เอเจนซีส์ - ท่าอากาศยานานาชาติกรุงไนโรบี ของประเทศเคนยา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางอากาศใหญ่ที่สุดในแอฟริกาตะวันออก ได้รับความเสียหายอย่างหนักหลังถูกเพลิงเผานานกว่า 4 ชั่วโมงเมื่อเช้าวันพุธ (7 ส.ค.) ทำให้ต้องปิดให้บริการ คาดส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารนับหมื่นและเที่ยวบินจำนวนมากทั่วทั้งภูมิภาคตลอดจนพื้นที่อื่นๆ เบื้องต้นไม่พบสัญญาณการก่อการร้าย แต่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้
ไมเคิล คาโม รัฐมนตรีคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานของเคนยาแถลงว่า เหตุการณ์ไฟไหม้คราวนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 5.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ในส่วนตรวจคนเข้าเมืองของห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า อย่างไรก็ดี ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเพียง 2 คนที่สำลักควัน
ขณะที่ มูตี เออริงโก เจ้าหน้าที่อาวุโสของกระทรวงมหาดไทยยืนยันว่า ทางการรับมือสถานการณ์อย่างดีที่สุด และสำทับว่า ส่วนผู้โดยสารขาเข้าและตรวจคนเข้าเมืองเสียหายทั้งหมด นับเป็นเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งรุนแรงที่สุดที่เกิดขึ้นกับสนามบินแห่งนี้
กระทรวงมหาดไทยของเคนยานั้น ถูกบีบให้ออกคำแถลงขอร้องผู้ขับขี่ยวดยานบนท้องถนนที่มีการจราจรคับคั่งในไนโรบี เมืองหลวงของประเทศ ให้เปิดทางแก่รถขนน้ำไปยังสนามบิน หลังจากน้ำที่ใช้ดับเพลิงใกล้หมด
ทางด้านประธานาธิบดีอูฮูรู เคนยัตตา บุตรชายของผู้นำคนแรกของเคนยา โจโม เคนยัตตา เดินทางไปยังที่เกิดเหตุเพื่อประเมินความเสียหาย ทั้งนี้สนามบินแห่งนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ท่าอากาศยานนานาชาติ โจโม เคนยัตตา” ตามชื่อบิดาของเขา
เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงครบรอบ 15 ปีการระเบิดสถานเอกอัครราชทูตอเมริกันในกรุงไนโรบีและในกรุงดาร์เอสซาลาม เมืองหลวงของแทนซาเนีย ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้นกว่า 224 คน อย่างไรก็ดี เบื้องต้นไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการก่อการร้าย ทว่า ยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้เช่นเดียวกัน
อัคคีภัยคราวนี้ยังมีขึ้นสองวันหลังจากเครื่องบินลำหนึ่งล่าช้าไปหลายชั่วโมง เนื่องจากหัวฉีดเติมเชื้อเพลิงเครื่องบินเสีย
ควันดำหนาทึบลอยคลุ้งเหนือท้องฟ้ากรุงไนโรบี ขณะที่ทีมกู้ภัยฉุกเฉินพยายามดับไฟ ผู้โดยสารหลายคนเล่าว่า หน่วยดับเพลิงรับมือสถานการณ์ล่าช้ามาก โดยกว่าจะสามารถควบคุมเพลิงได้ต้องใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง หลังจากนั้นยังมีเปลวไฟปะทุอยู่อีก 2 ชั่วโมง
การท่าอากาศยานเคนยาประกาศปิดสนามบินนานาชาติโจโม เคนยัตตาไม่มีกำหนด พร้อมระบุว่า สายการบินกำลังช่วยเหลือผู้โดยสารที่ติดค้าง ซึ่งหลายคนบ่นว่า ได้รับความช่วยเหลือน้อยมาก
ถึงแม้ในเวลาต่อมา มาโนอาห์ อีสิปิซู โฆษกประธานาธิบดีเคนยาได้ออกมาแถลงว่า กำลังพยายามทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับคืนสู่ภาวะปกติ โดยที่เที่ยวบินของเครื่องบินขนส่งและเที่ยวบินโดยสารภายในประเทศ จะกลับขึ้นลงได้ตามปกติตั้งแต่คืนวันพุธ อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการแจ้งกำหนดการเกี่ยวกับเที่ยวบินโดยสารระหว่างประเทศ
จากภาพข่าวที่เผยแพร่ทางทีวี แสดงให้เห็นโต๊ะเก้าอี้ภายในอาคารผู้โดยสารถูกเผาเป็นเถ้าถ่าน หลังคาอาคารยุบลงบางส่วน ส่วนพื้นก็เจิ่งนองไปด้วยน้ำจากการดับเพลิง
ท่าอากาศนานาชาติของกรุงไนโรบี ถือเป็นสนามบินที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดของแอฟริกาตะวันออก และมีฐานะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางอากาศของภูมิภาคนี้ การปิดให้บริการครั้งนี้จึงมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อนักเดินทางหลายหมื่นคน ตลอดจนเที่ยวบินทั่วทั้งภูมิภาคและภูมิภาคอื่นๆ โดยขณะนี้เที่ยวบินภายในประเทศต้องเปลี่ยนไปใช้สนามบินเมืองมอมบาซาแทน ขณะที่สภากาชาดเคนยาเผยว่า เที่ยวบินจำนวนมากถูกโอนไปยัง กรุงดาร์เอสซาลาม, ท่าอากาศยานเอนเทบเบในอูกันดา และเมืองเอลดอเรตและคิซูมูในเคนยา
เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศในแอฟริกาตะวันออก บริการภาคสาธารณะ เป็นต้นว่า ตำรวจและหน่วยดับเพลิงในเคนยา ต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนงบประมาณและอุปกรณ์ก็ล้าสมัย โดยอุปกรณ์จำนวนมากที่นำมาใช้ดับเพลิงครั้งนี้มาจากบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชน
ผู้โดยสารบางคนบอกว่า แปลกใจมากที่ไม่มีการสั่งปิดสนามบินให้รวดเร็วกว่าที่เกิดขึ้น เพื่อให้รถฉุกเฉินเข้าไปปฏิบัติภารกิจ ซ้ำมีรถดับเพลิงอยู่เพียง 1 หรือ 2 คันเท่านั้น
เดือนที่แล้ว เดลิเนชั่น หนังสือพิมพ์ใหญ่ที่สุดของเคนยารายงานว่า หน่วยดับเพลิงของไนโรบีอาจไม่มีรถดับเพลิงที่ใช้งานได้ไว้รับมือเหตุร้ายเลย เนื่องจากรถ 3 คันที่มีอยู่ได้ประมูลขายออกไปแล้วตั้งแต่ปี 2009 หลังจากประเทศไมได้จ่ายงบซ่อมเป็นจำนวน 1,000 ดอลลาร์ พร้อมระบุว่า รัฐบาลไม่คิดหยิบยื่นผลประโยชน์ให้ประชาชน แต่กลับจัดสรรงบซื้อบ้านพักหรูหราและรถคันโตให้เจ้าหน้าที่ระดับสูง


