xs
xsm
sm
md
lg

โสมแดงโอ่ยิง “พุกกุกซอง-2” ทดสอบระบบนำวิถีหัวรบนิวเคลียร์-แถมติดกล้องส่ง “ภาพถ่ายจากอวกาศ” แบบเรียลไทม์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


รอยเตอร์ - เกาหลีเหนือออกมาประกาศความสำเร็จในการยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง “พุกกุกซอง-2” เพื่อทดสอบระบบนำวิถีหัวรบนิวเคลียร์ขั้นสุดท้าย (late-stage guidance) รับรองความแม่นยำในการโจมตีเป้าหมายในสหรัฐฯ

สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของเกาหลีเหนือรายงานว่า ผู้นำคิม จองอึน ได้เดินทางไปควบคุมการทดสอบจรวดพุกกุกซอง-2 ซึ่งใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงแข็ง และสั่งให้กองทัพเตรียมพร้อมนำขีปนาวุธชนิดนี้ออกประจำการทันที

เกาหลีเหนือประกาศแบบไม่อ้อมค้อมว่ากำลังพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปที่สามารถส่งหัวรบนิวเคลียร์ไปโจมตีแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯ ได้ และที่ผ่านมาก็ไม่เคยสนใจเสียงทัดทานจากประชาคมโลก แม้แต่จีนซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญหนึ่งเดียวของพวกเขาก็ตาม

“ท่านผู้นำได้กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่าจรวดรุ่นนี้มีอัตราความแม่นยำในการโจมตีเป้าหมายสูงมาก และพุกกุกซอง-2 ถือเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จ ท่านยังอนุมัติให้กองทัพนำระบบอาวุธชนิดนี้ออกใช้งานจริง” เคซีเอ็นเอรายงาน

ผลการทดสอบครั้งนี้ยังช่วยรับรองความน่าเชื่อถือของเครื่องยนต์เชื้อเพลิงแข็ง ตลอดจนความแม่นยำในการแยกตัว (stage separation) และระบบนำวิถีขั้นสุดท้ายของหัวรบนิวเคลียร์ ซึ่งถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดโดยอุปกรณ์ที่ติดตั้งไปกับหัวรบ

“เมื่อได้มองภาพถ่ายจากอวกาศซึ่งถูกส่งแบบเรียลไทม์จากกล้องที่ติดไปกับจรวด ผู้นำสูงสุด คิม จองอึน กล่าวว่า ท่านรู้สึกฮึกเหิมที่ได้มองเห็นโลกจากจรวดที่เราส่งขึ้นไป และโลกทั้งใบช่างสวยงามเหลือเกิน” เคซีเอ็นเอรายงาน

กองทัพเกาหลีใต้แถลงวานนี้ (21) ว่า จรวดโสมแดงพุ่งแหวกอากาศขึ้นไปถึงระดับความสูง 560 กิโลเมตร คิดเป็นระยะทางภาคพื้นดิน 500 กิโลเมตร ก่อนจะตกลงสู่ทะเลนอกชายฝั่งตะวันออกของเกาหลีเหนือ

รัฐบาลเปียงยางแถลงเมื่อวันเสาร์ (20) ว่า พวกเขาสามารถพัฒนาระบบอาวุธที่จะใช้โจมตีแผ่นดินสหรัฐฯ ได้สำเร็จแล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านจรวดในโลกตะวันตกเชื่อว่าเป็นแค่การโอ้อวดเกินจริง

สัปดาห์ที่แล้วเกาหลีเหนือก็เพิ่งจะยิงทดสอบขีปนาวุธลูกหนึ่งซึ่งทำให้รัฐฮาวายและอะแลสกาของสหรัฐฯ อยู่ในรัศมีการโจมตีของเปียงยาง ตามรายงานของเคซีเอ็นเอ

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การที่เกาหลีเหนือใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงแข็งและฐานยิงขีปนาวุธเคลื่อนที่ทำให้ยากแก่การตรวจจับว่ามีการตระเตรียมยิงขีปนาวุธหรือไม่

“ขีปนาวุธเชื้อเพลิงแข็งมีข้อดีตรงที่บรรจุเชื้อเพลิงไว้ในตัว และเมื่อเคลื่อนย้ายไปถึงสถานที่ทดสอบก็สามารถยิงได้อย่างรวดเร็ว” เดวิด ไรต์ ผู้อำนวยการร่วมโครงการความมั่นคงสากล สหภาพนักวิทยาศาสตร์ผู้ห่วงใย (Union of Concerned Scientists) เขียนไว้ในบล็อกส่วนตัว

“การสร้างขีปนาวุธขนาดใหญ่ที่ใช้เชื้อเพลิงแข็งเป็นเรื่องยาก” ไรต์ กล่าวเสริม พร้อมอ้างถึงประเทศมหาอำนาจอย่างจีนและฝรั่งเศสที่ต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะพัฒนาปรับปรุงขีปนาวุธพิสัยกลางไปสู่ขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป

“ดังนั้น มันคงไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้แน่ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป เกาหลีเหนือก็จะทำได้สำเร็จในที่สุด” เขากล่าว

เจ้าหน้าที่ซึ่งติดตามประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไปเยือนซาอุดีอาระเบีย ยืนยันว่าทำเนียบขาวรับทราบเรื่องที่โสมแดงยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุดแล้ว และระบุว่ามันมีพิสัยเดินทางต่ำกว่าจรวดที่นำออกมายิง 3 ครั้งก่อนหน้า

เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่าวอชิงตันจะใช้วิธีทางการทูตและมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกดดันเกาหลีเหนือต่อไป ขณะที่การยิงขีปนาวุธถึง 2 ครั้งในรอบสัปดาห์ดูเหมือนจะทำให้แผนฟื้นสัมพันธ์เปียงยางของประธานาธิบดีมุน แจอิน แห่งเกาหลีใต้ ยุ่งยากยิ่งกว่าเดิม