xs
xsm
sm
md
lg

InPics: สุดชื่นมื่นแบบไม่มีวีน ทรัมป์ถกโป๊ปฟรานซิสครึ่งชั่วโมง รับรูปปั้นต้นมะกอกจากวาติกันสื่อใช้สันติภาพแก้ปัญหา

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เอเจนซีส์/MGRออนไลน์ – เช้านี้(23 พ.ค) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมสุภาพสตรีหมายเลข 1 เมลาเนีย และบุตรสาวและบุตรเขย เข้าพบสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในกรุงวาติกัน ภาพผู้นำสหรัฐฯและครอบครัวแต่งดำทางการเข้าพบ จับมือแลกเปลี่ยนของขวัญ สนทนาส่วนตัวครึ่งชั่วโมง โป๊ปแอบแซวเมลาเนีย ได้ป้อนเค้กโพติกา( potica)ให้ผู้นำสหรัฐฯ ไม่มีรายงานปะทะคารม แต่มีเสียงพึมพำออกมาจากปากทรัมป์ “ รู้สึกเป็นเกียร์ติอย่างยิ่ง” และ “ผมจะไม่ลืมในสิ่งที่ท่านพูด”

NBC NEWS รายงาน(24 พ.ค)ว่า การเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสของประธานาธิบดีสหรัฐฯและครอบครัววันนี้(24 พ.ค)เป็นไปอย่างราบรื่น ถึงแม้ว่าในอดีตเมื่อครั้งการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทรัมป์และโป๊ปฟรานซิสได้เคยมีการปะทะทางแนวความคิดมาแล้ว

ซึ่งในปีที่ผ่านมา ผู้นำวาติกันเคยแสดงความเห็นตำหนิทรัมป์ถึง นโยบายการสร้างกำแพงกั้นเม็กซิโก และการประกาศจะส่งผู้อพยพมุสลิมและผู้ลี้ภัยออกนอกประเทศ

โดยในขณะนั้นโป๊ปฟรานซิสตรัสว่า “ใครก็ตามที่คิดถึงการสร้างกำแพง หรืออะไรก็ตาม และไม่สร้างสะพานเชื่อมแทนนั้น ไม่ถือว่าเป็นคริสเตียน” และทำให้ทรัมป์ออกมาตอบโต้ โดยชี้ว่า เป็นการให้ความเห็นที่น่าละอายในการสงสัยต่อศรัทธาของเขา

ซึ่งในการเข้าพบที่เกิดขึ้นตั้งแต่เวลา 8.30 น. อ้างอิงจากสื่ออังกฤษ เดอะการ์เดียน พบว่า ของขวัญจากวาติกันโดยสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสที่เตรียมมอบให้กับผู้นำสหรัฐฯคือ รูปปั้นต้นมะกอกเล็กๆ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ

โดยสื่อสหรัฐฯ NBC NEWS ระบุว่า มีรายงานออกมาว่า ทรัมป์ได้กล่าวตอบกลับว่า “เราสามารถใช้สันติภาพ” และในขณะเดียวกันทางฝ่ายผู้นำสหรัฐฯได้มอบหนังสือของผู้นำการเรียกร้องความเท่าเทียมในอเมริกา สาธุคุณ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ที่ถูกบรรจุอยู่ในกล่องสีน้ำเงิน โดยทรัมป์ได้กล่าวกับโป๊ปในระหว่างถวายว่า “เป็นหนังสือจาก มาร์ติน ลูเธอร์ คิง ผมคิดว่าท่านคงต้องชอบมัน ผมหวังเช่นนั้น”

ทั้งนี้ชื่อมาร์ติน ลูเธอร์ คิง (จูเนียร์) อาจจะสับสนกับ มาร์ติน ลูเธอร์ พระเยอรมันผู้นำการปฎิรูปศาสนา และทำให้เกิดนิกายโปรเตสแตนต์หลังจากนั้น และก่อนหน้านี้ในระหว่างการเยือนอิสราเอล ทรัมป์ได้เคยทำให้เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐฯต้องปวดหัวมาแล้ว เมื่อพบว่าทรัมป์ได้กล่าวแสดงความเห็น โดยมีนัยชี้ไปว่า “อิสราเอลไม่ได้อยู่ในตะวันออกกลาง”

NBC NEWS รายงานต่อว่า สมเด็จสันตะปาปาฟรานซิสยังทรงประทานหนังสือที่พระองค์ได้ทรงเขียนขึ้นเกี่ยวกับคำสอนหลัก 3 เล่มของพระองค์ ซึ่งทรัมป์ได้รับปากว่า จะอ่านหนังสือเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม NBC NEWS ระบุว่าเนื้อหาที่อยู่ในหนังสือนั้นเป็นสิ่งที่ขัดแย้งอย่างรุนแรงต่อนโยบายการหาเสียงของผู้นำสหรัฐฯ โดยเฉพาะในด้านสิ่งแวดล้อม และความเท่าเทียม

ซึ่งในภาพการจับมือพบปะครั้งแรก เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษชี้ ผู้นำสหรัฐฯได้กล่าวต่อสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสว่า “ถือเป็นเกียร์ติอย่างสูงมาก” และพบว่าพระประมุขแห่งโฮลีซีได้กล่าวล้ออย่างติดตลกกับสุภาพสตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐฯ ซึ่งมีเชื้อชาติสโลเวเนียว่า ได้เคยให้ผู้นำสหรัฐฯลองลิ้มเค้กโพติกา( potica)ที่มีชื่อของสโลเวเนียหรือไม่

มีภาพการเข้าเฝ้าเฉพาะตัวระหว่างผู้นำสหรัฐฯและโป๊ปฟรานซิส โดยพระองค์ทรงประทับ โดยมีโต๊ะทำงานที่ทำด้วยไม้ตั้งอยู่เบื้องหน้า ในขณะที่ทรัมป์นั่งอยู่ตรงข้าม โดยมีรายงานว่า การหารือใช้เวลา 30 นาที ซึ่งถือเป็นเวลาตามปกติของการเข้าเฝ้าส่วนใหญ่ของบรรดาผู้นำจากทั่วโลก

ซึ่งในการเข้าเฝ้าโป๊ปภายในห้องทำงานนั้น สื่ออังกฤษชี้ว่า มีล่ามภาษาได้รับอนุญาตให้อยู่ด้วยในระหว่างการเข้าเฝ้า โดยมีรายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงตรัสเป็นภาษาสเปน

อย่างไรก็ตาม เดอะการ์เดียนรายงานว่า ในอดีต ผู้นำสหรัฐฯจากพรรคเดโมแครต บารัค โอบามา ได้เคยทำลายสถิติ ใช้เวลาการเข้าเฝ้าโป๊ปฟรานซิสถึง 1 ช.ม ในการเข้าเฝ้าครั้งแรกเมื่อปี 2014 มาแล้ว

และหลังจากที่เสร็จสิ้นการเฝ้าส่วนพระองค์ ผู้นำสหรัฐฯและโป๊ปฟรานซิสได้เดินทางออกมาพบกับสุภาพสตรีหมายเลข 1 เมลาเนีย ทรัมป์ บุตรสาวประธานาธิบดีสหรัฐฯ อิวังกา ทรัมป์ และเขยประธานาธิบดีสหรัฐฯ จาเรด คุชเนอร์ ที่รออยู่ภายในห้องสมุด

เดอะการ์เดียนชี้ว่า พบว่ารัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงประจำทำเนียบขาว เอชฮาร์ แม็คมาสเตอร์(HR McMaster) และผู้ช่วยส่วนตัว คีธ ชิลเลอร์( Keith Schiller) ติดตามผู้นำสหรัฐฯมากรุงวาติกันเช่นกัน

ทั้งนี้ในการเดินทางเยือนกรุงวาติกันครั้งแรก พบว่าครอบครัวหมายเลข 1อยู่ในชุดดำทางการ โดยฝ่ายหญิง เมลาเนียที่นอกจากจะแต่งดำแล้ว ยังคลุมศรีษะด้วยผ้าโปร่งคลิบลูกไม้ดำ ส่วนอิวังกานั้นแต่งชุดกระโปรงสีดำยาว ที่มีแขนเสื้อคลุมถึงข้อมือ และสวมสร้อยไข่มุก รวมไปถึงสวมผ้าโปร่งสีดำคลุมศรีษะเช่นกัน อันเป็นเครื่องแต่งกายการเข้าเฝ้าอย่างเป็นทางการ ซึ่งต่างจากทริปเยือนซาอุฯ ที่สตรีทั้งสองปฎิเสธที่จะคลุมศรีษะตามธรรมเนียม












Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...