xs
xsm
sm
md
lg

ยุโรปย้ำให้กรีซยื่นแผนน่าเชื่อถือสู้วิกฤตหนี้ เป็นโอกาสสุดท้ายได้อยู่ยูโรโซน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ประชาชนชาวกรีซยังต่อแถวกดเอทีเอ็มในทุกๆวัน ท่ามกลางสถานการณ์การเงินล่าสุดของกรีซ ณ ขณะนี้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง นอกจากบังคับใช้มาตรการควบคุมเงินทุนแล้ว รัฐบาลยังประกาศขยายเวลาการปิดธนาคารพาณิชย์และตลาดหุ้นออกไปอย่างน้อยจนถึงวันพฤหัสบดี รวมทั้งจำกัดการถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มคนละ 60 ยูโรต่อวันต่อไป
เอเจนซีส์ - ผู้นำยุโรปเตือนนายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ซีปราส ของกรีซ ให้ยื่นเสนอแผนการใหม่ซึ่งน่าเชื่อถือในที่ประชุมฉุกเฉินวันอังคาร (7 ก.ค.) นี้ หรือไม่ก็ต้องออกจาก “ยูโรโซน” ไป ขณะที่ระบบธนาคารกรีซใกล้ล่มสลายเต็มที โดยเอเธนส์ต้องประกาศขยายเวลาปิดแบงก์และตลาดหุ้นออกไปอย่างน้อยจนถึงวันพฤหัสบดี (9) อย่างไรก็ตาม ไม่มีวี่แววว่าซีปราสจะยอมอ่อนข้อง่ายๆ แถมมีรายงานว่าเขาจะยืนกรานขอลดหนี้ถึง 30%

นายกรัฐมนตรีกรีซซึ่งเป็นผู้นำพรรคฝ่ายซ้ายจัด จะต้องเผชิญงานหนักในการโน้มน้าวผู้นำอีก 18 ชาติของยูโรโซน ที่หลายๆ คนแสดงความเอือมระอากับวิกฤตหนี้กรีซซึ่งยืดเยื้อมาถึง 5 ปีแล้ว ให้ยินยอมเร่งเปิดการเจรจาเพื่อปล่อยสินเชื่อกู้ชีพจรเศรษฐกิจกรีซอีกครั้งหนึ่ง

สองผู้นำชาติยูโรโซนซึ่งทรงอิทธิพลที่สุด อันได้แก่ นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี และประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศส ได้พบปะหารือกันก่อนที่กรุงปารีสในค่ำวันจันทร์ (6) เพื่อกำหนดจุดยืนที่เป็นเอกภาพกัน โดยได้แถลงภายหลังการหารือว่า ยังเปิดโอกาสสำหรับเจรจาเพื่อปกป้องเศรษฐกิจกรีซ

ทว่า แมร์เคิล ที่กำลังถูกกดดันอย่างหนักจากฝ่ายต่างๆ ในเยอรมนีซึ่งสุดเอือมและเรียกร้องดังขึ้นเรื่อยๆ ให้ตัดหางกรีซ ยังประกาศอย่างชัดเจนว่า ขณะนี้ขึ้นอยู่กับซีปราสในการเสนอแผนการที่น่าเชื่อถือ หลังจากก่อนหน้านี้เอเธนส์ปฏิเสธการขึ้นภาษี การลดการใช้จ่าย รวมทั้งการปฏิรูประบบบำนาญและแรงงาน ซึ่งเป็นข้อเสนอที่หารือกันก่อนที่แพกเกจความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) มูลค่า 240,000 ล้านยูโร จะหมดอายุลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ตลาดท่องเที่ยวโมนาสติรากี ย่านกลางกรุงเอเธนส์กลายสภาพเป็นแหล่งรกร้าง หลังวิกฤตหนี้สินของประเทศยังคงไร้ทางออก
ถึงแม้แมร์เคิลกับออลลองด์พยายามแสดงให้เห็นความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่ยังเป็นที่ชัดเจนว่าเบอร์ลินกับปารีสมีความคิดเห็นแตกต่างกัน โดยที่รัฐมนตรีเศรษฐกิจ ซิกมาร์ กาเบรียล ของเยอรมนี กล่าวยืนยันว่าการพูดจากันในเรื่องลดหนี้สินให้กรีซเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าเอเธนส์ไม่ลงมือดำเนินการปฏิรูปก่อน

ทว่านายกรัฐมนตรีมานูเอล วาลส์ ของฝรั่งเศส ยืนกรานในวันอังคารว่า การให้กรีซออกไปจากยูโรโซน หรือที่เรียกกันว่า “เกร็กซิต” (Grexit) นั้น ไม่ใช่เป็นทางเลือกที่ควรจะนำมาพิจารณาเลย ฝรั่งเศสแน่ใจว่าไม่สามารถเสี่ยงให้กรีซออกไป และจะทำ “ทุกอย่าง” เพื่อรักษาให้เอเธนส์ยังคงใช้สกุลเงินยูโรต่อไป

ขณะเดียวกัน ผู้นำคนอื่นๆ ของยุโรปก็มีทัศนะที่ไปกันคนละทาง ปีเตอร์ คาซีมีร์ รัฐมนตรีคลังของสโลวาเกีย บอกกับผู้สื่อข่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วเขาสงสัยว่ายูโรโซนคงทำข้อตกลงกับกรีซไม่ได้ ส่วน วัลดิส ดอมบรอฟสกิส กรรมาธิการยุโรปฝ่ายเงินยูโร เมื่อถูกสอบถามว่าเป็นไปได้ไหมที่จะเกิด “เกร็กซิต” เขาก็ตอบว่าถ้ายังไม่สามารถสร้างความไว้วางใจขึ้นมาใหม่ ยังไม่มีแพกเกจการปฏิรูปที่น่าเชื่อถือแล้ว สิ่งนี้ก็ไม่สามารถตัดทิ้งไปได้

ทว่า ฌอง-โคลด จุงเกอร์ ประธานของคณะกรรมาธิการยุโรป กลับแถลงต่อรัฐสภายุโรปในวันจันทร์ว่า จะต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิด “เกร็กซิต” พร้อมกับระบุด้วยว่ามีบางคนในอียู กำลังดำเนินการอย่างเปิดเผยและปิดลับเพื่อขับกรีซออกจากยูโรโซน ทั้งนี้เป็นที่คาดเดากันว่าเขากำลังหมายถึงวูล์ฟกัง ชอยเบิล รัฐมนตรีคลังเยอรมนี ที่แสดงความกังขาอย่างเปิดเผยว่า กรีซเข้มแข็งพอที่จะอยู่ในระบบเงินตราสกุลเดียวของยุโรปต่อไปหรือไม่

เมื่อมองจากจุดยืนของเอเธนส์แล้ว กุญแจสำคัญที่สุดที่จะทำให้ได้ข้อตกลงซึ่งเป็นที่ยอมรับกันก็คือ การได้การสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากแมร์เคิลและผู้นำคนอื่นๆ ในการปรับโครงสร้างหนี้ก้อนมหึมาถึง 320,000 ล้านยูโรของกรีซ ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่า มากจนไม่สามารถปล่อยให้อยู่ในระดับนี้ต่อไปได้

หากไม่มีการลดหนี้ก้อนนี้ลงมา ซึ่งสื่อของกรีซรายงานว่าซีปราสเตรียมจะขอให้ “แฮร์คัต” กันถึง 30% ทีเดียว ก็มีแนวโน้มว่า ทั้งกรีซและไอเอ็มเอฟจะไม่ยอมรับข้อตกลง แต่ในอีกด้านหนึ่ง การลดหนี้กลับเป็นเงื่อนไขซึ่งเยอรมนีและพันธมิตรไม่สามารถแบกรับได้เช่นเดียวกัน
 2ผู้นำชาติยูโรโซนซึ่งทรงอิทธิพลที่สุด อันได้แก่ นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี และประธานาธิบดีฟรังซัวส์ ออลลองด์ แห่งฝรั่งเศส ได้พบปะหารือกันก่อนที่กรุงปารีสในค่ำวันจันทร์ (6) เพื่อกำหนดจุดยืนที่เป็นเอกภาพกัน โดยได้แถลงภายหลังการหารือว่า ยังเปิดโอกาสสำหรับเจรจาเพื่อปกป้องเศรษฐกิจกรีซ
การประชุมฉุกเฉินของยูโรโซนในวันอังคาร เริ่มต้นด้วยการหารือในระดับรัฐมนตรีคลัง หรือที่เรียกว่า “ยูโรกรุ๊ป” จากนั้นจึงเป็นระดับผู้นำซึ่งมีกำหนดเริ่มต้นขึ้นในเวลา 18.00 น.ตามเวลาบรัสเซลส์ (ตรงกับ 23.00 น.เวลาเมืองไทย) การประชุมคราวนี้ได้รับการพิจารณาจากฝ่ายต่างๆ ว่ามีเดิมพันสูงกว่าเพียงแค่อนาคตของกรีซ ประเทศที่มีประชากร 11 ล้านคน และคิดเป็นสัดส่วนเพียง 2% ของมูลค่าเศรษฐกิจและประชากรทั้งหมดของยูโรโซน

ทั้งนี้ หากธนาคารต่างๆ ของกรีซถึงขั้นอยู่ในภาวะขาดแคลนเงินสด กรีซก็อาจต้องพิมพ์ธนบัตรของตนเอง ซึ่งหมายถึงการออกจากยูโรโซนเป็นชาติแรกนับจากมีการสถาปนาระบบเงินตราสกุลเดียวแห่งยุโรปในปี 1999 และกระตุ้นความสงสัยข้องใจเกี่ยวกับความสามารถในการอยู่รอดระยะยาวของสหภาพการเงินยุโรป

สถานการณ์การเงินล่าสุดของกรีซขณะนี้น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง นอกจากบังคับใช้มาตรการควบคุมเงินทุนแล้ว รัฐบาลยังประกาศขยายเวลาการปิดธนาคารพาณิชย์และตลาดหุ้นออกไปอย่างน้อยจนถึงวันพฤหัสบดี รวมทั้งจำกัดการถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มคนละ 60 ยูโรต่อวันต่อไป

เมื่อวันจันทร์ ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ได้แถลงปฏิเสธข้อเรียกร้องของกรีซในการขยายวงเงินสภาพคล่องฉุกเฉินที่ให้แก่พวกธนาคารพาณิชย์ของกรีซ มิหนำซ้ำยังสั่งเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์ค้ำประกันสินเชื่อ อันจะทำให้แบงก์กรีซเข้าถึงกองทุนนี้ยากยิ่งขึ้นในอนาคต

กระนั้น ไม่มีทีท่าว่า ซีปราสจะยอมอ่อนข้อให้เจ้าหนี้แต่อย่างใด โดยเฉพาะหลังจากได้เสียงสนับสนุนท่วมท้นจากประชาชนผ่านการลงประชามติคัดค้านมาตรการรัดเข็มข็ดของเจ้าหนี้ขาดลอยถึง 61.3% เมื่อวันอาทิตย์ (5) รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากผู้นำพรรคการเมืองอื่นๆ ทั้งหมดในประเทศเมื่อวันจันทร์ วันเดียวกับที่มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีคลังฝีปากกล้า ยานิส วารูฟากิสออก และแต่งตั้ง ยูคลิด ซาคาโลตอส ที่มีสไตล์การเจรจานุ่มนวลกว่ามาแทน

ตลอดวันจันทร์ ผู้นำกรีซหารือทางโทรศัพท์กับประธานอีซีบี นายใหญ่ไอเอ็มเอฟ และคณะกรรมาธิการยุโรป ตลอดจนถึงแมร์เคล, ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย และแจ็ค ลูว์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ โดยที่ไม่ได้แย้มพรายเลยว่า จะยอมผ่อนปรนการคัดค้านมาตรการปฏิรูปอย่างไรเพื่อให้ผู้นำยุโรปมั่นใจพอที่จะอัดฉีดเงินก้อนใหม่ให้


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...