xs
xsm
sm
md
lg

สื่อเยอรมนีชี้รัฐบาลไทยยังคงหนุนพม่า-ไม่แทรกแซง ถึงแม้จะลงมือปราบโรฮิงญาอย่างหนัก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

จักร บุญ-หลง เอกอัครราชทูตไทยประจำพม่า
เอเจนซีส์ - รัฐบาลไทยยังคงสนับสนุนพม่าต่อไปถึงแม้ว่า พม่าจะใช้กำลังเข้าปราบปรามการลุกขึ้นสู้ของชนกลุ่มน้อยโรฮิงญาในรัฐยะไข่ เอกอัครราชทูตไทยประจำพม่าให้สัมภาษณ์พิเศษยืนยันกับ DW สื่อเยอรมนีถึง “บทบาทของรัฐบาลไทย” ต่อความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

DW สื่อเยอรมนีรายงานเมื่อวันเสาร์ (24 ก.พ.) ว่า ถึงแม้ว่าประชาคมโลกจะออกมาประณามการกระทำของรัฐบาลพม่าที่ใช้ความรุนแรงต่อชนกลุ่มน้อยโรฮิงญาในประเทศ แต่ไทยที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านยังคงรักษาคำมั่นอย่างเหนียวแน่นที่จะไม่เข้าไปแทรกแซงเด็ดขาด

และเมื่อถามถึงจุดยืนของไทยต่อการกวาดล้างครั้งใหญ่ของกองทัพพม่าเมื่อสิงหาคมปีที่ผ่านมา ที่สร้างวิพากวิจารณ์ไปทั่วโลกถึงปฏิบัติการกวาดล้างพลเรือนโรฮิงญาในรัฐยะไข่ทางตะวันตก จักร บุญ-หลง เอกอัครราชทูตไทยประจำพม่าให้สัมภาษณ์กับ DW ยืนยันว่า

“รัฐบาลของเขาจะยังคงให้การสนับสนุนต่อรัฐเพื่อนบ้านทางเหนือต่อไป”

เอกอัครราชทูตจักรกล่าวว่า “ไทยยอมรับต่อสิทธิของพม่าในการปกป้องตัวเองจากการโจมตีทางก่อการร้ายด้วยฝีมือของกลุ่มกองทัพปลดปล่อยโรฮิงญาแห่งอาระกัน (ARSA) ที่รู้จักในนามกลุ่มอาร์ซา ที่ได้สร้างแรงกดดันร่วมภายในพื้นที่รัฐยะไข่ และทำให้เกิดคลื่นผู้อพยพมหาศาลจากพื้นที่ขัดแย้ง”

ทั้งนี้พบว่าในช่วงเช้าวันเสาร์ (24) เกิดระเบิด 3 ครั้งในเมืองเอกของรัฐยะไข่

DW ชี้ว่า ไทยเป็นเพื่อนกับพม่าภายในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งภายในองค์กรมีจุดยืนไม่เข้าแทรกแซงกิจการภายในของชาติสมาชิก

ซึ่งพบว่าไทยเป็นผู้ให้การยอมรับอย่างแข็งขันต่อรัฐบาลพลเรือนพม่าชุดใหม่ของอองซานซูจี แต่ในขณะเดียวกันทางไทยมีสิ่งร่วมคล้ายกันในรูปแบบการปรากฎตัวของกองกำลังกองทัพภายใต้สถาบันทางประชาธิปไตย และลักษณะความต้องการให้ความมั่นคงอยู่เหนือประชาธิปไตย

อย่างไรก็ตาม ทูตไทยประจำพม่ากล่าวต่อว่า “ในขณะที่มีความกังวลร่วมต่อกลุ่มประชาคมโลกต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ ทางไทยเชื่อในการร่วมมือเชิงสร้างสรรค์กับพม่า ทั้งในส่วนรัฐบาลและกองทัพ นั้นมีความสำคัญ”

สื่อเยอรมนีชี้ว่า พลเมืองร่วม 1.1 ล้านคนชาวโรฮิงญาซึ่งเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ของรัฐ ต้องหลบหนีข้ามพรมแดนเข้าไปยังบังกลาเทศ หลังเกิดระลอกการโจมตีบริเวณจุดตรวจความมั่นคงทางทหารโดยกลุ่มติดอาวุธ ส่งผลทำให้เกิดการส่งกองกำลังทหารพม่าเข้ากวาดล้าง โดยองค์การสหประชาชาติเรียกว่า “เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”

แต่ทว่าทางเจ้าหน้าที่พม่าออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา และในขณะเดียวกันได้ปิดกั้นไม่ให้ทางเจ้าหน้าที่ยูเอ็นสามารถเข้ามาสอบสวนบริเวณจุดตึงเครียดทางตอนเหนือของรัฐยะไข่ได้

ด้านเจ้าหน้าที่สอบสวนด้านสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติประจำองค์การสหประชาชาติในพม่า เมื่อไม่นานมานี้ได้กล่าวหาอองซานซูจี อดีตเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถึงการเสียชีวิตของพลเมืองชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮิงญา

โดยทาง แยงฮี ลี (Yanghee Lee) กล่าวว่า อาจมีความเป็นไปได้ที่ซูจีซึ่งในนามผู้นำพม่าอาจต้องเผชิญหน้ากับข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หรืออาชญากรรมต่อมนุษยชาติในศาลระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ เมื่อปลายเดือนมกราคมล่าสุด เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำองค์การสหประชาชาติ นิกกี เฮลลีย์ ออกมาเรียกร้องให้ทางคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาติบังคับให้ทางพม่าต้องตอบคำถามต่อปฎิบัติการที่ได้เกิดขึ้นต่อชาวโรฮิงญา

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนในเวลานี้ทั้งไทยและสหรัฐฯ จะสนิทสนมกันดีในสมัยวอชิงตันศักราชใหม่ ดูได้จากการเข้าร่วมการซ้อมรบคอบร้าโกลด์ที่เพิ่งมีขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ และเป็นที่ฮือฮา อ้างอิงจากสื่อกาตาร์ อัลญาซีเราะห์ พบว่า มีตัวแทนกองทัพพม่าเข้าร่วมสังเกตการณ์อยู่ด้วย

สื่อเยอรมนีชี้ว่า ตัวแทนพม่าได้รับเชิญให้เข้ามาเป็นผู้สังเกตการณ์อย่างเป็นทางการ ซึ่งทางเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำไทย ไม่สามารถตอบคำถามกับนักข่าวสื่อกาตาร์ได้ว่า เหตุใดเขาจึงร่วมอยู่ในพิธีที่มีตัวแทนทหารพม่าร่วมอยู่ด้วย

และนอกจากนี้ DW ยังชี้ว่าในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ พบว่าไทยได้มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่นายพลกองทัพทหารพม่า ถึงแม้ว่าในปีที่ผ่านมาทางกองทัพจะมือเปื้อนเลือดต่ออาชญากรรมที่กระทำต่อชนกลุ่มน้อยของตนเองในรัฐยะไข่

โดยในรายงานของบีบีซีภาคภาษาไทยเมื่อวันที่ 16 ก.พ พบว่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาร์ พล.อ.อาวุโสมิน อ่องหล่าย ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นที่ 1 “ประถมาภรณ์ช้างเผือก”

ในรายงานข่าวจากเว็บไซต์สำนักงาน ผบ.ทหารสูงสุดเมียนมาร์ชี้ว่า พลเอกประจำกองทัพของไทย พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทยเป็นผู้แทนพระองค์ในการมอบ และเหตุผลสำหรับการมอบ โฆษกกองทัพไทย พล.ท.ณตฐพล บุญงาม กล่าวว่า “ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ เพราะสองประเทศมีความสัมพันธ์ทางการทหาร ต่างสนับสนุนภารกิจของกันและกัน รวมทั้งแลกเปลี่ยนการเยือนและดำเนินกิจกรรมหลายอย่างร่วมกัน” และได้ชี้ว่า เครื่องราชฯ นี้ทางกองทัพได้ยื่นเรื่องขอรับพระราชทานตั้งแต่ปีที่แล้ว และ “สิ่งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางสิทธิมนุษยชน” พล.ท.ณตฐพลกล่าวยืนยัน บีบีซีรายงาน

สื่อเยอรมนีรายงานต่อว่า แต่ทว่าเครือข่ายสิทธิมนุษยชนในพม่าออกมาประณามการมอบเครื่องราชฯ อันทรงเกียรติของไทยว่าเป็นเสมือนการก้าวข้ามเส้นแดงไป

“ในความเป็นประเทศเพื่อนบ้านของพม่า ไทยให้ความสำคัญกับการยังคงความใกล้ชิดและความเป็นเพื่อนอย่างเหนียวแน่นระหว่างทั้ง 2 ชาติ ทั้งในทุกระดับและทุกมิติ” เอกอัครราชทูตจักรกล่าว และเสริมว่า “และนโยบายนี้ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่คำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงต่อรัฐบาลพม่า”

ช่วงกลางเดือนนี้พบว่า กลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยในพม่า 2 กลุ่มได้ลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลและกองทัพพม่า ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงแรกภายใต้พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy) หรือพรรค NLD ของซูจี

สื่อเยอรมนีรายงานว่า กลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยที่ยอมลงนามร่วมคือ กลุ่มพรรคมอญใหม่ (New Mon State Party) หรือ NMSP และกลุ่มสหภาพประชาธิปไตยลาหู่ (Lahu Democratic Union) หรือกลุ่ม LDU ซึ่งพบว่าทั้ง 2 กลุ่มนี้มีฐานอยู่บริเวณพรมแดนไทย-พม่า แต่ยังคงเหลือกลุ่มติดอาวุธอีก 20 กลุ่มที่ยังต้องทำสัญญากับรัฐบาลพม่าเพื่อยุจิการสู้รบ

สื่อเยอรมนีชี้ว่า ไทยถูกมองเป็นศูนย์กลางผู้อพยพในภูมิภาคมานานแล้ว แต่ทว่าจากรายงานของกลุ่มฮิวแมนไรท์วอชที่ออกมาเมื่อต้นปีนี้ ทำให้ทางไทยถูกตำหนิเมื่อรายงานได้เปิดเผยถึงสภาพแรงงานส่วนใหญ่ที่เป็นชนกลุ่มน้อยจากพม่า กัมพูชา และลาว ส่งผลทำให้ไทยถูกสหรัฐฯ จัดลำดับในขั้นต่ำสุด เทียร์ 3 (Tier 3) ในรายงานประจำปีด้านการลักลอบค้ามนุษย์

ทูตจักร บุญ-หลง ได้กล่าวกับ DW ถึงนโนยบายของไทยต่อปัญหาแรงงานพม่าที่ไม่ได้ขึ้นบัญชีว่า ที่ผ่านมาทางไทยมีนโยบายให้การเคารพต่อสิทธิด้านมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และให้การสนับสนุนต่อความเป็นอยู่ของแรงงานพม่าในไทย

และเอกอัครราชทูตไทยประจำพม่า กล่าวว่า “รัฐบาลไทยได้ออกกฎหมายเพื่อสนับสนุนการจ้างงานแรงงานพม่าที่ถูกกฎหมาย และการลงทะเบียนแรงงานพม่าที่เข้าเมืองผิดกฎหมายคาดว่าจะสามารถเสร็จสิ้นได้ภายในวันที่ 30 มิ.ย. 2018”

ในตอนท้ายของการให้สัมภาษณ์ ทางเอกอัครราชทูตจักรยืนยันย้ำอีกครั้งกับสื่อเยอรมนีว่า “ในระหว่างนี้ แรงงานพม่าสามารถวางใจได้ว่าจะยังคงได้รับอนุญาตให้ทำงานในไทยต่อไปและได้รับสิทธิและผลประโยชน์อย่างเต็มที่ภายใต้กฎหมายที่ได้บัญญัติไว้”



Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...