xs
xsm
sm
md
lg

InClip:นิวยอร์กไทม์สแฉ “นูเนส หัวหน้ากรรมาธิการข่าวกรองคองเกรส” ช่วยทรัมป์สุดตัว แอบพบ 2 จนท.ทำเนียบขาวก่อน แฉชั้นความลับกลางเดอะแคปปิตอลฮิล

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


เอเจนซีส์ – เดวิน นูเนส (Devin Nunes) ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองสภาล่างสหรัฐฯ ถูกเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระดับสูงช่วย ให้เข้าถึงข้อมูลความลับ ที่แสดงว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และพรรคพวก “บังเอิญ” ถูกสหรัฐฯแอบสอดแนมแบบบังเอิญในช่วงการเปลี่ยนผ่าน พบว่า นูเนสพบกับเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระดับสูงไม่ต่ำกว่า 2 คนก่อนที่จะกลับออกมาเปิดแถลงข่าวช่วยแก้ต่างให้ทรัมป์ทวีตกล่าวหาโอบามาแบบไร้หลักฐาน

สื่อซาลอนรายงานเมื่อวานนี้(30 มี.ค)ว่า โฆษกทำเนียบขาว ณอน สไปเซอร์ ออกมาปฎิเสธในวันพฤหัสบดี(30 มี.ค) ต่อรายงานจากสื่อยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส ที่ตีพิมพ์ในวันเดียวกัน(30 มี.ค) ระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงอย่างน้อย 2 คนจากชุดรัฐบาลทรัมป์ ช่วยให้ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองสภาล่างสหรัฐฯ เดวิน นูเนส (Devin Nunes) สามารถได้รับข้อมูลข่าวกรองชั้นความลับ ที่สามารถยืนยันเครดิตข้อมูลทวิเตอร์ของทรัมป์ก่อนหน้านี้ ที่เคยออกมาประกาศว่า เขาถูกอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา ดักฟัง

ทั้งนี้พบว่า จากการรายงานของนิวยอร์กไทม์ส์ ได้ระบุว่า สส.รัฐแคลิฟอร์เนียเขตที่ 22 พรรครีพับลิกัน นูเนส ได้รู้ถึงข้อมูลการสอดแนมของสหรัฐฯ หลังจากได้พบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในชุดรัฐบาลทรัมป์ โดยในรายงานพบว่า คนทั้งหมดได้แอบลอบพบกันในบริเวณทำเนียบขาวสัปดาห์ก่อนหน้านี้

โดยอ้างอิงจากการเปิดเผยของนิวยอร์กไทม์ส ระบุว่า นูเนสได้พบกับ ไมเคิล เอลลิส( Michael Ellisป อดีตเจ้าหน้าที่ในคณะกรรมาธิการข่าวกรองที่นูเนสนั่งเป็นประธานอยู่ในขณะนี้ โดยพบว่าเอลลิสในปัจจุบันทำงานให้กับสำนักที่ปรึกษาประจำทำเนียบขาวด้านความมั่นคง

และในการพบลับยังรวมไปถึง เอซรา โคเฮน-วัตนิค(Ezra Cohen-Watnick) ผู้อำนวยการอาวุโสด้านข่าวกรองประจำสภาความมั่นคงสหรัฐฯ ซึ่งพบว่าโคเฮน-วัตนิคนั้นเป็นผู้ติดตามคนสำคัญของอดีตที่ปรึกษาด้านความมั่นคงสหรัฐฯ ไมเคิล ฟลินน์ ที่ล่าสุดออกมาประกาศว่า “เขาต้องการภูมิคุ้มกันหากว่าต้องขึ้นให้การในคดีรัสเซีย”

สื่ออซาลอนชี้ว่า ในอดีต ฟลินน์ถูกบีบให้ต้องลาออก จากการที่เขาโกหกต่อ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไมค์ เพนซ์ (และทุกคน) เกี่ยวกับการติดต่อระหว่างเขาและเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐฯ

ซึ่ง 1 วันหลังจากที่นูเนสได้รับการรายงานข่าวกรองลับ สื่อซาลอนชี้ว่า นูเนสได้รีบกลับไปแจ้งให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัดล์ ทรัมป์ อย่างเปิดแผยให้รับทราบทันทีถึงสิ่งที่เขาได้ยินมาและได้อ่าน แต่ในรายงานชี้ว่า นูเนสปฎิเสธที่จะเปิดเผยถึงแหล่งข่าว แม้แต่กับเพื่อนของเขาที่อยู่ในชุดคณะกรรมาธิการข่าวกรองชุดเดียวกัน

ซาลอนรายงานต่อว่า แต่ในแถลงสรุปประจำวันของโฆษกทำเนียบขาว สไปเซอร์ “ไม่ได้ปฎิเสธในการรายงานของนิวยอร์กไทม์ส์” และซาลอนชี้ว่า ถ้าหากการรายงานที่ว่านี้เป็นความจริง จะหมายความว่า ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองสหรัฐฯได้เดินทางเข้าไปภายในทำเนียบขาว เพื่อจะรายงานให้ทรัมป์รับทราบ “ถึงชั้นความลับที่ได้รับมาจากทำเนียบขาวในครั้งแรก” ซึ่งเป็นเรื่องตลกร้าย

NBC NEWS รายงานเพิ่มเติมว่า และในวันพฤหัสบดี(30 มี.ค) หนังสือพิมพ์สหรัฐฯชื่อดังอีกฉบับ วอชิงตันโพสต์ รายงานว่า ในความเป็นจริง อาจมีเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวถึง 3 คนที่เกี่ยวข้องในการช่วยนูเนส

ซาลอนรายงานเพิ่มเติมว่า สื่อสหรัฐฯต่างพากันวิจารณ์มาก่อนหน้านี้แล้วว่า มีความน่าจะเป็นว่าคนในทำเนียบขาวต้องมีส่วนช่วยเหลือนูเนส โดยซาลอนชี้ว่า ไม่มีทางที่เป็นไปได้เลยที่ เดวิน นูเนส จะมีความสามารถเข้าสู่ทำเนียบขาวได้ด้วยตัวเอง ซึ่งพบว่านอกจากที่ นูเนสจะดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองสภาล่างสหรัฐฯแล้ว เขายังมีชื่ออยู่ในทีมเปลี่ยนผ่านอำนาจของทรัมป์ก่อนหน้านี้ โดยมีตำแหน่งเป็นประธานของทีม

NBC NEWS ชี้ว่า ทรัมป์ใช้นูเนสเป็นการยืนยันในการกล่าวหาของเขาต่ออดีตผู้นำสหรัฐฯ โอบามา ในการดักฟังทรัมป์ทาวเวอร์ ซึ่งนูเนสยังคงยืนกรานว่า ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่า โอบามาได้สั่งดักฟังตึกทรัมป์ทาวเวอร์

ซาลอนรายงานว่า ในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับสื่อฟ็อกซ์นิวส์ในวันที่ 15 มี.ค ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ยืนยันในขณะนั้นว่า “หลักฐานว่าเขาถูกประธานาธิบดีโอบามาดักฟัง จะถูกเปิดเผยในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า” 1 วันหลังจากการนัดพบลับในทำเนียบขาวที่ เดวิน นูเนส เปิดเผยในการแถลงข่าวแสดงถึง เหตุทรัมป์ทาวเวอร์ “บังเอิญถูกสอดแนม” ในช่วงระหว่างการเปลี่ยนผ่านอำนาจ

สื่อแวร์นิตีแฟร์ออกมาวิเคราะห์ว่า เป็นที่ประจักษ์ในขณะนี้ว่า มีความเป็นไปได้ว่านูเนสอาจร่วมมือกับทำเนียบขาวในการปกป้องทรัมป์ต่อข้อกล่าวหา ถูกโอบามาดักฟัง ทั้งนี้พบว่า เขาถูกจับจ้องจากสายตาคนทั่วไปจากการที่ นูเนสได้แหกกฎธรรมเนียมการเมืองสหรัฐฯของเดอะแคปปิตอล ฮิล ในการออกมาแถลงกับสื่อในบ่ายวันพุธ(22 มี.ค) ประกาศตูมว่า โดนัลด์ ทรัมป์และคนใกล้ชิด อาจถูกสอดแนมแบบไม่ได้ตั้งใจ จากหน่วยงาน FBI สหรัฐฯ ซึ่งเกี่ยวข้องกับปฎิบัติการหาข่าวกรองเป้าหมายต่างชาติในขณะนั้น ซึ่งเป็นการสอดแนม FISA ต่อเป้าหมายต่างชาติ ซึ่งมีการพูดถึงเกี่ยวกับว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ หรือเกี่ยวข้อง สื่อการเมืองสหรัฐฯ เดอะไวร์ ชี้

และเดอะไวร์ยังรายงานต่อถึงไทม์ไลน์ว่า เป็นที่เชื่อว่าการเดินทางของนูเนสไปพบกับเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเพื่อรับข้อมูลลับนั้นเกิดขึ้นในวันอังคารเย็น(21 มี.ค)

ซึ่งก่อนหน้านี้ ไมค์ โรเจอร์ส์( Mike Rogers) ผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคงสหรัฐฯ NSA ได้ออกมาปฎิเสธในข้อกล่าวหาของทรัมป์หลายครั้ง ในเรื่องการถูกรัฐบาลสหรัฐฯในชุดก่อนหน้านี้ทำการดักฟัง และการปฎิเสธนี้ ยังรวมไปถึงผู้อำนวยการ FBI เจมส์ โคมีย์ (James Comey) แวร์นิตีแฟร์รายงาน

ทั้งนี้ในการทำผิดธรรมเนียมปฎิบัติของประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองสภาล่าง ที่นอกจากจะเปิดแถลงข่าวทันทีหลังได้หลักฐาน ยังรวมไปถึงนำสิ่งที่ได้พบ เข้าไปรายงานตรงต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่แวร์นิตีแฟร์ชี้ว่า “หมายความว่า นูเนสได้ทำ “การติดต่อ” กับตัวเป้าหมายหลักของการสอบสวนของตัวเอง โดยทางฝั่งพรรคเดโมแครตอ้างว่า สิ่งที่ควรปฎิบัติคือ นูเนส ต้องนำหลักฐานที่ได้มาเข้าสู่คณะกรรมาธิการ







กำลังโหลดความคิดเห็น