เอเจนซีส์ - เมื่อวานนี้(28 พ.ย.) ประธานาธิบดีเคนยา อูฮูรู เคนยัตตา เข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 ท่ามกลางเสียงเชียร์จากประชาชนทั่วสนามกีฬาไนโรบีร่วม 60,000 คน ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งระหว่างเลือกตั้งเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 67 คน
CNN รายงานเมื่อวานนี้(28 พ.ย.)ว่า ผู้นำเคนยาเข้ารับพิธีการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ในวันอังคาร(28) พร้อมประกาศยืนยัน จะเดินหน้าทำงานเพื่อการปรองดองแห่ชาติ
อูฮูรู เคนยัตตา กล่าวกับฝูงชนร่วม 60,000 คน อ้างอิงตัวเลขจากสื่อกาตาร์ อัลญาซีเราะฮ์ ภายในสนามกีฬาคาซารานี สเตเดียม( Kasarani stadium) กรุงไนโรบี ว่า “ผมจะอุทิศทั้งเวลาและพลังงานเพื่อสร้างสะพาน เพื่อความปรองดอง และเพื่อนำความมั่งคั่ง”
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายค้านออกมาปฎิเสธผลการเลือกตั้งที่เขาเป็นฝ่ายคว้าชัย
ประธานาธิบดีเคนยัตตากล่าวต่อว่า “การเลือกตั้งที่เราเพิ่งปิดฉากไปเป็นการเลือกตั้งที่น่าจะยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของทวีปของเรา” โดยเขาชี้ว่า “ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 123 นับตั้งแต่เราเริ่มกระบวนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ส.ค ดังนั้นพิธีสาบานตนวันนี้จึงเป็นจุดของการสิ้นสุด และผมขอย้ำว่า เป็นการสิ้นสุดสำหรับกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด”
สื่อสหรัฐฯชี้ว่า เคนยัตตายังประกาศให้คำมั่นสัญญาที่จะเปิดตลาดแรงงานเคนยาให้กับประชาชนจากชาติต่างๆในแอฟริกาตะวันออก และการที่เคนยาจะมีโครงการระบบประกันสุขภาพพื้นฐาน
ทั้งนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาศาลสูงเคนยาออกคำตัดสินว่า การเลือกตั้งที่ถูกจัดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 26 ต.ค.นั้นเป็นไปตามกรอบกฎหมายรัฐธรรมนูญเคนยาที่กำหนดไว้ ซึ่งทำให้ผลการเลือกตั้งของเคนยัตตามีผลตามกฎหมาย ในขณะที่ฝ่ายค้านเคนยาออกมาแสดงการไม่ยอมรับ ซึ่งได้ออกมาชี้ว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 ต.ค. นั้นอยู่ภายใต้ความรุนแรง และการคุกคาม
โดยไรลา โอดิงกา ผู้นำฝ่ายค้านเคนยาบอยคอตการเลือกตั้งที่ถูกจัดขึ้นใหม่ในเดือนตุลาคม โดยชี้ว่า ไม่เป็นธรรมเนื่องมาจากคณะกรรมการเลือกตั้งเคนยานั้นล้มเหลวในการนำการปฎิรูปมาใช้ อย่างไรก็ตาม CNN ชี้ว่า อูฮูรู เคนยัตตา ชนะ 98% ของเสียงทั้งหมด
สื่อสหรัฐฯชี้ต่อว่า การเลือกตั้งเคนยาเกิดขึ้นท่ามกลางความรุนแรง แค่เฉพาะสัปดาห์การตัดสินจากศาลสูงเคนยา พบว่ามีตัวเลขผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 14 คน ส่วนกลุ่มฮิวแมนไรท์วอชและองค์การแอมเนสตีสากลรายงานในเดือนตุลาคมว่า มีตัวเลขผู้เสียชีวิตทั่วประเทศสูงถึง 67 คนเกี่ยวข้องกับความรุนแรงการเลือกตั้งนับตั้งแต่การลงคะแนนรอบแรกเดือนสิงหาคมมาจนถึงช่วงกลางเดือนกันยายน


