เอเจนซีส์ – ไอร์แลนด์เฉลิมฉลองผลการลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ ที่ออกมาว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบกับการอนุญาตให้ชาวรักร่วมเพศสามารถแต่งงานกันได้แบบเดียวกับคู่ชายจริงหญิงแท้ ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติทางสังคมครั้งใหญ่ และสัญญาณเตือนคริสตจักรคาทอลิกที่เคยมีอิทธิพลอย่างสูงต่อชีวิตผู้คนประเทศนี้ ว่าถึงเวลาต้อง “ตรวจสอบความเป็นจริง” เพื่อให้ตามทันการเปลี่ยนแปลงในสังคม
ผู้ออกเสียง “เห็นด้วย” เฉลิมฉลองอย่างครึกครื้นตั้งแต่คืนวันเสาร์ (23) หลังผลการนับคะแนนออกมาว่า ชาวไอริช 62% สนับสนุนการแต่งงานของคนเพศเดียวกัน ส่วนที่คัดค้านมีเพียง 38%
ผู้สนับสนุนมากมายต่างแสดงความยินดีผ่านทวิตเตอร์พร้อมแฮชแท็ก #WeMadeHistory ในจำนวนนี้รวมถึงนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนแห่งอังกฤษ และรองประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐฯ ที่มีเชื้อสายไอริช
ไอร์แลนด์นับเป็นประเทศแรกที่การแต่งงานของชาวเกย์/เลสเบี้ยน ได้รับอนุมัติจากการลงประชามติ ทั้งนี้สืบเนื่องจากการรับรองเรื่องนี้จะต้องแก้ไขอุปสรรคที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญของประเทศ และจะทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ก็ต้องขอประชามติจากประชาชนเสียก่อน
หลังจากนี้แล้วรัฐสภาจะต้องดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญและออกกฎหมายรองรับตามผลประชามติ โดยคาดกันว่าภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ไอร์แลนด์ซึ่งจวบจนกระทั่งถึงปี 1993 การเป็นพวกรักร่วมเพศยังถูกถือเป็นการประกอบอาชญากรรมอยู่เลย ก็จะเป็นประเทศที่ 19 ในโลกที่อนุญาตให้คนเพศเดียวกันแต่งงานกันได้ ขณะที่พฤติกรรมรักร่วมเพศยังเป็นสิ่งต้องห้ามและผิดกฎหมายในประเทศจำนวนมาก
ไนออล โอคอนเนอร์ จากไอริช อินดิเพนเดนต์ หนังสือพิมพ์ที่ขายดีที่สุดในไอร์แลนด์ ชี้ว่า หนุ่มสาวและสื่อสังคมมีบทบาทสำคัญมากในการขับเคลื่อนแคมเปญนี้ ซึ่งถือเป็นการท้าทายอิทธิพลที่ครั้งหนึ่งเคยมั่นคงแข็งแรงอย่างยิ่งของศาสนาจักรคาทอลิกที่สอนว่า พฤติกรรมรักร่วมเพศเป็นบาป
ทั้งนี้ มีเขตเลือกตั้ง 42 เขตจากทั้งหมด 43 เขตทั่วประเทศ โหวตสนับสนุนมตินี้ โดยมีผู้ออกไปใช้สิทธิ์ถึง 60% ซึ่งถือว่าสูงกว่าการทำประชามติครั้งก่อนๆ
แคมเปญนี้ได้รับการสนับสนุนท่วมท้นจากพรรคการเมืองทุกพรรค บริษัทขนาดใหญ่ รวมถึงบรรดาเซเลบไอริช อาทิ ยูทู วงร็อกไอริชที่โด่งดังไปทั่วโลก ที่โพสต์ภาพบนอินสตาแกรมพร้อมวลี “In the name of love...” ซึ่งเป็นชื่อหนึ่งในเพลงฮิตเพลงของวง
ผู้สนับสนุนเหล่านี้มีความคาดหวังร่วมกันว่า นี่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของไอร์แลนด์จากที่ถูกมองมาตลอดว่า เป็นประเทศที่มีความเป็นอนุรักษนิยมทางสังคมเข้มข้นที่สุดในยุโรปตะวันตก
การอนุญาตให้คนเพศเดียวกันสมรสกันได้ตามกฎหมายถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในไอร์แลนด์ ที่ซึ่งศาสนจักรคาทอลิกเคยมีอิทธิพลอย่างมาก ชาวไอริชส่วนใหญ่ยังคงบอกว่า ตนเป็นคาทอลิก และกฎหมายไอร์แลนด์ยังห้ามการทำแท้ง ยกเว้นกรณีที่เป็นอันตรายต่อชีวิตมารดา
ทว่า อิทธิพลของศาสนจักรลดลงอย่างชัดเจนในช่วงหลายปีมานี้ ท่ามกลางความพยายามในการแยกศาสนจักรออกจากอาณาจักร และข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการที่พวกบาทหลวงล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กชายที่เกิดขึ้นหลายครั้งและทำให้วงการศาสนาแปดเปื้อน
ไดอาร์มิด มาร์ติน อาร์กบิชอปแห่งดับลิน ให้สัมภาษณ์สถานีทีวีอาร์ทีอีว่า อาจถึงเวลาแล้วที่คริสตจักรจะต้องทบทวนตัวเองโดยยึดตามความเป็นจริงว่าศาสนจักรตัดขาดโดยสิ้นเชิงจากคนหนุ่มสาวหรือไม่ พร้อมสำทับว่า สิทธิของคนรักร่วมเพศควรได้รับการเคารพโดยที่นิยามของการแต่งงานยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง


