xs
xsm
sm
md
lg

“รอฮานี” ผู้นำสายกลางอิหร่าน ชนะเลือกตั้งงดงาม ได้เป็นประธานาธิบดีอีกสมัย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

<i>ผู้สนับสนุนประธานาธิบดีฮัสซัน รอฮานี ของอิหร่าน  ถือโปสเตอร์ภาพของเขา  ออกมาร่วมเฉลิมฉลองชัยชนะที่รอฮานีได้รับเลือกตั้งอีกสมัยหนึ่ง ในกรุงเตหะราน คืนวันเสาร์ (20 พค.) </i>
เอเอฟพี/เอเจนซีส์ - ประธานาธิบดีฮัสซัน รอฮานี ของอิหร่าน ได้รับเลือกตั้งอีกสมัยหนึ่ง เมื่อผลการนับคะแนนในวันเสาร์ (20 พ.ค.) แสดงว่าเขาสามารถคว้าชัยชนะอย่างงดงาม โดยที่ผู้ออกเสียงพากันสนับสนุนความพยายามของเขาในการสร้างสายสัมพันธ์กับต่างประเทศขึ้นมาใหม่ และเริ่มต้นผลักดันเศรษฐกิจให้หลุดออกจากสภาพย่ำแย่หนัก

รัฐมนตรีมหาดไทย อับโดลเรซา เราะห์มานี ฟาซลี แถลงยืนยันผลการเลือกตั้งทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐ โดยระบุว่า รอฮานีได้คะแนนโหวต 23.5 ล้านเสียง เท่ากับ 57% เกินกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ออกเสียง ขณะที่คู่แข่งคนสำคัญที่สุดของเขา คือ เอบราฮิม ไรซี ตัวแทนของพวกแนวคิดแข็งกร้าว ได้เพียง 15.8 ล้านเสียง เท่ากับ 38.3%

การนับคะแนนเริ่มต้นขึ้นหลังจากการเลือกตั้งเมื่อวันศุกร์ (18) ซึ่งมีผู้ออกมาโหวตกันมากมายถึง 73% ของผู้มีสิทธิลงคะแนน บังคับให้พวกเจ้าหน้าที่รับผิดชอบต้องขยายเวลาหย่อนบัตรออกไปอีกหลายชั่วโมง

“ผมขอแสดงความยินดีกับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของประชาชาติอิหร่าน ในการสร้างตำนานที่มหึมาและควรแก่การจดจำ ในการสืบต่อดำเนินเส้นทางแห่ง ‘ปัญญาและความหวัง’” รองประธานาธิบดีเอสฮัก จาฮันกิริ ทวิตข้อความเช่นนี้ โดยที่ “ปัญญาและความหวัง” คือคำขวัญของฝ่ายรัฐบาล

รอฮานี ครูสอนศาสนาแนวคิดสายกลางวัย 68 ปี เป็นหัวหอกในการผลักดันอิหร่านทำข้อตกลงด้านนิวเคลียร์กับบรรดามหาอำนาจของโลกเมื่อปี 2015 เขาวางกรอบบอกกล่าวแก่ผู้มีสิทธิออกเสียงว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกระหว่างเสรีภาพพลเมือง กับ ลัทธิสุดโต่ง

ขณะที่ ไรซี ครูสอนศาสนาแนวคิดแข็งกร้าวอายุ 56 ปี วางตำแหน่งของตัวเองว่า เป็นผู้ปกป้องคุ้มครองคนยากจน และเรียกร้องให้ใช้แนวทางแข็งขืนมากยิ่งขึ้นกับโลกตะวันตก

ทว่าวาทะแบบนักปฏิวัติของเขา และความพยายามที่จะชนะใจผู้ออกเสียงที่เป็นชนชั้นผู้ใช้แรงงานด้วยคำมั่นสัญญาเพิ่มการแจกความช่วยเหลือต่างๆ นั้น ได้รับผลเพียงแค่จำกัด
 <i>ผู้สนับสนุนประธานาธิบดีฮัสซัน รอฮานี ของอิหร่าน  ออกมาร่วมฉลองชัยชนะที่รอฮานีได้รับเลือกตั้งอีกสมัยหนึ่ง ในกรุงเตหะราน คืนวันเสาร์ (20 พค.) </i>
“คะแนนที่รอฮานีได้รับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชนบท แสดงให้เห็นว่าประชาชนชาวอิหร่านไม่เชื่ออีกต่อไปแล้วในลัทธิประชานิยมทางเศรษฐกิจ ตลอดจนเรื่องการดำเนินการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง” เป็นความเห็นของ อาลี วาเอซ นักวิเคราะห์ชาวอิหร่านที่ทำงานอยู่กับ อินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป กลุ่มคลังสมองนานาชาติซึ่งตั้งฐานอยู่ที่กรุงบรัสเซลส์, เบลเยียม

“พวกเขามีความสุกงอมที่จะเข้าใจแล้วว่า หนทางแก้ไขสภาวะยากลำบากของประเทศของพวกเขานั้น อยู่ที่ความสามารถในการบริหารจัดการเศรษฐกิจ และการเดินสายกลางในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” วาเอซ กล่าว

ศึกเลือกตั้งผู้นำอิหร่านมีขึ้นในห้วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างเตหะรานและวอชิงตันกำลังตึงเครียด

สหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันพุธ (17) ว่าจะยังคงงดเว้นคว่ำบาตรอิหร่านในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมนิวเคลียร์ ซึ่งทำให้รัฐบาลรอฮานีใจชื้นขึ้นบ้าง

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้สั่งให้ทำเนียบขาวใช้เวลา 90 วันในการทบทวนข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านว่าสมควร “โละทิ้ง” หรือไม่ อีกทั้งยังกำลังไปเยือนซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเตหะราน

ขณะเดียวกัน เรื่องเศรษฐกิจจะยังคงเป็นความท้าทายหมายเลขหนึ่งของรอฮานี

ถึงแม้นโยบายในสมัยแรกของ รอฮานี ช่วยให้อัตราเงินเฟ้อลดลงจากระดับ 40% ในช่วงที่เขาเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ เมื่อปี 2013 ทว่าราคาสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงพุ่งขึ้นเฉลี่ย 9% ต่อปี

ขณะที่น้ำมันซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญที่สุดของอิหร่าน มีราคาปรับตัวดีขึ้น หลังข้อตกลงนิวเคลียร์ที่อิหร่านทำร่วมกับกลุ่มมหาอำนาจ P5+1 เริ่มมีผลบังคับในเดือน ม.ค.ปี 2016 ทว่าเศรษฐกิจในภาพรวมก็ยังคงเติบโตช้า และอัตราการว่างงานในอิหร่านโดยรวมยังสูงถึง 12.5% และเกือบ 30% เฉพาะในกลุ่มแรงงานหนุ่มสาว

รอฮานีสัญญาว่าจะผลักดันให้สหรัฐฯ ยอมยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่เหลืออยู่ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุนกับเอเชียและยุโรป แต่ก็ดูเหมือนว่าความปรารถนาของเขาคงจะไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลทรัมป์มากเท่าที่ควร

กำลังโหลดความคิดเห็น