(เก็บความจากเอเชียไทมส์ www.atimes.com)
Government saves Indian slipper attack MP from flight ban
By E Jaya Kumar
11/04/2017
ส.ส.อินเดียสังกัดพรรคร่วมรัฐบาลที่ใช้รองเท้าแตะตบพนักงานระดับผู้จัดการคนหนึ่งของสายการบินแอร์อินเดีย ไม่ได้ถูกลงโทษใดๆ โดยไม่ต้องแสดงการขอโทษขอโพยใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่พวก ส.ส.คนอื่นๆ ก็ยืนกรานว่าไม่มีกฎหมายกฎกติกาใดๆที่จะมาห้ามไม่ให้ ส.ส.ขึ้นเครื่องบินโดยสาร
สมาชิกรัฐสภาของอินเดียผู้หนึ่งซึ่งมีตั๋วโดยสารเครื่องบินชั้นบิสซิเนสคลาส ได้ไปขึ้นเที่ยวบินของสายการบิน “แอร์อินเดีย” (Air India) ที่มีแต่ที่นั่งชั้นประหยัดล้วนทั้งลำ เขาเลยทะเลาะเบาะแว้งกับพวกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินโทษฐานที่ไม่ได้ให้เกียรติจัดที่นั่งให้ถูกต้องเหมาะสมแก่ตั๋วโดยสารของเขา, ปฏิเสธไม่ยอมลงจากเครื่องในตอนที่ลงจอด (เป็นเหตุให้เที่ยวบินถัดไปต้องล่าช้าเสียเวลาไปราว 40 นาที), ใช้รองเท้าแตะตบหน้าผู้จัดการคนหนึ่งของทางสายการบิน พฤติการณ์เหล่านี้ทำให้มีความเคลื่อนไหวว่าเขาจะต้องถูกลงโทษ ...ทว่าในที่สุดแล้ว เขาก็ยังคงได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่องบินของสายการบินต่างๆ ได้อยู่ดี โดยไม่ต้องแสดงการขอโทษขออภัยใดๆ ทั้งสิ้นด้วยซ้ำ
เหตุการณ์อันพิลึกพิลั่นเช่นนี้ทำให้ชาวอินเดียจำนวนมากเกิดความสงสัยข้องใจกันว่า หรือกฎหมายกฎกติกาทั้งหลายที่บังคับใช้กับสามัญชนคนธรรมดาและที่ใช้กับพวกสมาชิกรัฐสภานั้นมันเป็นคนละชุดคนละฉบับกัน ผู้โดยสารเครื่องบินสามัญธรรมดาคนไหนก็ตามทีที่แสดงพฤติการณ์พาลเกเรเลวร้ายอย่างนี้ มีหวังจะต้องถูกจับกุมตั้งแต่ก่อนเครื่องบินทะยานขึ้นฟ้าหรือไม่ก็ภายหลังจากไปถึงจุดหมายปลายทางแล้ว
ทว่า ส.ส.รวินทรา ไกควัด (Ravindra Gaikwad) ผู้นี้ไม่ใช่ผู้โดยสารสามัญธรรมดา เขาเป็นสมาชิกของพรรคศิวเสนา (Shiva Sena) ที่มีแนวทางมุ่งเป็นปากเสียงของชาวฮินดู และก็เป็นพรรคพันธมิตรของพรรคภารติยะ ชนะตะ (Bharatiya Janata Party หรือ BJP) ในการจัดตั้งรัฐบาลผสมทั้งในระดับชาติและในรัฐมหาราษฎร์ ที่เป็นรัฐภูมิลำเนาของนักการเมืองผู้นี้
ขณะที่ไม่มีใครคาดหมายหรอกว่าส.ส.ไกควัด จะถูกห้ามขึ้นเครื่องบินโดยสารไปจนตลอดชีวิตจากพฤติการณ์แบบนักเลงโตของเขา แต่ก็มีข่าวลือออกมาว่าเขาน่าจะถูกแอร์อินเดียแบนห้ามขึ้นเที่ยวบินของสายการบินแห่งชาตินี้เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อเป็นการส่งข้อความอันหนักแน่นจริงจังไปถึง ส.ส.คนอื่นๆ ด้วย
อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่ารัฐบาลกลางของอินเดียกลับพิจารณาว่าจะต้องคำนึงถึงความจำเป็นทางการเมืองของตนเองก่อน ทั้งนี้ พรรคบีเจพีจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากพรรคศิวเสนาทั้งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี, ในการผ่านร่างกฎหมายต่างๆ , และในการปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาต่างๆ ที่ได้ให้ไว้เมื่อตอนรณรงค์หาเสียง –ซึ่งก็รวมทั้งสัญญาที่จะสร้างวัดพระรามแห่งใหม่ขึ้นมาบนสถานที่ซึ่งเกิดข้อขัดแย้งกันหนักในเมืองอโยธยา (Ayodhya) ในรัฐอุตตรประเทศ
ด้วยเหตุนี้เอง 1 วันหลังจากที่ไกควัด กล่าวคำปราศรัยตามที่มีการตกลงกันไว้แล้ว เพื่อแสดง “ความเสียใจ” ของเขาต่อรัฐสภา ทางกระทรวงการบินพลเรือนก็ออกคำสั่งเมื่อวันศุกร์ (7 เม.ย.) ให้แอร์อินเดียระงับการดำเนินการเพื่อห้าม ส.ส.ผู้นี้ขึ้นเที่ยวบินโดยสารของสายการบินแห่งชาตินี้ จากนั้นพวกสายการบินของภาคเอกชนก็กระทำตามเป็นแถวๆ
เมื่อวันจันทร์ (10 เม.ย.) ไกควัดได้จองที่นั่งชั้นบิสซิเนสคลาสในเส้นทางเดียวกับที่เคยเกิดปัญหาขึ้นมา นั่นคือระหว่างเมืองปูเน (Pune) กับ เดลี แต่แล้วเขาก็เกิดเปลี่ยนใจและเปลี่ยนแผนมาเป็นขึ้นรถไฟแทน
สิ่งที่ทำให้ทั่วทั้งอินเดียรู้สึกช็อก เห็นจะได้แก่การที่ ส.ส.ผู้นี้ไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดอะไรเลย ขณะที่เขาคุยโวโอ้อวดทางทีวีเรื่องที่ใช้รองเท้าแตะของเขาตบใส่ สุกุมาร รามาน (Sukumar Raman) พนักงานระดับผู้จัดการคนหนึ่งของแอร์อินเดียเป็นจำนวน “25 ที” ไกควัดถึงกับบอกว่าจริงๆ แล้วเขาต้องการที่จะผลักเหยื่อของเขาผู้นี้ให้ตกลงมาทางบันไดเครื่องบินด้วยซ้ำไป
โทรทัศน์หลายๆ ช่องยังพากันออกอากาศคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของแอร์อินเดียผู้หนึ่ง พยายามวิงวอนขอร้องไกควัดให้ลงจากเครื่องบินที่สนามบินเดลี เนื่องจากสายการบินต้องทำความสะอาดห้องโดยสารในระหว่างเที่ยวบิน และมีผู้โดยสารมากกว่า 100 คนกำลังรอขึ้นเครื่องบินลำนั้นอยู่เพื่อบินไปยังเมืองกัว (Goa) ทว่า ส.ส.ผู้นี้ปฏิเสธไม่ยอมลงจนกว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของแอร์อินเดียจะเดินทางมาพบเขา
จากนั้นภาพในคลิปดังกล่าวก็แสดงให้เห็นว่า สมาชิกรัฐสภาผู้นี้กำลังผลักรามาน และพนักงานต้อนรับผู้นั้นกำลังส่งเสียงแสดงความตกอกตกใจ แว่นตาของรามานแตกเสียหายไปในขณะเกิดความวุ่นวายขึ้นมา หลังจากนั้นขณะที่เขาพูดกับสื่อมวลชน รามานบอกว่ามีแต่พระผู้เป็นเจ้าเท่านั้นที่จะสามารถรักษาประเทศชาติให้อยู่รอดปลอดภัยต่อไปได้ ถ้าหากนี่คือวัฒนธรรมและพฤติกรรมของพวกสมาชิกรัฐสภา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจุดชนวนให้เกิดการอภิปรายถกเถียงกันอย่างดุเดือดในสื่อมวลชน ทว่าในรัฐสภาแล้ว ตอนแรกทีเดียวมีความพยายามที่จะไม่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดให้เป็นที่อับอายขายหน้า ครั้นเมื่อต้องนำขึ้นมาอภิปรายกันในที่สุด ส.ส.ส่วนมากแสดงความสนับสนุนไกควัด โดยกล่าวว่าไม่มีกฎหมายกฎกติกาใดๆ ที่จะมาบังคับห้ามปรามไม่ให้สมาชิกรัฐสภาโดยสารเครื่องบิน
ในการกล่าวปราศรัยของเขา ไกควัดบอกกับรัฐสภาว่าเขานี่แหละคือเหยื่อเคราะห์ร้ายตัวจริง และเขาตบรามานก็เพียงเพราะหลังจากผู้จัดการผู้นี้แสดงการดูหมิ่นเขา
รัฐมนตรีการบินพลเรือน อโศก กาจาปาธี ราชู (Ashok Gajapathi Raju) กลายเป็นเพียงเสียงเดียวเท่านั้นที่แสดงการวิพากษ์วิจารณ์ เขากล่าวว่าความปลอดภัยของพนักงานสายการบินเป็นเรื่องที่ไม่ควรปล่อยปละไม่ปกป้องรักษา อย่างไรก็ดี รัฐบาลได้ยอมอ่อนข้อให้พรรคศิวเสนา และสั่งการให้ทางกระทรวงอนุญาตให้ ส.ส.ผู้นี้สามารถโดยสารเครื่องบินต่อไปได้
มีหลายคนแสดงความวิตกว่า การตัดสินใจไม่ลงโทษห้ามไกควัดโดยสารเครื่องบิน อาจกลายเป็นเครื่องกระตุ้นส่งเสริมให้สมาชิกรัฐสภาคนอื่นๆ อวดแสดงพฤติการณ์พาลเกเรในเที่ยวบินโดยสารกันบ้าง
ตัวอย่างเช่นเที่ยวบินระหว่างเดลี-โกลกาตา ของแอร์อินเดียเมื่อวันที่ 7 เมษายน ต้องล่าช้าไปเป็นเวลา 30 นาที เนื่องจากสมาชิกรัฐสภา โดลา เซน (Dola Sen) มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับพวกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เกี่ยวกับเรื่องการอนุญาตให้คุณแม่ที่ต้องนั่งรถเข็นของเธอ ได้ที่นั่งใกล้ๆ กับทางออกฉุกเฉิน
Government saves Indian slipper attack MP from flight ban
By E Jaya Kumar
11/04/2017
ส.ส.อินเดียสังกัดพรรคร่วมรัฐบาลที่ใช้รองเท้าแตะตบพนักงานระดับผู้จัดการคนหนึ่งของสายการบินแอร์อินเดีย ไม่ได้ถูกลงโทษใดๆ โดยไม่ต้องแสดงการขอโทษขอโพยใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่พวก ส.ส.คนอื่นๆ ก็ยืนกรานว่าไม่มีกฎหมายกฎกติกาใดๆที่จะมาห้ามไม่ให้ ส.ส.ขึ้นเครื่องบินโดยสาร
สมาชิกรัฐสภาของอินเดียผู้หนึ่งซึ่งมีตั๋วโดยสารเครื่องบินชั้นบิสซิเนสคลาส ได้ไปขึ้นเที่ยวบินของสายการบิน “แอร์อินเดีย” (Air India) ที่มีแต่ที่นั่งชั้นประหยัดล้วนทั้งลำ เขาเลยทะเลาะเบาะแว้งกับพวกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินโทษฐานที่ไม่ได้ให้เกียรติจัดที่นั่งให้ถูกต้องเหมาะสมแก่ตั๋วโดยสารของเขา, ปฏิเสธไม่ยอมลงจากเครื่องในตอนที่ลงจอด (เป็นเหตุให้เที่ยวบินถัดไปต้องล่าช้าเสียเวลาไปราว 40 นาที), ใช้รองเท้าแตะตบหน้าผู้จัดการคนหนึ่งของทางสายการบิน พฤติการณ์เหล่านี้ทำให้มีความเคลื่อนไหวว่าเขาจะต้องถูกลงโทษ ...ทว่าในที่สุดแล้ว เขาก็ยังคงได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่องบินของสายการบินต่างๆ ได้อยู่ดี โดยไม่ต้องแสดงการขอโทษขออภัยใดๆ ทั้งสิ้นด้วยซ้ำ
เหตุการณ์อันพิลึกพิลั่นเช่นนี้ทำให้ชาวอินเดียจำนวนมากเกิดความสงสัยข้องใจกันว่า หรือกฎหมายกฎกติกาทั้งหลายที่บังคับใช้กับสามัญชนคนธรรมดาและที่ใช้กับพวกสมาชิกรัฐสภานั้นมันเป็นคนละชุดคนละฉบับกัน ผู้โดยสารเครื่องบินสามัญธรรมดาคนไหนก็ตามทีที่แสดงพฤติการณ์พาลเกเรเลวร้ายอย่างนี้ มีหวังจะต้องถูกจับกุมตั้งแต่ก่อนเครื่องบินทะยานขึ้นฟ้าหรือไม่ก็ภายหลังจากไปถึงจุดหมายปลายทางแล้ว
ทว่า ส.ส.รวินทรา ไกควัด (Ravindra Gaikwad) ผู้นี้ไม่ใช่ผู้โดยสารสามัญธรรมดา เขาเป็นสมาชิกของพรรคศิวเสนา (Shiva Sena) ที่มีแนวทางมุ่งเป็นปากเสียงของชาวฮินดู และก็เป็นพรรคพันธมิตรของพรรคภารติยะ ชนะตะ (Bharatiya Janata Party หรือ BJP) ในการจัดตั้งรัฐบาลผสมทั้งในระดับชาติและในรัฐมหาราษฎร์ ที่เป็นรัฐภูมิลำเนาของนักการเมืองผู้นี้
ขณะที่ไม่มีใครคาดหมายหรอกว่าส.ส.ไกควัด จะถูกห้ามขึ้นเครื่องบินโดยสารไปจนตลอดชีวิตจากพฤติการณ์แบบนักเลงโตของเขา แต่ก็มีข่าวลือออกมาว่าเขาน่าจะถูกแอร์อินเดียแบนห้ามขึ้นเที่ยวบินของสายการบินแห่งชาตินี้เป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อเป็นการส่งข้อความอันหนักแน่นจริงจังไปถึง ส.ส.คนอื่นๆ ด้วย
อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่ารัฐบาลกลางของอินเดียกลับพิจารณาว่าจะต้องคำนึงถึงความจำเป็นทางการเมืองของตนเองก่อน ทั้งนี้ พรรคบีเจพีจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากพรรคศิวเสนาทั้งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี, ในการผ่านร่างกฎหมายต่างๆ , และในการปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาต่างๆ ที่ได้ให้ไว้เมื่อตอนรณรงค์หาเสียง –ซึ่งก็รวมทั้งสัญญาที่จะสร้างวัดพระรามแห่งใหม่ขึ้นมาบนสถานที่ซึ่งเกิดข้อขัดแย้งกันหนักในเมืองอโยธยา (Ayodhya) ในรัฐอุตตรประเทศ
ด้วยเหตุนี้เอง 1 วันหลังจากที่ไกควัด กล่าวคำปราศรัยตามที่มีการตกลงกันไว้แล้ว เพื่อแสดง “ความเสียใจ” ของเขาต่อรัฐสภา ทางกระทรวงการบินพลเรือนก็ออกคำสั่งเมื่อวันศุกร์ (7 เม.ย.) ให้แอร์อินเดียระงับการดำเนินการเพื่อห้าม ส.ส.ผู้นี้ขึ้นเที่ยวบินโดยสารของสายการบินแห่งชาตินี้ จากนั้นพวกสายการบินของภาคเอกชนก็กระทำตามเป็นแถวๆ
เมื่อวันจันทร์ (10 เม.ย.) ไกควัดได้จองที่นั่งชั้นบิสซิเนสคลาสในเส้นทางเดียวกับที่เคยเกิดปัญหาขึ้นมา นั่นคือระหว่างเมืองปูเน (Pune) กับ เดลี แต่แล้วเขาก็เกิดเปลี่ยนใจและเปลี่ยนแผนมาเป็นขึ้นรถไฟแทน
สิ่งที่ทำให้ทั่วทั้งอินเดียรู้สึกช็อก เห็นจะได้แก่การที่ ส.ส.ผู้นี้ไม่ได้รู้สึกสำนึกผิดอะไรเลย ขณะที่เขาคุยโวโอ้อวดทางทีวีเรื่องที่ใช้รองเท้าแตะของเขาตบใส่ สุกุมาร รามาน (Sukumar Raman) พนักงานระดับผู้จัดการคนหนึ่งของแอร์อินเดียเป็นจำนวน “25 ที” ไกควัดถึงกับบอกว่าจริงๆ แล้วเขาต้องการที่จะผลักเหยื่อของเขาผู้นี้ให้ตกลงมาทางบันไดเครื่องบินด้วยซ้ำไป
โทรทัศน์หลายๆ ช่องยังพากันออกอากาศคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของแอร์อินเดียผู้หนึ่ง พยายามวิงวอนขอร้องไกควัดให้ลงจากเครื่องบินที่สนามบินเดลี เนื่องจากสายการบินต้องทำความสะอาดห้องโดยสารในระหว่างเที่ยวบิน และมีผู้โดยสารมากกว่า 100 คนกำลังรอขึ้นเครื่องบินลำนั้นอยู่เพื่อบินไปยังเมืองกัว (Goa) ทว่า ส.ส.ผู้นี้ปฏิเสธไม่ยอมลงจนกว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของแอร์อินเดียจะเดินทางมาพบเขา
จากนั้นภาพในคลิปดังกล่าวก็แสดงให้เห็นว่า สมาชิกรัฐสภาผู้นี้กำลังผลักรามาน และพนักงานต้อนรับผู้นั้นกำลังส่งเสียงแสดงความตกอกตกใจ แว่นตาของรามานแตกเสียหายไปในขณะเกิดความวุ่นวายขึ้นมา หลังจากนั้นขณะที่เขาพูดกับสื่อมวลชน รามานบอกว่ามีแต่พระผู้เป็นเจ้าเท่านั้นที่จะสามารถรักษาประเทศชาติให้อยู่รอดปลอดภัยต่อไปได้ ถ้าหากนี่คือวัฒนธรรมและพฤติกรรมของพวกสมาชิกรัฐสภา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจุดชนวนให้เกิดการอภิปรายถกเถียงกันอย่างดุเดือดในสื่อมวลชน ทว่าในรัฐสภาแล้ว ตอนแรกทีเดียวมีความพยายามที่จะไม่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดให้เป็นที่อับอายขายหน้า ครั้นเมื่อต้องนำขึ้นมาอภิปรายกันในที่สุด ส.ส.ส่วนมากแสดงความสนับสนุนไกควัด โดยกล่าวว่าไม่มีกฎหมายกฎกติกาใดๆ ที่จะมาบังคับห้ามปรามไม่ให้สมาชิกรัฐสภาโดยสารเครื่องบิน
ในการกล่าวปราศรัยของเขา ไกควัดบอกกับรัฐสภาว่าเขานี่แหละคือเหยื่อเคราะห์ร้ายตัวจริง และเขาตบรามานก็เพียงเพราะหลังจากผู้จัดการผู้นี้แสดงการดูหมิ่นเขา
รัฐมนตรีการบินพลเรือน อโศก กาจาปาธี ราชู (Ashok Gajapathi Raju) กลายเป็นเพียงเสียงเดียวเท่านั้นที่แสดงการวิพากษ์วิจารณ์ เขากล่าวว่าความปลอดภัยของพนักงานสายการบินเป็นเรื่องที่ไม่ควรปล่อยปละไม่ปกป้องรักษา อย่างไรก็ดี รัฐบาลได้ยอมอ่อนข้อให้พรรคศิวเสนา และสั่งการให้ทางกระทรวงอนุญาตให้ ส.ส.ผู้นี้สามารถโดยสารเครื่องบินต่อไปได้
มีหลายคนแสดงความวิตกว่า การตัดสินใจไม่ลงโทษห้ามไกควัดโดยสารเครื่องบิน อาจกลายเป็นเครื่องกระตุ้นส่งเสริมให้สมาชิกรัฐสภาคนอื่นๆ อวดแสดงพฤติการณ์พาลเกเรในเที่ยวบินโดยสารกันบ้าง
ตัวอย่างเช่นเที่ยวบินระหว่างเดลี-โกลกาตา ของแอร์อินเดียเมื่อวันที่ 7 เมษายน ต้องล่าช้าไปเป็นเวลา 30 นาที เนื่องจากสมาชิกรัฐสภา โดลา เซน (Dola Sen) มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับพวกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน เกี่ยวกับเรื่องการอนุญาตให้คุณแม่ที่ต้องนั่งรถเข็นของเธอ ได้ที่นั่งใกล้ๆ กับทางออกฉุกเฉิน


