xs
xsm
sm
md
lg

ญี่ปุ่นรับมีอดีตคนงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “ฟูกูชิมะ” เจอพิษรังสีรายแรก ป่วยเป็นลูคีเมีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

พนักงานที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ ณ โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟูกูชิมะของญี่ปุ่น
เอเอฟพี - ทางการญี่ปุ่นยอมรับในวันอังคาร (20 ต.ค.) ว่ามีอดีตคนงานผู้หนึ่งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “ฟูกูชิมะ” ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น “ลูคีเมีย” (มะเร็งเม็ดโลหิตขาว) สืบเนื่องจากได้รับรังสี ถือเป็นคนทำงานคนแรกของโรงไฟฟ้าแห่งนี้ที่มีอาการป่วยที่เกี่ยวข้องกับรังสี หลังอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบชั่วอายุคน ผ่านพ้นมานานกว่า 4 ปี

สื่อมวลชนท้องถิ่นรายงานโดยอ้างคำสัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขคนหนึ่งเผยว่า อดีตคนงาน ซึ่งตอนเกิดวิกฤตเมื่อปี 2011 มีอายุราว 30 ปลายๆและตอนนี้อายุ 41 ปี มีอาการของโรคลูคีเมีย

“กรณีนี้ตรงกับลักษณะบ่งโรคที่สามารถเชื่อมโยงอาการป่วยของเขากับอุบัติเหตุนิวเคลียร์” เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวซึ่งไม่ประสงค์เอ่ยนามแถลงสรุปกับสื่อมวลชนในกรุงโตเกียว พร้อมระบุว่าได้ตัดต้นตอความเป็นไปได้อื่นๆ ออกหมดแล้ว “ชายคนนี้ไปพบแพทย์เพราะรู้สึกไม่สบาย จากนั้นก็ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นลูคีเมีย”

กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยรายละเอียดชายคนนี้เพียงเล็กน้อย แต่ยอมรับว่าเขาทำงานอยู่ ณ อาคารที่พังเสียหายหลังหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของหนึ่งในเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ได้รับความเสียหายของโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าชายคนนี้ซึ่งสวมเครื่องมือป้องกันอยู่ตลอดระหว่างปฏิบัติงานอยู่ ณ โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟูกูชิมะมานานกว่า 1 ปี จะได้รับเงินชดเชยด้านค่ารักษาพยาบาลและรายได้ที่ต้องสุญเสียไป แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนของเงินดังกล่าว

นอกจากชายรายนี้แล้ว ยังมีคนงานของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะอีก 3 คนที่มีอาการของโรคมะเร็งลูคีเมีย และกำลังรอคำยืนยันว่ามันมีความเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์หรือไม่

เอ็นเอชเค สถานีโทรทัศร์แห่งรัฐรายงานว่า มีคนงานราว 45,000 คน ที่ปฏิบัติหน้าที่ ณ โรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ นับตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุเลวร้าย ส่วนหนึ่งในความพยายามทำความสะอาดครั้งมโหฬารภายใต้งบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์

เคยมีข้อถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนต่อกรณีที่ว่าอุบัติเหตุคราวนี้อาจทำให้คนงานของโรงไฟฟ้าและชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่โดยรอบล้มป่วยเป็นมะเร็งมากขึ้น ส่วนถ้อยแถลงในวันอังคาร (20 ต.ค.) ดูเหมือนจะเป็นการเติมเชื้อเสียงคัดค้านของประชาชนต่อพลังงานนิวเคลียร์ ขณะที่มันเกิดขึ้นไม่ถึงสัปดาห์ หลังจากญี่ปุ่นเพิ่งกลับมาเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์แห่งที่ 2 หลังปิดปฏิบัติการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ทั้งหมด นับตั้งแต่เกิดวิกฤตที่ฟูกูชิมะ

ไม่มีผู้เสียชีวิตโดยตรงจากการแพร่กระจายของกัมมันตภาพรังสีระหว่างอุบัติเหตุเมื่อปี 2011 แต่มันก็ทำให้ประชาชนหลายหมื่นคนไม่มีที่พักพิงและทำให้พื้นที่ขนาดใหญ่ไร้ผู้อยู่อาศัย ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่ามันอาจเป็นแบบนี้ไปอีกหลายทศวรรษ

แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อปี 2011 กระพือคลื่นยักษ์สึนามิ ซัดถล่มชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นพังราบและคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 18,000 ราย ก่อความเสียหายแก่ระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้า ทำให้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์บางแห่งเกิดการหลอมละลาย และต้องใช้เวลาในการทำความสะอาดยาวนานนับทศวรรษ

กัมมันตภาพรังสีแพร่กระจายสู่อากาศ ทะเลและห่วงโซ่อาหารในอุบัติเหตุทางนิวเคลียร์ครั้งเลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่หายนะเชอร์โนบิลปี 1986

นายมาซาโอะ โยชิดะ อดีตผู้จัดการของโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ เสียชีวิต 2 ปีหลังจากเกิดอุบติเหตุ ด้วยวัย 58 ปี แต่โตเกียว อิเล็กทริก เพาเวอร์ (เท็ปโก) ผู้บริหารโรงไฟฟ้าดังกล่าว โต้แย้งว่าอาการป่วยของเขาไม่เกี่ยวข้องกับกัมมันตภาพรังสี

ทั้งนี้ นายโยชิดะเสี่ยงชีวิตเพื่อควบคุมเตาปฏิกรณ์ทั้งหลาย ในความพยายามป้องกันไม่ให้หายนะเลวร้ายลงไป ท่ามกลางอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตามหลังแผ่นดินไหวใหญ่ ก่อนที่นายโยชิดะจะลาออกเมื่อเดือนธันวาคม 2012 โดยตอนที่ลาออกจากตำแหน่งนั้นเขาให้เหตุผลว่าป่วยด้วยโรคมะเร็ง

อย่างไรก็ตาม ทางเท็ปโกยืนยันว่ามันจะต้องใช้เวลาถึงอย่างน้อย 5 ปี หรือนับทศวรรษกว่าที่โรคมะเร็งหลอดอาหารของนายโยชิดะถึงแสดงอาการ หากว่ามันมีติดต่อจากการสัมผัสกัมมันตภาพรังสีจริง

การเปิดเผยของเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขในวันอังคาร (20 ต.ค.) ดูเหมือนจะส่งผลกระทบทางลบต่อความพยายามอันไม่เป็นที่นิยมของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ที่ต้องการกลับมาเปิดใช้การเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์อีกครั้ง เพื่อคืนสู่ทรัพยากรทางพลังงานที่มีราคาถูกกว่า

การปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์บีบให้ญี่ปุ่น ชาติที่ขาดแคลนทรัพยากร ต้องหันไปพึ่งพาแหล่งพลังงานฟอสซิลที่มีราคาสูงเพื่ออุดช่องว่างทางพลังงาน ส่งผลกระทบต่อดุลการค้าและกระตุ้นเสียงคร่ำครวญจากภาคธุรกิจเกี่ยวกับต้นทุนทางพลังงาน