เพรสส์ทีวี/ASTVผู้จัดการออนไลน์ - ฮูโก ชาเวซ ผู้นำเวเนซุเอลา กล่าวหาสหรัฐอเมริกา เป็นต้นตอของหายนะในเฮติ จากการทดสอบอาวุธ อันก่อให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่คร่าชีวิตพลเรือนนับแสนคนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
แผ่นดินไหว 7.0 ริกเตอร์ เขย่าเฮติ เมื่อวันที่ 12 มกราคม สังหารชีวิตพลเรือนไปราว 100,000 ถึง 200,000 คน และในขณะที่เฮติกำลังมองหาความช่วยเหลือขั้นพื้นฐานจากทั่วโลก ทางการได้ยอมรับว่าภัยคุกคามที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้รอดชีวิตคืออาการบาดเจ็บที่ไม่ได้รับการรักษาและโรคติดต่อที่เริ่มระบาดไปทั่ว
ตามหลังเหตุแผ่นดินไหว ความช่วยเหลือด้านมนุษยชนถูกส่งมาจากทั่วทุกมุมโลก อย่างไรก็ตามเฮติกลับต้องประสบความปัญหาด้านความรุนแรงและปล้นชิงสิ่งของ เหตุเพราะความช่วยเหลือไม่เพียงพอต่อประชาชนผู้ไร้ที่อยู่อาศัยหลายแสนคน
ชาเวซ กล่าวว่าเหตุแผ่นดินไหวครั้งกระหายเลือดนี้ เกิดขึ้นตามหลังการทดสอบ "อาวุธแห่งแผ่นดินไหว" ใกล้ชายฝั่งเฮติ อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้แจกแจงแหล่งข่าวที่ใช้กล่าวหาสหรัฐฯครั้งนี้
ก่อนหน้านี้ ชาเวซ เคยออกมากล่าวหาสหรัฐฯว่าฉวยโอกาสรุกรานเฮติ โดยใช้ "หายนะทางธรรมชาติ" บังหน้า หลังจากกองกำลังอเมริกาอย่างน้อย 11,000 นาย กระจายกำลังไปทั่วประเทศเพื่อรักษาความปลอดภัยต่อกระบวนการแจกจ่ายเครื่องบรรเทาทุกข์แก่ประชาชน
ด้านสื่อมวลชนของเวเนซุเอลา รายงานว่าแผ่นดินไหวเขย่าเฮติ "อาจเกี่ยวเนื่องกับโครงการ HAARP ระบบที่สามารถก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรุนแรงและแบบไม่คาดฝัน"
ทั้งนี้โครงการ HAARP(High Frequency Active Auroral Research Project) คือศูนย์วิจัยไอโอโนสเฟียร์ในมลรัฐอะแลสกา มีจุดมุ่งหมายสำรวจทรัพยากรชั้นบรรยากาศโลก เพื่อพัฒนาระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม
อย่างไรก็ตามในปี 1997 วิลเลียม โคเฮน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯขณะนั้น แสดงความกังวลต่อเครื่อง HAARP นี้ ในกรณีที่มันสามารถก่อความเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ จุดชนวนแผ่นดินไหวและควบคุมการปะทุของภูเขาไฟด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
HAARP เป็นโครงการทดลองทางวิทยาศาตร์ของรัฐบาลสหรัฐเพื่อสร้างและควบคุมสภาพ ภูมิอากาศโดยการยิงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าความถี่ขึ้นไปที่ชั้นบรรยากาศไอโอโนสเฟียร์ แล้วให้สะท้อนกลับมายังพื้นผิวโลก ไปยังเป้าหมายที่ต้องการ ในจำนวนนั้นรวมไปถึงส่งพลังงานนั้นลงไปสู่ชั้นหินใต้ดินเพื่อก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนหรือแผ่นดินไหวนั่นเอง
อนึ่งเครื่อง HARRP นี้ ยังสามารถประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีร่วมกับดาวเทียม และเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อควบคุมกระแสลมกรด ซึ่งเป็นกุญแจของธรรมชาติที่จะนำพากลุ่มเมฆ น้ำฝน ความร้อน ความแห้งแล้งและความหนาวเย็น และอื่นๆ อีกมาก


