เอเอฟพี - เจ้าหน้าที่กัมพูชาเปิดเผยในวันอาทิตย์ (15 มิ.ย.) ว่า มีชาวกัมพูชามากกว่า 110,000 คนที่หลบหนีจากไทยกลับประเทศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยความหวาดกลัวว่าจะมีการปราบปรามกวาดล้างแรงงานผิดกฎหมาย ภายหลังฝ่ายทหารทำรัฐประหารยึดอำนาจในประเทศไทย
แรงงานจากกัมพูชา ลาว และพม่า นั้น มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมหลายแขนงของไทย เป็นต้นว่า อาหารทะเล การเกษตร และการก่อสร้าง แต่พวกเขามักไม่มีใบอนุญาตทำงานอย่างถูกต้องจากทางการ
เมื่อวันพุธ (11) ที่ผ่านมา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ทำรัฐประหารยึดอำนาจปกครองตั้งแต่ปลายเดือนที่ผ่านมา ได้แสดงท่าทีว่าจะจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว
เกาะ สม สะรึต ผู้ว่าการจังหวัดบานเตียเมียนเจย ซึ่งเป็นที่ตั้งของจุดผ่านแดนสำคัญที่สุดตรงแนวพรมแดนกัมพูชา-ไทย บอกกับเอเอฟพีทางโทรศัพท์ว่า เวลานี้แรงงานชาวกัมพูชากำลังเดินทางกลับกันเป็นจำนวนมากราวกับเขื่อนแตก ชนิดที่ไม่เคยพบเห็นกันมาก่อนในอดีตที่ผ่านมา
เขาระบุว่า ตลอดสัปดาห์ที่แล้วมีชาวกัมพูชาอพยพกลับมาจากไทยมากกว่า 110,000 คนแล้ว เมื่อนับจนถึงตอนเช้าวันอาทิตย์ (15) โดยที่จำนวนมากเดินทางมาถึงชายแดนด้วยการที่ทหารไทยจัดหารถให้
“พวกเขาบอกว่ากลัวจะถูกจับกุมหรือถูกยิงทิ้ง ถ้าหากไม่หลบหนีเมื่อเจ้าหน้าที่ไทยเข้าไปตรวจค้นที่พักอาศัยของพวกเขา” ผู้ว่าการจังหวัดบานเตียเมียนเจย กล่าวต่อและชี้ว่า “แรงงานอพยพเหล่านี้ส่วนใหญ่เข้าไปทำงานในประเทศไทยโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน”
สำหรับทางการกัมพูชานั้น ได้จัดรถบรรทุกทหารเกือบ 300 คัน มารับแรงงานจากด่านอรัญประเทศ-ปอยเปต เดินทางกลับสู่ภูมิลำเนา ผู้ว่าการจังหวัดบานเตียเมียนเจย ระบุ
เอเอฟพีได้สัมภาษณ์ เจีย เตีย แรงงานหญิงชาวกัมพูชาวัย 33 ปีที่ทำงานในภาคก่อสร้าง เธอเล่าว่าเดินทางกลับกัมพูชามาได้ 2 วันแล้ว โดยมากับขบวนรถ 20 คันซึ่งทางการไทยจัดหามา และกล่าวว่าตัวเธอเองตัดสินใจเดินทางกลับด้วย หลังจากได้เห็นเพื่อนร่วมชาติจำนวนมากพากันอพยพออกจากเมืองไทย
“ผู้อพยพเขมรกำลังกลับบ้านกันทั้งนั้น พวกเรากลัวกันมาก” เธอกล่าวขณะอยู่ที่บ้านของพ่อแม่ในจังหวัดพระตะบอง พร้อมกับบอกว่า “เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ฉันก็อาจจะกลับไปใหม่”
เจ้าหน้าที่ทหารของไทยยังไม่ได้ให้ความเห็นใดๆ ในตอนนี้ เรื่องที่มีแรงงานต่างชาติจำนวนมากอพยพหลบหนีกลับประเทศ
ก่อนหน้านั้นในวันพุธ (11) พ.อ.(หญิง) ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ได้เคยแถลงว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติมองว่าคนงานอพยพผิดกฎหมายจัดเป็น “ภัยคุกคาม” สืบเนื่องจากคนเหล่านี้มีกันเป็นจำนวนมาก และยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนใดๆ มาดำเนินการกับพวกเขา จึงอาจนำไปสู่การเกิดปัญหาสังคมขึ้นมา
ต่อมาในวันศุกร์ (13) นายเสข วรรณเมธี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศได้แถลงปฏิเสธข่าวลือที่ว่า กองทัพไทยกำลังจับกุมแรงงานอพยพกัมพูชาผิดกฎหมายและกำลังสั่งเนรเทศคนเหล่านี้
“ข่าวลือดังกล่าวเป็นสาเหตุทำให้มีแรงงานกัมพูชาผิดกฎหมายจำนวนมากมารายงานตัวและขอจดทะเบียนกับทางหน่วยราชการไทย” นายเสขระบุ พร้อมกับกล่าวต่อไปว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของไทยได้ “ให้ความร่วมมือ” ด้วยการจัดหายานพาหนะขนส่งพวกเขากลับบ้าน
ทางด้าน โสม จันเคีย ผู้ประสานงานกลุ่มสิทธิมนุษยชนกัมพูชาที่มีชื่อว่า ADHOC ซึ่งได้พบปะกับแรงงานอพยพที่เดินทางกลับบ้านจำนวนหนึ่งที่ด่านชายแดน แถลงว่า มีแรงงานอพยพเดินทางกลับประเทศเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน
“พวกเขากำลังเดินทางกลับประเทศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แรงงานอีกหลายพันคนเดินทางมาถึงปอยเปตในเช้านี้” เจ้าหน้าที่ผู้นี้ กล่าว
ประมาณการกันว่า มีแรงงานอพยพเข้ามาอาศัยในไทยมากกว่า 2 ล้านคน โดยในอดีตที่ผ่านมา ทางการมักเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เนื่องจากประเทศไทยก็ต้องการแรงงานเหล่านี้ในเวลาที่เศรษฐกิจกำลังรุ่งเรืองเฟื่องฟู
แต่ในตอนนี้ ไทยกำลังอยู่ตรงปากเหวของภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยที่ในไตรมาสแรกของปีนี้อัตราการเติบโตของจีดีพีอยู่ในระดับติดลบ 2.1%
ฝ่ายทหารของไทยนั้นมีการพูดถึงแนวความคิดที่จะจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นในบริเวณพรมแดน เพื่อจะได้สามารถบริหารจัดการเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายของแรงงานอพยพได้ดียิ่งขึ้น ทว่าในเวลานี้ยังไม่ได้มีรายละเอียดเป็นรูปธรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้


