xs
xsm
sm
md
lg

In Pics : “คิม จองอึน” พร้อมภรรยา ปรากฏตัวครั้งแรก!! ฉลองทดสอบนิวเคลียร์ร่วม 2 นักฟิสิกส์ชื่อดังเกาหลีเหนือ - กูเตร์เรสเซ็ง “5 ชาติมนตรีมั่นคงไม่ปรองดอง”

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เอเจนซีส์ - สื่อเกาหลีเหนือรายงานวันนี้ (10 ก.ย.) การปรากฏตัวครั้งแรกของผู้นำประเทศ คิม จองอุน และภรรยา รี โซล-จู (Ri Sol-Ju) ฉลองความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่การทดสอบระเบิดนิวคลียร์ครั้งที่ 6 ยืนยัน “ถือเป็นมงคลประเทศ” พบ รี ฮอง-โซพ (Ri Hong-sop) และฮอง ซัง-มู (Hong Sung-mu) นักฟิสิกส์ชื่อดังของเกาหลีเหนือ 2 คนคุมโครงการอาวุธเคียงข้าง แต่ผู้นำองค์การสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตร์เรส ยืนยัน “การทดสอบนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ถือเป็นหายนะครั้งใหญ่ในรอบหลายปี” และชี้ว่าทางแก้ที่ได้ผลที่สุด ชาติสมาชิกในคณะมนตรีความมั่นคงฯ ต้องสมานฉันท์

หนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษ รายงานวันนี้ (10 ก.ย.) ว่า สำนักข่าวทางการเกาหลีเหนือ KCNA รายงานวันอาทิตย์ (10) ถึงการฉลองครั้งยิ่งใหญ่ในความสำเร็จการทดสอบระเบิดไฮโดรเจนที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโลกเมื่อวันอาทิตยก่อนหน้า (3) เป็นวันเดียวกันกับที่เลขาธิการใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูเตร์เรส ออกมาชี้ถึงการทดสอบที่ว่านี้ เป็นมหันตภัยครั้งร้ายแรกที่สุดของโลกในรอบหลายปี

สื่ออังกฤษชี้ว่า ในรายงานของ KCNA ไม่เปิดเผยถึงวันฉลองชัยของภาพข่าว แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างประเมินว่า คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (9 ก.ย.) โดยในภาพที่รายงานโดยกระบอกเสียงเกาหลีเหนือ นอกเหนือจากผู้นำ ประธานาธิบดี คิม จองอึน ที่อยู่ในชุดลายทางสีเทาท่ามกลางนายทหารระดับสูงแล้ว ยังมีภาพการปรากฏตัวของภรรยา รี โซล-จู (Ri Sol-Ju) ที่น้อยครั้งจะปรากฏตัวต่อสาธารณะ

โดยภาพข่าวของเอเอฟพีที่ได้รับจาก KCNA ชี้ว่า รีปรากฏตัวในชุดทำงานสีน้ำเงินเข้มพร้อมกับรองเท้าหุ้มส้นสีเดียวกัน และกระเป๋าถือใบเล็กสีดำ นั่งเคียงข้างคิม ผู้นำสูงสุด ซึ่งสถานที่จัดงานฉลองครั้งยิ่งใหญ่อยู่ภายในโรงละครขนาดใหญ่ที่มีการตกแต่งอย่างหรูหรา ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ทหารในเครื่องแบบจำนวนมาก และเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือในชุดสูทสีดำ

เดอะการ์เดียนชี้ว่า โรงละครสถานที่จัดงานฉลองอยู่ในกรุงเปียงยาง

ทั้งนี้ การฉลองที่มีทั้งการแสดงของวงดนตรีบนเวที และการจัดเลี้ยงครั้งมโหฬารที่มีการกินเลี้ยงแบบโต๊ะจีนภายในห้องอาหารขนาดใหญ่ที่หรูหรา ท่ามกลางข่าวความยากจนของประชาชนเกาหลีเหนือทั่วไป โดยประธานาธิบดีคิมกล่าวในการฉลองว่า “การทดสอบระเบิดไฮโดรเจนครั้งล่าสุดถือเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของประชาชนเกาหลีเหนือที่ต้องใช้ทั้งเลือดและชีวิตของพวกเขาเป็นต้นทุน และในขณะที่ต้องรัดเข็มขัดตัวเองในช่วงเวลาที่สาหัส” อ้างอิงจาก KCNA

ในรายงานของเดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษให้ความสนใจไปที่ 2 นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของเกาหลีเหนือ รี ฮอง-โซพ (Ri Hong-sop) และฮอง ซัง-มู (Hong Sung-mu) ที่ได้อยู่ร่วมปรากฏตัวในครั้งนี้

โดยสื่ออังกฤษชี้ว่า ทั้งรีและฮองตกต่างเป็นเป้าความสนใจของโลกตะวันตกในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบโครงการอาวุธมิสไซล์เกาหลีเหนือ และการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยพบว่า รี ฮอง-โซพ มีตำแหน่งเป็นถึงผู้อำนวยการสถาบันอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ (North Korea’s nuclear waponsinstitute) ส่วนฮอง ซัง-มู ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการกรมอุตสาหกรรมยุทโธปกรณ์เกาหลีเหนือ (munitions industry department)

โดยก่อนหน้าที่จะะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการอาวุธ พบว่า รีเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ยองบยอน (Yongbyon nuclear research centre) ในกรุงเปียงยางมาก่อน ส่วนฮองเคยทำหน้าที่หัวหน้าวิศวกรที่นี้ โดยศูนย์วิจัยนิวเคลียร์แห่งนี้เป็นหัวใจของการพัฒนานิวเคลียร์ในกรุงเปียงยาง

และจากที่คนทั้งคู่มีความสำคัญในด้านการพัฒนาโครงการอาวุธของเกาหลีเหนือ ทำให้นักฟิลิกส์ทั้งสองอยู่รายชื่อแบล็กลิสต์ขององค์การสหประชาชาติ สหรัฐฯ และเกาหลีใต้อย่างไม่ต้องสงสัย

KCNA ประกาศผ่านแถลงการณ์วันอาทิตย์ (10 ก.ย.) ที่มีใจความว่า “นักวิทยาศาสตร์และนักเทคนิกผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ ได้นำปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ “ถือเป็นมงคลประเทศ” เกิดขึ้นต่อหน้าประวัติศาสตร์เองกาหลีเหนือ ความยิ่งใหญ่อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนต่อความสำเร็จของการทดสอบระเบิดไฮโดรเจน” ซึ่งกระบอกเสียงเกาหลีเหนือได้รายงานคำกล่าวชมของประธานาธิบดีกับกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาระเบิดไฮโดรเจนว่า “มีความก้าวหน้าแบบก้าวกระโดด” ในเป้าหมายสูงสุดต่อการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ

แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนผู้นำยูเอ็นจะไม่คิดเช่นนั้น เพราะในการให้สัมภาษณ์ของกูเตร์เรสที่ถูกเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศส Le Journal du Dimanche ฉบับวันอาทิตย์ (10 ก.ย.) ผู้นำยูเอ็นออกมากล่าวให้สัมภาษณ์ว่า

“มาจนถึงทุกวันนี้ เราได้มีสงครามที่เริ่มผ่านการความคิดที่มีการไตร่ตรองล่วงหน้า” และกล่าวต่อว่า “แต่เราได้รับรู้ว่า มีความขัดแย้งอื่น เกิดขึ้นโดยเริ่มจากสถานการณ์ที่ลุกลามจากพวกนอนละเมอ ที่กระทำไปโดยไม่รู้ตัว แต่เราได้แต่หวังว่าวิกฤตมหันตภัยนี้จะยังคงอยู่ในเส้นทางที่ใช้เหตุผลก่อนที่จะสายเกินไป”

ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อน้ำหอม กูเตร์เรสยอมรับว่า “ถือเป็นวิกฤตครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปีที่โลกได้เผชิญมา” และเขายอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “เขารู้สึกวิตกต่อปัญหานี้เป็นอย่างมาก”

ผู้นำยูเอ็นชี้ว่า เป็นคำถามที่ว่าจะทำเช่นไรให้เกาหลีเหนือหยุดโครงการอาวุธนิวเคลียร์ และยอมรับต่อมติของคณะมนตรีความมั่นคงองค์การสหประชาชาติ ซึ่งผู้นำยูเอ็นสรุปว่า*** สมาชิกที่นั่งอยู่ภายในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งองค์การสหประชาติต้องมีความเป็นหนึ่งเดียวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น*** เพราะกูเตร์เรสเชื่อว่า นี่เป็นเพียงแค่หนทางเดียวเท่านั้นที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาด้วยการเจรจาทางการทูตสำเร็จ