xs
xsm
sm
md
lg

In Pics & Clip:เสียงระเบิดกึกก้องและกลุ่มควันฝุ่นหนาพุ่งสู่ท้องฟ้า ขณะ‘เกาหลีเหนือ’ทำลายสถานที่ทดลองอาวุธนิวเคลียร์

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

<i>ควันฝุ่นลอยขึ้นมาจากสถานที่ทดลองอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือที่ ปุงคะเย-รี ภายหลังการจุดระเบิดเมื่อวันพฤหัสบดี (24 พ.ค.) </i>
เอพี/เอเจนซีส์ – ผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จองอิล ทำตามสัญญาของเขาที่จะทำลายสถานที่ทดลองอาวุธนิวเคลียร์ของโสมแดง ซึ่งเสร็จสิ้นลงอย่างเป็นทางการด้วยการระเบิดขนาดมหึมาต่อเนื่องกันเป็นชุดเมื่อวันพฤหัสบดี (24 พ.ค.) ท่ามกลางการเฝ้าสังเกตการณ์ของนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ต่างประเทศกลุ่มเล็กๆ

การจุดระเบิด ณ สถานที่ทดลองซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้าไปในเขตเทือกเขาที่ไม่ค่อยมีผู้คนพำนักอาศัย ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกาหลีเหนือคราวนี้ ตั้งใจให้เป็นการสร้างความเชื่อมั่นก่อนหน้าการประชุมซัมมิตระหว่างคิมกับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งวางแผนจัดขึ้นในเดือนหน้า ทว่าทรัมป์ได้ประกาศยกเลิกการพบปะคราวนี้ไปเสียแล้วในวันพฤหัสบดี(24) โดยระบุว่าในคำแถลงจากฝ่ายเกาหลีเหนือฉบับหนึ่งซึ่งเผยแพร่ออกมาก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน แสดงให้เห็นถึง “ความโกรธเกรี้ยวอย่างมหาศาลและความเป็นศัตรูอย่างเปิดเผย”

การระเบิดกึกก้องเหล่านี้มีศูนย์กลางอยู่ที่อุโมงค์ 3 แห่งของสถานที่ทดลองนิวเคลียร์ใต้ดิน และอาคารจำนวนหนึ่งซึ่งอยู่ในพื้นที่รอบๆ เกาหลีเหนือยังจัดพิธีปิดภายหลังจากนั้นโดยมีพวกเจ้าหน้าที่จากโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของพวกเขาเข้าร่วม

กลุ่มนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ ได้เป็นประจักษ์พยานการบึ้มทำลายครั้งนี้ ซึ่งก่อให้เกิดดินถล่มหลายจุดบริเวณใกล้ๆ ทางเข้าอุโมงค์เหล่านี้ รวมทั้งส่งให้ควันและฝุ่นพุ่งขึ้นจับตัวเป็นกลุ่มเมฆดำโขมง

สื่อของทางการเกาหลีเหนือพูดถึงการทำลายสถานที่แห่งนี้ว่า เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการในการสร้าง “โลกที่มีสันติภาพปราศจากนิวเคลียร์” และ “การปลดอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลก”

“การทำลายพื้นที่ทดลองนิวเคลียร์ด้วยความโปร่งใสในระดับสูงคราวนี้ พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนอีกครั้งถึงความพยายามอย่างเป็นฝ่ายกระทำและอย่างรักสันติภาพของรัฐบาล สปปก. (ย่อมาจาก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี ชื่อประเทศอย่างเป็นทางการของเกาหลีเหนือ) ซึ่งกำลังดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าจะเกิดสันติภาพและเสถียรภาพขึ้นในคาบสมุทรเกาหลีและทั่วโลก” เคซีเอ็นเอ สำนักข่าวของทางการโสมแดงกล่าวเช่นนี้เมื่อคืนวันพฤหัสบดี (24)


<i>บริเวณทางเข้าอุโมงค์ด้านตะวันตกของสถานที่ทดลองอาวุธนิวเคลียร์โสมแดง ซึ่งจะเห็นสายชนวนและวัตถุระเบิดถูกติดตั้งเอาไว้พรักพร้อม ก่อนหน้าการระเบิดทำลายเมื่อวันพฤหัสบดี (24 พ.ค.) </i>
ผู้นำคิมประกาศแผนการของเขาที่จะปิดสถานที่แห่งนี้ ซึ่งเกาหลีเหนือได้ใช้ทดลองอาวุธนิวเคลียร์ทั้ง 6 ครั้งของตน ตั้งแต่ก่อนหน้าการประชุมซัมมิตกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และซัมมิตกับทรัมป์ตามที่เคยวางแผนไว้ในวันที่ 12 มิถุนายนที่สิงคโปร์

ถึงแม้โสมแดงทำตามสัญญาในการแสดงท่าทีมุ่งผ่อนคลายความตึงเครียด แต่ก็ยังคงใช้ถ้อยคำอันรุนแรงกราดใส่วอชิงตัน โดยเฉพาะในตอนเช้าวันพฤหัสบดี (24) นั้นเอง โช ซอนฮุย รองรัฐมนตรีต่างประเทศหญิงของเกาหลีเหนือ ได้ออกมากล่าวตอบโต้คำพูดตักเตือนแกมข่มขู่ของรองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ ของสหรัฐฯ โดยระบุว่า เพนซ์ “โง่เขลาเบาปัญญา” ในทางการเมือง อีกทั้งบอกด้วยว่าเกาหลีเหนือพร้อมที่จะพบกับสหรัฐฯทั้งในการเผชิญหน้ากันทางนิวเคลียร์ และบนโต๊ะเจรจา

ทั้งนี้รองประธานาธิบดีสหรัฐฯให้สัมภาษณ์ทีวี ฟ็อกซ์ นิวส์ โดยเปรียบเทียบความสามารถด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือกับลิเบีย ขณะที่ทราบกันดีว่าเกาหลีเหนือมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อการเปรียบเทียบเช่นนี้ เนื่องจากลิเบียเคยยินยอมยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ของตนตั้งแต่ขั้นต้นๆ ของการดำเนินงาน แต่แล้ว มูอัมมาร์ กัดดาฟี จอมเผด็จการที่ครองอำนาจมายาวนานของลิเบียกลับถูกโค่นล้มและถูกสังหารอย่างทารุณในอีกไม่กี่ปีต่อมา

ครั้นแล้วทรัมป์ก็ตอบโต้ด้วยการยกเลิกการประชุมซัมมิต และกล่าวในจดหมายส่งถึงคิมว่า “น่าเสียใจว่า พิจารณาจากความโกรธเกรี้ยวอย่างมหาศาลและความเป็นศัตรูอย่างเปิดเผยซึ่งแสดงให้เห็นในคำแถลงครั้งหลังที่สุดของคุณแล้ว ผมรู้สึกว่ามันจะเป็นการไม่เหมาะสม ณ เวลานี้ ที่จะมีการพบปะกันตามที่มีการวางแผนเอาไว้ยาวนานทีเดียวคราวนี้”

การตัดสินใจของโสมแดงที่จะปิดสถานที่ทดลองนิวเคลียร์ ปุงกะเย-รี คราวนี้ ได้รับการตีความอย่างกว้างขวางว่าเป็นการแสดงท่าทีมุ่งสร้างน้ำเสียงในทางบวกของคิมก่อนหน้าการประชุมซิมมิต สภาความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ได้ออกคำแถลงในตอนเช้าวันพฤหัสบดี เรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “มาตรการแรกที่มุ่งไปสู่การปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสมบูรณ์” ของเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ดี ไม่ใช่ว่าทุกคนต่างมองโลกในแง่ดีไปหมด
<i>เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือพูดกับพวกสื่อมวลชนต่างประเทศ ท่ามกลางกองหักพังภายหลังการระเบิดทำลาย </i>
<i>ทหารรักษาการณ์ผู้หนึ่งยืนเฝ้าอยู่ตรงทางเข้าอุโมงค์ด้านเหนือของสถานที่ทดลองอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ก่อนหน้าการระเบิดทำลาย </i>
การปิดสถานที่แห่งนี้ยังไม่ใช่ความเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถหวนกลับไปได้ใหม่ และยังจำเป็นต้องติดตามด้วยมาตรการสำคัญๆ อย่างอื่นๆ อีกมาก จึงจะบรรลุความเรียกร้องต้องการของทรัมป์ในการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างแท้จริง

เกาหลีเหนือยังไม่ได้เชื้อเชิญพวกผู้ตรวจสอบอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างประเทศเข้าไปพิสูจน์ยืนยัน โดยกลับเลือกอาศัยภาพวิดีโอที่จะเผยแพร่ทางทีวีสำหรับทำให้โลกเกิดความประทับใจ

และจริงๆ แล้วเหตุการณ์นี้ก็น่าประทับใจมาก

การระเบิดครั้งแรกที่พวกนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ผู้มาเยือนได้เห็นเป็นพยาน บังเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11 น. หลังจากพวกเขาใช้เวลากว่า 12 ชั่วโมงเดินทางด้วยรถไฟและขบวนยานยนต์ตลอดทั้งคืนไปตามถนนอันขรุขระเต็มไปด้วยฝุ่น แรงระเบิดนี้พังทำลายอุโมงค์ด้านเหนือของสถานที่แห่งนี้ ซึ่งเคยใช้ทดลองนิวเคลียร์ 5 ครั้งระหว่างปี 2009 จนถึงปีที่แล้ว

จากนั้นการระเบิดอีก 2 ครั้งตามมาเกิดขึ้นเมื่อราว 14.20 น. และ 16 น. ซึ่งทำลายอุโมงค์ด้านตะวันตก และอุโมงค์ด้านใต้ ทั้งนี้ตามคำบอกเล่าของพวกเจ้าหน้าที่ ขณะที่สื่อทางการเกาหลีเหนือเน้นย้ำว่าก่อนถูกทำลาย อุโมงค์ 2 แห่งหลังนี้สามารถที่จะใช้ทำการทดลองได้ต่อไปอีก ซึ่งเป็นการตอบโต้รายงานข่าวที่บอกว่า ปุงกะเย-รี ถูกใช้งานจนกระทั่งไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปแล้ว

สิ่งที่ถูกระเบิดทำลายไปเช่นกัน ยังมีพวกจุดที่มั่นสังเกตการณ์ และอาคารที่พักของพวกทหารรักษาการณ์และพนักงานอื่นๆ โดยที่อุโมงค์แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกนั้น ได้ถูกปิดไปเรียบร้อยแล้วภายหลังการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรกสุดในปี 2006
<i>สื่อมวลชนต่างประเทศขณะปฏิบัติงานที่ ปุงคะเย-รี </i>
<i>รองผู้อำนวยการสถาบันอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ซึ่งไม่มีการระบุชื่อ บรรยายสรุปก่อนการจุดระเบิดสถานที่ทดลองอาวุธนิวเคลียร์ ปุงคะเย-รี </i>
เกาหลีเหนือบอกว่า การระเบิดทำลายในวันพฤหัสบดี ไม่ได้ก่อให้เกิดการรั่วไหลใดๆ ของวัสดุกัมมันตรังสี หรือมี “ผลกระทบในทางลบใดๆ ต่อสภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยาของพื้นที่รอบๆ”

คณะนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ได้รับอนุญาตให้อยู่ที่ ปุงกะเย-รี เป็นเวลาประมาณ 9 ชั่วโมง

ในการเดินทางไปยังสถานที่ทดลองนุกซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแห่งนี้ จำเป็นที่จะต้องนั่งรถไฟทั้งคืนจากเมืองวอนซาน เมืองท่าที่ตั้งอยู่ด้านตะวันออกของเมืองหลวงเปียงยาง หน้าต่างของรถไฟขบวนนี้ถูกปิดดำมืด และสื่อมวลชนได้รับคำแนะนำจากพวกเจ้าหน้าที่ว่าอย่าได้เปิดออก นอกจากนั้นพวกเขายังไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายภาพจากยานพาหนะที่นำพาพวกเขาจากสถานีรถไฟซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด ไปยังสถานที่อันเป็นจุดหมายปลายทาง ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 20 กิโลเมตร
<i>อุโมงค์แห่งหนึ่งที่ สถานที่ทดลองอาวุธนิวเคลียร์ ปุงคะเย-รี ขณะกำลังระเบิด </i>