช่น เผยแพร่ข่าวลือ, สื่อลามกอนาจาร, การพนัน, ลัทธิก่อการร้ายหัวรุนแรง และข้อมูลผิดกฎหมายบางอย่างที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ และบั่นทอนความภาคภูมิใจในชาติ” เจ้าหน้าที่ผู้ไม่ประสงค์ออกนามกล่าว
เอบีซียืนยันว่าไม่เคยได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าบริษัททำผิดกฎหมายข้อใด และเนื้อหาส่วนใดที่เป็นสาเหตุให้ถูกแบน
สำหรับเว็บไซต์สื่ออื่นๆ ของออสเตรเลีย เช่น แฟร์แฟ็กซ์, นิวส์ลิมิเต็ด และเอสบีเอส ดูเหมือนจะยังไม่ได้รับผลกระทบ
นักการทูตออสเตรเลียในกรุงปักกิ่งยอมรับว่าทราบปัญหาในการเข้าถึงเว็บไซต์เอบีซีในจีน แต่ก็ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ด้านนายกรัฐมนตรี สกอตต์ มอร์ริสัน แห่งออสเตรเลีย ระบุว่า คำสั่งแบนเอบีซีถือเป็นเรื่องภายในของปักกิ่ง และอยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลออสเตรเลีย
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าสื่อใหญ่รายนี้จะโดนพิษการเมืองระหว่างประเทศเล่นงาน เนื่องจากจีนถูกกล่าวหาว่าพยายามใช้เงินบริจาคแทรกแซงการเมืองออสเตรเลีย ซึ่งข้อครหานี้ส่งผลให้ความสัมพันธ์ปักกิ่ง-แคนเบอร์ราย่ำแย่ลงมาก
รัฐบาลจีนปฏิเสธรายงานของเอบีซีและสื่อออสซี่อีกหลายสำนักที่พูดถึงการแทรกแซง พร้อมเย้ยหยันว่าเป็นอาการของพวก ‘โรคจิตหวาดระแวง’
เอบีซีรายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่าปักกิ่งกำลังใช้กลยุทธ์ ‘การทูตแบบนุ่มนวล’ (soft diplomacy) สยายอิทธิพลเข้าสู่แปซิฟิก ซึ่งทำให้ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เกรงว่าดุลอำนาจทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคแถบนี้อาจถูกสั่นคลอน


