เอเจนซีส์ - กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมืองมรดกโลก “พัลไมรา” หลังถูกทัพรัฐบาลซีเรียที่ได้รัสเซียหนุนหลังรุกไล่เข้าไปจนถึงฝั่งตะวันตกของเมืองเมื่อกลางดึกวานนี้ (1 มี.ค.)
ศูนย์สังเกตการณ์สิทธิมนุษยชนซีเรียซึ่งมีฐานในกรุงลอนดอน ระบุว่า ทหารซีเรียยังไม่ได้บุกเข้าไปจนถึงเขตเมืองโบราณ เนื่องจากนักรบไอเอสได้ฝังกับระเบิดเอาไว้
มีรายงานล่าสุดว่า ช่วงเช้าวันนี้ (2) นักรบไอเอสได้ล่าถอยไปยังเขตชุมชนทางตะวันออกของเมือง
“ไอเอสถอนกำลังออกจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของพัลไมรา หลังจากวางกับระเบิดเอาไว้ทั่วเมือง แต่ยังมีพวกมือระเบิดฆ่าตัวตายหลงเหลืออยู่ในชุมชนทางตะวันออก” รามี อับเดล ราห์มาน ผู้อำนวยการศูนย์สังเกตการณ์ ให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี
“กองกำลังของรัฐบาลซีเรียยังไม่สามารถเคลื่อนพลเข้าไปยังใจกลางเมืองและทางฝั่งตะวันออกได้”
นายทหารอาวุโสที่กรุงดามัสกัสเผยกับผู้สื่อข่าวเอเอฟพีเมื่อวานนี้ (1) ว่า ทหารซีเรียได้ยาตราทัพเข้าไปถึงชุมทางยุทธศาสตร์ซึ่งเป็นเสมือนประตูสู่เมืองพัลไมราแล้ว
พัลไมราซึ่งแปลว่า “นครแห่งต้นปาล์ม” เป็นโอเอซิสที่ตั้งอยู่ห่างจากกรุงดามัสกัสไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 210 กิโลเมตร และได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งทะเลทราย” เมืองแห่งนี้เริ่มมีชื่อปรากฏในช่วงศตวรรษที่ 19 ก่อนคริสตกาล โดยเป็นจุดแวะพักของกองคาราวานที่ใช้เส้นทางสายไหม และผู้ที่เดินทางไปมาระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ซากวิหาร ซุ้มประตูโค้ง แนวเสาหิน และสุสานโบราณซึ่งมีอายุเก่าแก่นับพันๆ ปีในเมืองแห่งนี้ได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้เป็นมรดกโลก และถือเป็นร่องรอยอารยธรรมยุคคลาสสิคในตะวันออกกลางที่ยังหลงเหลือสมบูรณ์ที่สุด แต่มรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ได้ถูกทำลายยับเยิน หลังจากไอเอสบุกยึดพัลไมราในเดือน พ.ค.ปี 2015
ความเสียหายที่เกิดกับโบราณสถานพัลไมราปรากฏแก่สายตาชาวโลก หลังจากกองทัพซีเรียสามารถยึดเมืองคืนได้ในช่วงสั้นๆ เมื่อปีที่แล้ว
ภาพถ่ายดาวเทียมเผยให้เห็นว่า มีโบราณสถานถูกระเบิดทำลายไปอีกหลายแห่งนับตั้งแต่ไอเอสชิงเมืองพัลไมรากลับคืนไปได้เมื่อเดือน ธ.ค.


