เอเจนซีส์ – ความบาดหมางระหว่างสหรัฐฯกับจีนสืบเนื่องจากการต้อนรับประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่เดินทางมาร่วมประชุมซัมมิตกลุ่ม จี20 ที่เมืองหางโจว ยังคงปรากฏให้เห็นกระเซ็นกระสาย โดยสำนักงานข่าวกรองกลาโหมสหรัฐฯ (ดีไอเอ) ต้องออกคำแถลงแก้เกี้ยว ยืนยันทวิตประชดเจ้าหน้าที่จีนเป็นความคิดเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน ขณะที่หนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศจีน ระบุวอชิงตันเองที่ปฏิเสธบันไดพรมแดงลงจากเครื่องบินสำหรับโอบามา เนื่องจากเกี่ยงงอนว่า คนขับรถเทียบบันไดของจีนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้
เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อสื่อมวลชนสหรัฐฯรายงานว่า ประธานาธิบดีโอบามา เดินทางถึงเมืองหางโจว เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดจี20 แต่กลับไม่มีบันไดพรมแดงไปรอรับ ปล่อยให้ประมุขทำเนียบขาวต้องลงจาก “แอร์ ฟอร์ซ วัน” ทางบันไดของเครื่องบินเอง
นอกจากนั้นที่บริเวณบนลานจอดเครื่องบิน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของจีนได้ล้อมเชือกและไม่ให้สื่อมวลชนซึ่งมากับคณะของโอบามา เข้าไปใกล้ๆ เครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้นเมื่อเจ้าหน้าที่สหรัฐฯบอกว่าเป็นเรื่องของเครื่องบินสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสหรัฐฯ จึงต้องทำตามกฎเกณฑ์ของฝ่ายสหรัฐฯที่ให้สื่อมวลชนเข้าทำข่าวได้ เจ้าหน้าที่จีนก็ตะโกนตอบโต้ว่า “นี่คือสนามบินของเรา นี่คือประเทศของเรา" มิหนำซ้ำเมื่อเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสของทำเนียบขาว พยายามลอดเชือกเข้าไปเพื่อพบกับโอบามา ก็ยังถูกเจ้าหน้าที่จีนขัดขวางอีก
ในเวลาต่อมา โอบามาพูดถึงเหตุการณ์เหล่านี้ โดยเรียกร้องเรียกร้องผู้สื่อข่าว “อย่าหัวเสียเกินเหตุ” กับสิ่งที่เกิดขึ้น ทว่า สื่อสหรัฐฯรายงานว่า ในบัญชีทวิตเวอร์ของดีไอเอเมื่อวันเสาร์ (3 ก.ย.) กลับมีข้อความประชดประชัน “ดีงามตามเคยนะจีน”
ทวิตดังกล่าวถูกลบออกอย่างรวดเร็ว และดีไอเอต้องออกคำแถลงขอโทษอย่างเร่งร้อน โดยยืนยันว่า โพสต์ดังกล่าวไม่ใช่ความคิดเห็นของหน่วยงานแต่อย่างใด แต่หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลระบุว่า ทวิตที่ปรากฏบนบัญชีของดีไอเอ ซึ่งเป็นหน่วยสืบราชการลับภายในกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ที่มีหน้าที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเจตนารมณ์และความสามารถของรัฐหรือองค์กรต่างชาตินั้น ดูเหมือนทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง
ทางด้านโอบามายืนยันว่า เรื่องบาดหมางดังกล่าวไม่กระทบต่อความสัมพันธ์โดยรวมจีน-สหรัฐฯ และว่า สาเหตุส่วนหนึ่งอาจเนื่องจากอเมริกามีทัศนคติต่อสื่อแตกต่างจากประเทศอื่นๆ กล่าวคือ อเมริกาคิดว่า สื่อจำเป็นต้องเข้าถึงสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำและสามารถซักถามได้หากมีข้อสงสัย
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวอเมริกันที่เดินทางไปทำข่าวซัมมิตจี20 พากันวิจารณ์ว่า การที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจีนกีดกันไม่ให้พวกเขาเข้าไปบริเวณใต้ท้องเครื่องบินนั้น ปกติแล้วจะเกิดขึ้นเฉพาะในประเทศที่มีการรักษาความปลอดภัยสูง เช่น อัฟกานิสถาน ที่ไม่มีการปูพรมแดงต้อนรับผู้นำประเทศ
มาร์ค แลนเดลอร์ จากนิวยอร์กไทมส์ บ่นว่า เป็นนักข่าวทำเนียบขาวมา 6 ปี ไม่เคยเจอประเทศเจ้าภาพที่ไหนกีดกันสื่อมวลชนไม่ให้เข้าถึงโอบามา ขณะลงจากเครื่องบินแบบนี้
นิวยอร์กไทมส์ยังรายงานว่า ผู้ช่วยประจำทำเนียบขาว เจ้าหน้าที่พิธีการทูต และหน่วยอารักขาผู้นำสหรัฐฯ ยังโต้เถียงกับเจ้าหน้าที่จีนที่ทะเลสาบซีหู ที่โอบามาพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เรื่องที่ว่า จีนจะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่อเมริกันกี่คนเข้าไปในอาคารก่อนที่โอบามาจะเดินทางถึง
ทางด้านโอบามาแสดงความเห็นว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการเผชิญหน้าอย่างตึงเครียดกับจีนเรื่องการรักษาความปลอดภัยและการเข้าถึงของสื่อ เพียงแต่ครั้งนี้ความไม่ลงรอยปรากฏชัดเจนกว่าปกติเล็กน้อยเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ขณะที่สื่อและเจ้าหน้าที่อเมริกันพากันโจมตีการต้อนรับของจีนอย่างรุนแรงว่า ต้องการทำให้โอบามาเสียหน้า ทว่า วันอาทิตย์ที่ผ่านมา (4) หนังสือพิมพ์เซาท์ ไชน่า มอร์นิง โพสต์ของฮ่องกง กลับรายงานในมุมที่แตกต่าง โดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศจีนที่ไม่ประสงค์ออกนามว่า จีนจัดเตรียมบันไดพรมแดงไว้ต้อนรับผู้นำจากทุกประเทศ แต่ทางอเมริกาเองที่ปฏิเสธ และเลือกให้โอบามาลงจากเครื่องบินทางบันไดเล็กแทน เนื่องจากไม่พอใจที่คนขับรถเทียบบันไดของจีนพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จึงกลัวว่า จะไม่เข้าใจคำสั่งเกี่ยวกับความปลอดภัยของอเมริกา
จีนพยายามแก้ปัญหาด้วยการเสนอว่า จะให้ล่ามนั่งประกบไปกับคนขับ แต่อเมริกาก็ยังไม่ยอมอยู่ดี และยืนยันว่า ไม่ต้องการบันไดพรมแดง
เจ้าหน้าที่จีนยืนยันด้วยว่า แม้ไม่มีบันไดพรมแดง แต่จีนปูพรมแดงจากเชิงบันไดที่โอบามาลงจากเครื่องไปจนถึงรถลิมูซีนที่จอดรอรับ
ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ทางการทูต อาทิ เหอ เว่นเหวิน อดีตที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของสถานกงสุลจีนในซานฟรานซิสโกและนิวยอร์ก และปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาบริหารของไชน่า โซไซตี้ ฟอร์ ดับเบิลยูทีโอ สตัดดีส์ ขานรับว่า ไม่มีเหตุผลที่จีนจะต้องปฏิบัติไม่ดีต่อโอบามา ขณะที่สีพยายามปรับปรุงความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ
ฉี ยินฮอง ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลันเหรินหมิน สำทับว่า ระหว่างการเยือนจีนของโอบามาครั้งก่อนหน้านี้ ทั้งสองฝ่ายประนีประนอมและยอมให้แต่ละฝ่ายจัดการการรักษาความปลอดภัยของตัวเอง ซึ่งอาจมีความบกพร่องบ้าง
ฉีทิ้งท้ายว่า คงเป็นการเบี่ยงเบนจากแนวทางปฏิบัติทางการทูตปกติ หากอเมริกาจะรับผิดชอบการรักษาความปลอดภัยประธานาธิบดีของตนเองอย่างเบ็ดเสร็จระหว่างอยู่ในประเทศอื่น นอกจากนั้น การดำเนินการดังกล่าวยังไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เนื่องจากเจ้าหน้าที่อเมริกันขาดความคุ้นเคยต่อสถานการณ์ในประเทศนั้นๆ


