(เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.atimes.com และหนังสือพิมม์สตาร์ส แอนด์ สไตร์ปส์)
US Navy to launch ‘Sea Hunter’ drone to track Russian subs
08/02/2018
สำนักงานวิจัยชั้นสูงด้านกลาโหมของสหรัฐฯ เพิ่งส่งมอบ โดรนทะเล “ซี ฮันเตอร์” ที่ทดสอบมาแล้ว 2 ปีให้แก่กองทัพเรืออเมริกัน โดยเป็นที่คาดหมายกันว่าเรือหุ่นยนต์ซึ่งนำร่องด้วยตนเองรุ่นนี้ จะสามารถออกปฏิบัติภารกิจเฝ้าติดตามเรือดำน้ำของรัสเซียและจีนได้ภายในปีนี้
มีรายงานข่าวว่ากองทัพเรือสหรัฐฯอาจเริ่มต้นนำเอา โดรนทะเลที่นำร่องได้ด้วยตนเอง (self-piloting sea drone) เข้าประจำการภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งสามารถที่จะไล่ล่าพวกเรือดำน้ำของเหล่าปรปักษ์ผู้มีเจตนาร้ายทั้งหลาย ในช่วงเวลาเดียวกับที่จีนและรัสเซียกำลังขยายกองนาวีใต้น้ำของพวกตนอย่างขนานใหญ่
“สตาร์ส แอนด์ สไตร์ปส์” (Stars & Stripes) หนังสือพิมพ์ที่มุ่งเผยแพร่ในกองทัพสหรัฐฯ รายงาน(ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.stripes.com/news/navy-moves-closer-to-launching-sea-hunter-drone-to-track-russian-submarines-1.510321) ว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กองทัพเรือได้รับมอบยานต้นแบบมูลค่า 20 ล้านดอลลาร์จาก สำนักงานวิจัยชั้นสูงด้านกลาโหม (Defense Advanced Research Agency หรือ DARPA) และตอนนี้พวกนักวิจัยของกองทัพเรือก็จะทำงานพัฒนาเรือหุ่นยนต์ลำนี้ต่อไป ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะบูรณาการโดรนทะเลแบบนี้เข้าประจำการในกองเรือรบของตน
โดรนทะเลลำนี้มีชื่อเรียกขานกันว่า “ซี ฮันเตอร์” (Sea Hunter) เป็นยานที่ไม่มีมนุษย์ประจำการอยู่ และไม่ต้องพึ่งพาอาศัยการนำร่องทางไกลจากมนุษย์ด้วย
“ซี ฮันเตอร์” ถูกนำมาทดสอบด้านต่างๆ อย่างเข้มงวดกวดขันในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้เป็นที่แน่ใจได้ว่า มันสามารถนำร่องด้วยตัวมันเองอย่างปลอดภัย และสามารถกระทำตามกฎกติกานานาชาติเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการชนปะทะกับเรืออื่นๆ เวลาที่อยู่ในทะเล ทั้งนี้ตามการแถลงของ DARPA
พวกเจ้าหน้าที่กองทัพเรืออเมริกันไม่ได้ระบุว่า โดรนทะเลลำนี้จะสามารถใช้งานได้จริงๆ เมื่อใด แต่หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ได้อ้างคำกล่าวของ DARPA ที่บอกว่า ภารกิจเที่ยวแรกของมันอาจเกิดขึ้นได้ในช่วงต่อไปของปีนี้
การส่งโดรนทะเลไร้คนขับและมีราคาต่ำกว่า ไปคอยเฝ้าติดตามพวกเรือดำน้ำฝ่ายปรปักษ์ในน่านน้ำที่เต็มไปด้วยทุ่นระเบิดหรือกำลังหน่วยสู้รบ เป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงต่ำกว่ากันเยอะ เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้เรือรบมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์และมีพลประจำเรือขนาดใหญ่ๆ พวกเจ้าหน้าที่ของสำนักงานวิจัยชั้นสูงด้านกลาโหมบอก
“กองทัพสหรัฐฯกำลังพูดกันเกี่ยวกับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของการเปลี่ยนจากหมากตัว “คิง” (king) และตัว “ควีน” (queen) บนกระดานหมากรุกทางทะเล โดยหันมาใช้ตัว “เบี้ย” (pawn) จำนวนมากเข้าไปแทนที่” เฟรด เคนเนดี (Fred Kennedy) หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีเชิงยุทธวิธีของ DARPA ระบุในคำแถลง
พวกนักวิจัยของ DARPA และกองทัพเรือสหรัฐฯ เริ่มต้นร่วมมือประสานงานกันในโครงการนี้มาตั้งแต่ปี 2014 โดรนทะเล “ซี ฮันเตอร์” นี้ไม่ติดอาวุธใดๆ ทั้งสิ้น แต่จะเป็นยานเพื่อการตรวจการณ์อย่างเคร่งครัด โดยอาศัยกล้องหลายๆ ตัวและเรดาร์ในในการตรวจจับเรือดำน้ำ
เหล่านักวิจัยบอกว่า โดรนทะเลลำนี้ซึ่งยาว 132 ฟุต (ราว 40.23 เมตร) มีความคล่องตัวสูงมาก และสามารถเดินทางโดยทำความเร็วได้ถึง 27 น็อตต่อชั่วโมง อีกทั้งสามารถที่จะเฝ้าติดตามเรือดำน้ำได้เป็นช่วงระยะเวลายาวนานกว่าที่พวกเรือรบและเครื่องบินสามารถทำได้
ทั้งนี้ช่างเทคนิคทั้งหลายที่ประจำอยู่ทางภาคพื้นดินจะคอยเฝ้าติดตามการปฏิบัติภารกิจของโดรนทะเลนี้ แต่จะไม่สั่งการนำร่องใดๆ เว้นไว้แต่จะเกิดปัญหาขึ้นมา
เมื่อตอนทำพิธีปล่อย “ซี ฮันเตอร์” ลงน้ำในปึ 2016 โรเบิร์ต เวิร์ก (Robert Work) รัฐมนตรีช่วยกลาโหมสหรัฐฯในเวลานั้น บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เรือหุ่นยนต์ลำนี้จะเป็นมาตรการตอบโต้อย่างหนึ่งต่อการที่รัสเซียและจีนกำลังขยายกองเรือดำน้ำของพวกเขา
“ผมต้องการจะเห็นกองเรือหุ่นยนต์ที่ไม่มีคนประจำอยู่ ออกปฏิบัติการในแถบแปซิฟิกตะวันตกและในอ่าวเปอร์เซียภายในระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้” เวิร์กกล่าว


