เอเอฟพี - รัฐบาลเนปาลออกกฎห้ามนักปีนเขาที่เดินทางเพียงคนเดียวพิชิตยอดเขาสูงทุกแห่งในประเทศ รวมถึงยอด “เอเวอเรสต์” เพื่อลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเผยวันนี้ (30 ธ.ค.)
คณะรัฐมนตรีเนปาลได้มีมติรับรองร่างกฎหมายว่าด้วยการปีนเขาฉบับแก้ไขเมื่อค่ำวันพฤหัสบดี (28) โดยได้เพิ่มมาตรการป้องกันอุบัติเหตุสำหรับฤดูปีนเขาช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2018 ที่กำลังจะมาถึง และหนึ่งในนั้นคือการสั่งแบนนักปีนเขาที่จะเดินทางเพียงคนเดียว
“กฎหมายใหม่ได้สั่งห้ามการปีนเขาแบบโซโล จากเดิมที่อนุญาตให้ทำได้” มเหศวร เนอปาเน เจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการบินพลเรือนเนปาล ให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี พร้อมระบุว่านโยบายนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การปีนเขาในเนปาลปลอดภัยยิ่งขึ้น และลดสถิติการเสียชีวิต
เมื่อปลายเดือน เม.ย. อูเอลี สเต็ก นักปีนเขาผู้เชี่ยวชาญชาวสวิส เพิ่งจะเอาชีวิตมาทิ้งที่เนปาล หลังก้าวพลาดและตกลงมาจากสันเขาที่สูงชันขณะปีนขึ้นยอดเขานับเซ (Nuptse) เพียงลำพัง
คำสั่งของรัฐบาลเนปาลคาดว่าจะสร้างความไม่พอใจต่อบรรดานักปีนเขาที่ชอบความตื่นเต้นเร้าใจจากการเดินทางคนเดียว และบางรายถึงขั้นไม่ยอมพกถังออกซิเจนติดตัว
คณะรัฐมนตรีเนปาลยังเห็นชอบคำสั่งแบนคนตาบอดและผู้พิการที่สูญเสียอวัยวะ 2 อย่าง (double amputee) ไม่ให้ขึ้นปีนป่ายยอดเขาทุกแห่งในประเทศ ซึ่งถือเป็นการดับฝันของผู้พิการจำนวนมากที่ต้องการเอาชนะข้อจำกัดของตัวเอง และพิชิตยอดเขาสูงที่สุดในโลกให้ได้สักครั้ง
เมื่อปี 2006 มาร์ก อิงกลิส ชายชาวนิวซีแลนด์ผู้สูญเสียขาทั้ง 2 ข้างจากการถูกน้ำแข็งกัด สร้างสถิติเป็นผู้พิการ 2 อย่างคนแรกของโลกที่ขึ้นไปพิชิตยอดเอเวอเรสต์ที่ระดับความสูง 8,848 เมตร
อีริค ไวเฮนเมเยอร์ หนุ่มตาบอดชาวอเมริกัน ก็ขึ้นไปพิชิตยอดเอเวอเรสต์ได้สำเร็จในเดือน พ.ค. ปี 2001 และต่อมาได้กลายเป็นผู้พิการทางสายตาคนแรกที่สามารถพิชิตยอดเขาสูงที่สุดของทั้ง 7 ทวีป
ทุกๆ ปีจะมีนักเดินทางหลายพันคนมุ่งหน้าไปยังเนปาล ซึ่งเป็นที่ตั้งของยอดเขา 8 ใน 14 แห่งของโลกที่สูงเกินกว่า 8,000 เมตร โดยช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงจะมีสภาพอากาศแจ่มใสเหมาะแก่การปีนเขามากที่สุด
ปีที่แล้วมีนักปีนเขาสามารถพิชิตยอดเอเวอเรสต์ทางฝั่งใต้ซึ่งอยู่ในเขตแดนเนปาลเกือบ 450 คน โดยแบ่งเป็นนักปีนเขาต่างชาติ 190 คน และชาวเนปาล 259 คน


