เอเอฟพี - องค์กรตำรวจลับเกาหลีเหนือซึ่งประกอบด้วยหลายหน่วยงานที่ต่างแข่งขันกันเองจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการปฏิรูปประเทศในอนาคต ผลการศึกษาซึ่งเผยแพร่วันนี้ (19) ระบุ
กลุ่มนักสิทธิมนุษยนชนเผยผลวิจัยว่า ด้วยระบบบริหารในรัฐเผด็จการเกาหลีเหนือ ซึ่งพบว่า รัฐบาลยังคงกุมอำนาจเบ็ดเสร็จและตรวจตราการใช้ชีวิตของพลเมืองอย่างเข้มงวด เพื่อปราบปรามบุคคลที่อาจหาญท้าทายอำนาจผู้นำ
“ชาวเกาหลีเหนือต้องเผชิญแรงกดดันซึ่งแทบไม่มีสังคมใดเคยประสบมาก่อน ในช่วงศตวรรษที่แล้วมา” แอนดรูว์ แนตเซียส หนึ่งในประธานคณะกรรมการว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือ ณ กรุงวอชิงตัน ให้สัมภาษณ์
รายงานฉบับนี้ถูกเผยแพร่หลังจากที่ คิม จอง อึน ซึ่งเป็นผู้ปกครองเกาหลีเหนือรุ่นที่ 3 เดินหน้ากระชับอำนาจในมือด้วยการสถาปนาตนเองขึ้นเป็น “จอมพล” แห่งกองทัพ
คณะกรรมการว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือ ระบุว่า หน่วยงานความมั่นคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ คิม สามารถกุมอำนาจสูงสุดไว้ได้ โดยหน่วยงานเหล่านี้จะคอยตรวจตราสถานการณ์ชายแดน, จับตากิจกรรมของพลเมืองตามท้องตลาด และดักฟังโทรศัพท์ เป็นต้น
“ต่อให้ คิม จอง อึน ต้องการปฏิรูประบบการเมืองเกาหลีเหนือ เขาก็จะต้องสู้กับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงที่มุ่งกำจัด จับกุม และปราบปรามทุกคนที่เป็นภัยต่อการสืบทอดอำนาจของตระกูลคิม” โรเบอร์ตา โคเฮน ประธานร่วมของคณะกรรมการ ระบุในถ้อยแถลงที่แนบมากับรายงาน
เค็น โกส จากสถาบันวิจัยซีเอ็นเอ ซึ่งเป็นผู้เรียบเรียงงานวิจัย ระบุว่า เกาหลีเหนือมีหน่วยงานด้านความมั่นคงหลักๆ 3 แห่ง ซึ่งมีอำนาจทับซ้อนกันในบางครั้ง และหมายความว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้ต่างสอดส่องการทำงานของกันและกันด้วย
หนึ่งในองค์กรที่ทรงอำนาจมากที่สุด คือ สำนักงานความมั่นคงแห่งรัฐ (State Security Department) ซึ่งมีบุคลากรราว 50,000 คนทั่วประเทศ ทำหน้าที่ควบคุมเรือนจำที่กักขังพลเมืองผู้มีแนวคิดไม่เหมาะสม
สำนักงานความมั่นคงแห่งรัฐปราศจากผู้อำนวยการมาตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 1980 หลังจากที่ผู้อำนวยการ รี ชิน-ซู เสียชีวิตลง แต่มีรายงานว่า อดีตผู้นำคิม จอง อิล เป็นผู้กำกับดูแลองค์กรนี้โดยตรง และยังไม่ทราบแน่ชัดว่า คิม จอง อึน ซึ่งปกครองเกาหลีเหนือต่อจากบิดา ได้เข้ามาควบคุมองค์กรนี้ด้วยตนเองหรือไม่
อีกหน่วยงานหนึ่งซึ่งมีบทบาทสำคัญในเกาหลีเหนือก็คือ กระทรวงความมั่นคงแห่งประชาชน หรือตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีบุคลากรถึง 210,000 คน คอยทำหน้าที่ดักตรวจเอกสารในตัวพลเมือง
อดีตเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือคนหนึ่งเผยว่า สำนักงานความมั่นคงแห่งรัฐในแต่ละเขตจะมีเอกสารเกี่ยวกับประชาชนทุกราย ดังนั้นพวกเขาจึงทราบทุกอย่างเกี่ยวกับชีวิตและประวัติของพลเมือง
องค์กรสำคัญแห่งที่สามได้แก่ กองบัญชาการความมั่นคงทางทหาร ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกองทัพ และมีหน้าที่สืบหาบุคคลที่ไม่จงรักภักดี หรือคิดก่อการปฏิวัติล้มล้างระบอบคิม


