เอเจนซี - ฆาตกรผู้วางระเบิดสำนักงานรัฐบาลนอร์เวย์ และก่อเหตุกราดยิงประชาชนในค่ายเยาวชนเมื่อวันศุกร์ (22) ยกย่องญี่ปุ่นเป็นประเทศต้นแบบที่ไม่หลงไปกับกระแสหลากวัฒนธรรม สำนักข่าวเกียวโด รายงาน
เอกสารออนไลน์ความยาว 1,500 หน้าที่ อันเดอร์ส เบห์ริง ไบรวิก โพสลงอินเทอร์เน็ตก่อนจะไปก่อวินาศกรรมสะท้านเมือง ระบุว่า เขามีภารกิจต้องปกป้องยุโรปจากภัยร้ายของอิสลาม, ผู้อพยพ และกระแสหลากวัฒนธรรมที่กำลังแผ่ขยายไปทั่ว
สำนักข่าวเกียวโด รายงานว่า ไบรวิก สรรเสริญแดนอาทิตย์อุทัยที่ไม่อนุญาตให้มุสลิมย้ายเข้าประเทศมากเกินไป แม้ว่าญี่ปุ่นจะไม่มีกฎหมายคว่ำบาตรศาสนา หรือเชื้อชาติใดเป็นการเฉพาะก็ตาม
การอพยพเข้าประเทศถือเป็นประเด็นละเอียดอ่อนในญี่ปุ่น ซึ่งพลเมืองส่วนใหญ่ เกรงว่า ชาวต่างชาติอาจนำมาซึ่งอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้น และบั่นทอนความกลมกลืนในสังคม ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องเปิดรับคนภายนอกเพื่อบรรเทาการลดลงของประชากร และอัตราชราภาพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ
ฝ่ายนิติบัญญัติของพรรคการเมืองใหญ่ต่างสนับสนุนมาตรการเปิดรับชาวต่างชาติ แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการอย่างจริงจัง เพราะเกรงจะเสียคะแนนนิยมจากประชาชน
ปัจจุบันมีชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นเพียง 1.7 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด โดยส่วนใหญ่เป็นชาวจีนและชาวเกาหลี ซึ่งเป็นลูกหลานของผู้อพยพที่ถูกเกณฑ์เข้ามาในญี่ปุ่นก่อนคาบสมุทรเกาหลีจะพ้นจากการเป็นอาณานิคมในปี 1945
ไบรวิก เขียนไว้ด้วยว่า อยากพบอดีตนายกรัฐมนตรี ทาโร อาโสะ ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนักการเมืองสายอนุรักษนิยมขวาจัดที่เคยให้สัมภาษณ์อย่างภาคภูมิในปี 2005 ว่า ญี่ปุ่นมีเพียง “หนึ่งชาติ, หนึ่งอารยธรรม, หนึ่งภาษา, หนึ่งวัฒนธรรม และหนึ่งเชื้อชาติ” ทั้งยังกล่าวชื่นชมเกาหลีใต้ที่เปิดรับนักศึกษาต่างชาติน้อย
ไบรวิก รับสารภาพว่า เป็นผู้วางระเบิดหน้าสำนักนายกรัฐมนตรี เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก เมื่อวันศุกร์ (22) ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย จากนั้นจึงขับรถไปที่เกาะอูเทอยา ก่อนจะกราดยิงประชาชนในค่ายเยาวชนของพรรคเลเบอร์เสียชีวิตไปอีก 68 ราย