เอเจนซีส์ - บริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ “ล็อตเต้ กรุ๊ป” ของเกาหลีใต้เตรียมขายกิจการซุปเปอร์มาร์เก็ตกว่า 20 สาขาในจีนให้แก่กลุ่มทุนท้องถิ่น หลังประสบปัญหาขาดทุนหนักจากข้อพิพาททางการทูต สืบเนื่องจากการที่บริษัทไปทำสัญญาแลกที่ดินให้รัฐบาลเกาหลีใต้ใช้ติดตั้งระบบขีปนาวุธล้ำสมัยจากสหรัฐฯ
ล็อตเต้ ถูกทางการจีนใช้มาตรการกีดกันเพื่อแก้แค้นที่ยอมให้โซลใช้ที่ดินติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธในบรรยากาศชั้นสูง (Terminal High Altitude Area Defense - THAAD) ของสหรัฐฯ โดยรัฐบาลจีนนั้นไม่เห็นด้วยที่วอชิงตันจะนำระบบ THAAD เข้ามายังคาบสมุทรเกาหลี เนื่องจากเกรงว่าเรดาร์อันทรงพลังของ THAAD จะสอดแนมและเป็นภัยต่อความมั่นคงของปักกิ่ง
จีนสั่งปิดห้างล็อตเต้ไปแล้วหลายสิบจากทั้งหมด 120 กว่าสาขา โดยอ้างว่าพบ “ปัญหาด้านความปลอดภัย” ขณะที่ชาวจีนจำนวนมากก็ไปชุมนุมประท้วงที่หน้าห้างล็อตเต้เพื่อประณามการติดตั้งระบบ THAAD และเรียกร้องให้บอยค็อตต์สินค้าจากเกาหลีใต้
คำสั่งปิดห้างล็อตเต้เป็นหนึ่งในหลายๆ มาตรการที่จีนใช้แก้แค้นเกาหลีใต้ในทางเศรษฐกิจ รวมถึงการห้ามจำหน่ายทัวร์จีนไปยังแดนโสมขาว
ล็อตเต้ ช็อปปิง โฮลดิงส์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือล็อตเต้ประกาศวันนี้ (26 เม.ย.) ว่าจะขายหุ้น 87.38% ในหน่วยงานทางภาคเหนือของจีนให้แก่ Wumei ซึ่งเป็นเจ้าของเครือซุปเปอร์มาร์เก็ต Wumart ในวงเงิน 248,500 ล้านวอน โดยหน่วยงานแห่งนี้ควบคุมกิจการห้างล็อตเต้ 22 สาขาในกรุงปักกิ่ง
ล็อตเต้เคยประกาศเมื่อเดือน ก.ย. ปีที่แล้วว่าจะขายทิ้งกิจการซุปเปอร์มาร์เก็ตในจีน รวมถึงพิจารณาทางเลือกอื่นๆ หากความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างโซลและปักกิ่งยังคงยืดเยื้อ
สำหรับ Wumei นั้นเป็นบริษัทค้าปลีกสัญชาติจีนที่ก่อตั้งในปี 1994 ปัจจุบันมีห้างซุปเปอร์สโตร์และร้านสะดวกซื้อกว่า 400 สาขาทั้งในกรุงปักกิ่งและย่านปริมณฑล


