xs
xsm
sm
md
lg

จนท.สหรัฐฯพบ 'กล่องดำ'-เร่งสอบสาเหตุเครื่องบินโบอิ้ง'เอเชียนา'ตกที่ซานฟรานฯ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เจ้าหน้าที่สอบสวนของคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการคมนาคมขนส่งแห่งชาติ (NTSB) ของสหรัฐฯ เข้าตรวจสอบซากเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 เที่ยวบินที่ 214 ของสายการบินเอเชียนาแอร์ไลนส์ ซึ่งตกกระแทกรันเวย์ขณะร่อนลงจอดที่สนามบินนานาชาติฟรานซานซิสโก
เอเจนซีส์ – เจ้าหน้าที่สหรัฐฯในวันอาทิตย์ (7ก.ค.) ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ที่บันทึกเอาไว้ใน “กล่องดำ” และเริ่มการสอบสวนกรณีเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200 ของสายการบินเอเชียนา แอร์ไลนส์ ตกกระแทกรันเวย์ขณะลงจอดที่สนามบินนานาชาติเมืองซานฟรานซิสโก ในสหรัฐฯเมื่อวันเสาร์ (6 ก.ค.) ส่งผลให้ผู้โดยสารเสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บอีกมากกว่า 180 คน

ผู้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเสาร์ (6) เล่าว่า หางของเครื่องบินดูเหมือนกระแทกกับรันเวย์ที่ยื่นออกไปในอ่าวซานฟรานซิสโกขณะลงจอด ทำให้ส่วนหางหลุดออก และเครื่องบินกระเด็นกระดอนรุนแรงก่อนเสียหลักไถลออกจากรันเวย์

ภาพจากผู้รอดชีวิตที่ถ่ายทันทีหลังจากเครื่องบินตกเผยให้เห็นผู้โดยสารที่รีบหนีออกจากซากเครื่อง ท่ามกลางควันหนาทึบพวยพุ่งออกจากส่วนลำตัวของเครื่องบิน ขณะที่ภาพจากทีวีแสดงภาพซากเครื่องบินไหม้ดำ ชิ้นส่วนกระจัดกระจาย และส่วนหลังคาหายไปเกือบหมด

ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดของอุบัติเหตุครั้งนี้ และต้องรอการสอบสวนรายละเอียดต่อไป แต่ เบนจามิน เลวี หนึ่งในผู้รอดชีวิต ให้สัมภาษณ์สถานีเอ็นบีซีว่า เขาเชื่อว่านักบินนำเครื่องลงต่ำเกินไปและเร็วเกินไป จากนั้นจึงพยายามนำเครื่องขึ้น แต่สายเกินไปเครื่องจึงกระแทกกับรันเวย์ และนักบินพยายามนำขึ้นเครื่องอีกครั้งและลงจอดใหม่แต่ก็กระแทกกับรันเวย์ซ้ำอีก

ทางด้านยุน ยังดู ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) ของเอเชียนา แอร์ไลนส์แถลงเมื่อวันอาทิตย์ (7) จากสำนักงานใหญ่ในโซลว่า สาเหตุของอุบัติเหตุไม่น่ามาจากเครื่องยนต์ หรือตัวเครื่องบินซึ่งจัดซื้อมาเมื่อเดือนมีนาคม 2006 แต่ขณะเดียวกันก็ไม่คิดว่า เป็นความผิดพลาดของนักบินหรือหอบังคับการบิน
เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการคมนาคมขนส่งแห่งชาติ (NTSB) ของสหรัฐฯ กับ “กล่องดำ” ที่ประกอบด้วยเครื่องบันทึกข้อมูลเที่ยวบิน กับเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน ของเที่ยวบิน 214 ของสายการบินเอเชียนา แอร์ไลนส์ ซึ่งกู้มาได้แล้ว ณ ห้องแล็ปของ NTSB ในกรุงวอชิงตัน
ส่วนอีริก ไวส์ ซึ่งทำหน้าที่โฆษกให้คณะกรรมการความปลอดภัยด้านการคมนาคมขนส่งแห่งชาติ (NTSB) กล่าวในเวลาต่อมาว่า ได้พบ “กล่องดำ” ของเครื่องบิน ซึ่งก็คือเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบินและเครื่องบันทึกข้อมูลเที่ยวบินแล้ว และได้จัดส่งไปยังกรุงวอชิงตันเพื่อการตรวจวิเคราะห์ต่อไป ทางด้านสำนักงานการบินของสหรัฐฯ ก็เข้าทำการสอบสวนอุบัติเหตุครั้งนี้ด้วย เช่นเดียวกับคณะผู้สอบสวนของเกาหลีใต้ที่กำลังเดินทางไปยังซานฟรานซิสโก

เดเบอราห์ เฮอร์สแมน ประธานของเอ็นทีเอสบี กล่าวในรายการ “มีท เดอะ เพรส” ของเครือข่าวโทรทัศน์เอ็นบีซี ในวันอาทิตย์ว่า เวลานี้ยังไม่มีเครื่องบ่งชี้ใดๆว่ามีพฤติการณ์อันเป็นอาชญากรรมในอุบัติเหตุคราวนี้ ทว่ายังเร็วเกินไปที่จะวินิจฉัยว่าความผิดพลาดเกิดมาจากสาเหตุใด

ส่วนสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) แถลงในวันเสาร์ว่า ไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่า เครื่องบินตกครั้งนี้เป็นฝีมือขบวนการก่อการร้าย

สายการบินเอเชียนาให้รายละเอียดว่า เที่ยวบินดังกล่าวประกอบด้วยผู้โดยสาร 291 คน เป็นชาวจีน 141 คน, เกาหลีใต้ 77 คน และอเมริกัน 61 คน และยังมีลูกเรืออีก 16 คน โดยออกเดินทางจากเซี่ยงไฮ้ และแวะรับผู้โดยสารที่โซลก่อนมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางคือซานฟรานซิสโก อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 คนซึ่งเป็นวัยรุ่นชาวจีนทั้งคู่ที่นั่งอยู่ที่ส่วนท้ายของเครื่อง

ครั้งนี้นับเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งที่ 2 ในรอบ 25 ปีของเอเชียนา หลังจากเครื่องโบอิ้ง 737 ตกในเทือกเขาในเกาหลีใต้เมื่อปี 1993 และมีผู้เสียชีวิต 68 คน

เจ้าหน้าที่อาวุโสผู้หนึ่งของสายการบินเผยว่า นักบินที่หนึ่งของเที่ยวบินนี้คือ ลี จองมิน เป็นนักบินที่มีประสบการณ์และทำงานกับเอเชียนามาโดยตลอด เขาเป็นนักบิน 1 ใน 4 คนที่สลับกันทำหน้าที่กะละ 2 คนในเที่ยวบินที่กินเวลารวม 10 ชั่วโมง

เดล คาร์นส์ ผู้ช่วยรองผู้อำนวยการแผนกดับเพลิงซานฟรานซิสโก เผยว่า มีผู้เสียชีวิต 2 คน และ 49 คนถูกนำส่งโรงพยาบาลทันทีเนื่องจากได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนอีก 132 คนถูกนำส่งโรงพยาบาลหลังจากนั้นโดยได้รับบาดเจ็บปานกลางถึงเล็กน้อย

เหตุเครื่องบินตกครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับเครื่องโบอิ้ง 777 ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ได้รับความนิยมที่สุดรุ่นหนึ่งสำหรับการบินระยะไกลที่ใช้เวลาตั้งแต่ 12 ชั่วโมงขึ้นไป รวมทั้งเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งแรกของสายการบินพาณิชย์ที่เกิดขึ้นในอเมริกา นับจากเที่ยวบินภายในประเทศของคอลแกน แอร์ตกในนิวยอร์กเมื่อปี 2009

สนามบินนานาชาติซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นฮับหลักของชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯและเป็นเกตเวย์สู่เอเชีย ต้องปิดให้บริการหลายชั่วโมงหลังเหตุเครื่องบินตก และโอนเที่ยวบินจำนวนมากไปยังลอสแองเจลีส ซีแอตเติล โอคแลนด์ และซานโฮเซ อย่างไรก็ดี สนามบินเริ่มเปิดให้ใช้รันเวย์ 2 รันเวย์ในช่วงบ่ายวันเสาร์