เอเจนซี – หญิงชราชาวอังกฤษซึ่งเชื่อว่าเป็น 1 ใน 2 ผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายจากโศกนาฎกรรมเรือไททานิคล่มเมื่อปี 1912 ได้เสียชีวิตลงแล้วด้วยวัย 96 ปีเมื่อเดือนที่ผ่านมา
ปีเตอร์ วิสิค ญาติของบาร์บารา เวสต์ เดนตัน ผู้รอดชีวิตจากโศกนาฎกรรมเรือไททานิค กล่าวว่า เดนตันได้เสียชีวิตที่สถานรับเลี้ยงคนชราในเมืองแคมบอร์นของอังกฤษเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ซึ่งงานศพของเธอได้ถูกจัดขึ้นที่โบสถ์ทรูโรเมื่อวันจันทร์ (5) ที่ผ่านมา
คาเรน คามูดา เจ้าหน้าที่จากสมาคมประวัติศาสตร์ไททานิคในเมืองอินเดียน ออร์ชาร์ด รัฐแมสซาชูเซ็ตส์ กล่าวว่า เดนตันไม่ต้องการที่จะเป็นข่าว จึงได้แจ้งความประสงค์ก่อนที่จะเสียชีวิตว่าขอให้งานศพของเธอผ่านพ้นไปก่อนที่จะมีการเปิดเผยเรื่องราวของเธอต่อสาธารณชน
สมาคมประวัติศาสตร์ไททานิค ระบุว่า อลิซาเบธ กลาดีย์ส “มิลล์วินา” ดีน จากเมืองเซาแธมป์ตันของอังกฤษ ซึ่งมีอายุได้เพียง 2 เดือนขณะเกิดโศกนาฎกรรมเรือไททานิค กลายเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน
ก่อนหน้านี้ลิลเลียน เกอร์ทรูด แอสพลันด์ หญิงชราซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายที่เป็นชาวอเมริกัน ได้เสียชีวิตขณะมีอายุได้ 99 ปีที่รัฐแมสซาซูเซ็ตส์เมื่อปีที่แล้ว
ทั้งนี้เดนตันเกิดในเมืองบอร์นมัธ ทางตอนใต้ของอังกฤษเมื่อปี 1911 ซึ่งขณะเกิดโศกนาฎกรรมดังกล่าว เธอยังเด็กเกินไปที่จะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ หลังเรือไททานิคได้แล่นไปชนภูเขาน้ำแข็งก้อนใหญ่ และจมลงสู่ใต้มหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อเดือนเมษายนปี 1912 ส่งผลให้ผู้โดยสารบนเรือเสียชีวิตกว่า 1,500 ราย รวมถึงเอ็ดวีย์ อาร์เธอร์ เวสต์ พ่อของเธอที่ได้ส่งเธอ พี่สาวและแม่ลงเรือเล็ก ก่อนที่จะโบกมือลาเธอเป็นครั้งสุดท้าย เนื่องจากบนเรือไททานิคไม่มีเรือเล็กพอสำหรับการช่วยชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือทั้ง 2,200 คน ขณะที่มีผู้รอดชีวิตซึ่งตัดสินใจกระโดดลงจากเรือ และลอยคออยู่ในน้ำทะเลที่เย็นยะเยือกไม่มากนัก


