หลังจากผ่านพ้นการหยั่งเสียงในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติมา 4 รอบ โดยไม่มีการพลิกล็อกแม้แต่ครั้งเดียว จึงทำให้เชื่อได้ว่า บัน คี มุน ผู้ซึ่งได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดในการลงคะแนนทุกรอบ กำลังจะเข้ามาเป็นเลขาธิการสหประชาชาติคนถัดไปแทนที่ โคฟี อันนัน ซึ่งกำลังจะหมดวาระลงแล้ว ด้วยเหตุนี้ ทางทีมงานผู้จัดการออนไลน์จึงใคร่ขอแนะนำประวัติส่วนตัวของว่าที่เลขาธิการยูเอ็นคนถัดไปให้ได้รู้จักกัน
คลิกชมภาพสไลด์โชว์ บัน คี มุน ได้ที่ไอคอน Manager Mutimedia


ประวัติส่วนตัว
บัน คี มุน วัย 62 ปี เกิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 1944 เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศและการค้าของเกาหลีใต้ตั้งแต่มกราคม 2004 เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติเกาหลีเมื่อปี 1970 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากสถานบันการปกครองจอห์น เอฟ เคเนดี มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในปี 1985 เขาสมรสกับนาง ยู ซุน แต็ก มีบุตรด้วยกัน 3 คน เป็นชาย 1 คนและหญิงอีก 2 คน
บัน คี มุน เริ่มงานนักการทูตในต่างประเทศเป็นครั้งแรกที่กรุงนิวเดลี อินเดีย หลังจากนั้นก็ไปทำงานในกองสหประชาชาติ ของกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ(ยูเอ็น) ต่อมาเขาได้รับตำแหน่งเลขานุการเอกในคณะผู้สังเกตการณ์ถาวรของเกาหลีใต้ประจำสหประชาชาติในนครนิวยอร์ก จากนั้นเขาก็ได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองสหประชาชาติ
นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่งในสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี ซี ถึง 2 ครั้ง โดยในช่วงคั่นกลางระหว่าง 2 ครั้งนี้ เขาได้ดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมกิจการอเมริกาในปี 1990-1992 และได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ ด้านการวางแผนโยบายและองค์การระหว่างประเทศในปี 1995 ด้วย หลังจากนั้น เขาก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในปี 1996 และเป็นรองรัฐมนตรีในปี 2000 สำหรับตำแหน่งสุดท้ายก่อนที่ บันคี มุน จะขึ้นเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ก็คือที่ปรึกษาด้านนโยบายการต่างประเทศของประธานาธิบดีโน มู เฮียน
ขณะดำรงตำแห่งเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำออสเตรีย ในปี 1999 บัน คี มุนได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการเตรียมการจัดตั้งองค์การสนธิสัญญาห้ามการทดลองนิวเคลียร์อย่างทั่วด้าน ในปี 2001 ระหว่างที่เกาหลีใต้ได้ตำแหน่งประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติสมัยประชุมที่ 56 บัน คี มุนได้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ของประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ
บัน คี มุน มีส่วนร่วมในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้อย่างแข็งขัน ในปี 1992 บัน คี มุน ทำหน้าที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการควบคุมนิวเคลียร์ร่วมกันระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายหลังเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ออกปฏิญญาร่วม ว่าด้วยการห้ามใช้อาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี ในเดือนกันยายนปี 2005 บัน คี มุน ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้แล้ว ได้แสดงบทบาทนำในความพยายามทางการทูต จนมีการออกแถลงการณ์ร่วม เรื่องการแก้ปัญหานิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ณ การเจรจา 6 ฝ่ายรอบที่ 4 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

ผู้สมัครลงชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2006 ที่ผ่านมา บัน คี มุน ได้ประกาศตัวเป็นผู้สมัครชิงชัยตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนถัดไปต่อจาก โคฟี อันนัน ที่กำลังจะหมดวาระลงในสิ้นปี 2006 นี้ โดยนับเป็นครั้งแรกที่ชาวเกาหลีใต้ลงแข่งขันชิงเก้าอี้เลขาธิการสหประชาชาติ
บัน คี มุน ได้รับคะแนนสูงสุดในการหยั่งเสียงอย่างไม่เป็นทางการที่จัดโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติทั้ง 4 ครั้ง (24 กรกฎาคม, 14 กันยายน, 28 กันยายน และ 2 ตุลาคม) ที่ผ่านมา โดยในการหยั่งเสียงครั้งที่ 4 นั้น บัน คี มุน ถือเป็นผู้สมัครเพียงคนเดียวที่ได้รับเสียงสนับสนุนจากชาติสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงทั้ง 5 ชาติที่มีสิทธิวีโต้ไม่รับรองผู้สมัครได้ และหลังจากทราบผลการลงคะแนนเสียง ซาซิ ธารูร์ ตัวเต็งอันดับ 2 ชาวอินเดียก็ได้ประกาศถอนตัวจากการแข่งขัน ก่อนที่ผู้สมัครรายอื่นๆ อย่างเจ้าชายจอร์แดน หรือ นายสุรเกีรยติ์ เสถียรไทยจะถอนตัวตามในเวลาต่อมา

บัน คี มุน ในสายตาของนักวิเคราะห์
บัน คี มุน ได้รับการคาดหมายจากบรรดานักวิเคราะห์ว่าเขาจะเป็นผู้นำสหประชาชาติที่ค่อนข้างเรื่อยเฉื่อย และไม่คาดหมายว่า เขาจะพยายามปฏิรูปโครงสร้างยูเอ็นจนถึงรากเหง้า โดยเฉพาะการเปลี่ยนโครงสร้างที่ให้อำนาจวีโต้แก่ 5 ชาติมหาอำนาจยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งดูไม่สอดคล้องกับโครงสร้างอำนาจในสมัยปัจจุบันแล้ว
นักวิจารณ์จำนวนมากในยุโรปมองว่า บัน คี มุน คือ ผู้สมัครของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงชาติอื่นๆ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะไม่อาจหาผู้สมัครอื่นซึ่งเหมาะสมกว่านี้ได้แล้ว และในฐานะที่เขาเป็นผู้สมัครที่วอชิงตันพอใจ พวกนักวิจารณ์จึงไม่คาดหวังว่าเขาจะกล้ายืนเผชิญหน้ากับวอชิงตัน และพยายามโปรโมตยูเอ็นให้เป็นตัวถ่วงดุลทางการเมืองกับสหรัฐฯ บนเวทีโลกได้
ทั้งนี้ แบร์ทรองด์ บาดี ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แห่งมหาวิทยาลัยซีอองส์โป อันมีชื่อเสียงยิ่งของฝรั่งเศสให้ความเห็นว่า บัน คี มุน เป็นคนค่อนข้างสงบเสงี่ยม ไม่มีบารมีดึงดูดใจเท่าใดนัก อีกทั้งดูไม่ได้มีโครงการชนิดกล้าฝันมาเสนอให้ยูเอ็น เมื่อเปรียบเทียบกับ โคฟี อันนัน ซึ่งมักถูกสหรัฐฯ วิพากษ์อยู่เป็นประจำ แต่สำหรับฝั่งยุโรปแล้วกลับแสดงความชื่นชมมากกว่า
คลิกชมภาพสไลด์โชว์ บัน คี มุน ได้ที่ไอคอน Manager Mutimedia
บัน คี มุน วัย 62 ปี เกิดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 1944 เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศและการค้าของเกาหลีใต้ตั้งแต่มกราคม 2004 เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติเกาหลีเมื่อปี 1970 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขารัฐประศาสนศาสตร์ จากสถานบันการปกครองจอห์น เอฟ เคเนดี มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ในปี 1985 เขาสมรสกับนาง ยู ซุน แต็ก มีบุตรด้วยกัน 3 คน เป็นชาย 1 คนและหญิงอีก 2 คน
บัน คี มุน เริ่มงานนักการทูตในต่างประเทศเป็นครั้งแรกที่กรุงนิวเดลี อินเดีย หลังจากนั้นก็ไปทำงานในกองสหประชาชาติ ของกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ(ยูเอ็น) ต่อมาเขาได้รับตำแหน่งเลขานุการเอกในคณะผู้สังเกตการณ์ถาวรของเกาหลีใต้ประจำสหประชาชาติในนครนิวยอร์ก จากนั้นเขาก็ได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองสหประชาชาติ
นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่งในสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ ประจำกรุงวอชิงตัน ดี ซี ถึง 2 ครั้ง โดยในช่วงคั่นกลางระหว่าง 2 ครั้งนี้ เขาได้ดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมกิจการอเมริกาในปี 1990-1992 และได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ ด้านการวางแผนโยบายและองค์การระหว่างประเทศในปี 1995 ด้วย หลังจากนั้น เขาก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในปี 1996 และเป็นรองรัฐมนตรีในปี 2000 สำหรับตำแหน่งสุดท้ายก่อนที่ บันคี มุน จะขึ้นเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ก็คือที่ปรึกษาด้านนโยบายการต่างประเทศของประธานาธิบดีโน มู เฮียน
ขณะดำรงตำแห่งเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำออสเตรีย ในปี 1999 บัน คี มุนได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการเตรียมการจัดตั้งองค์การสนธิสัญญาห้ามการทดลองนิวเคลียร์อย่างทั่วด้าน ในปี 2001 ระหว่างที่เกาหลีใต้ได้ตำแหน่งประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติสมัยประชุมที่ 56 บัน คี มุนได้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ของประธานสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ
บัน คี มุน มีส่วนร่วมในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้อย่างแข็งขัน ในปี 1992 บัน คี มุน ทำหน้าที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการควบคุมนิวเคลียร์ร่วมกันระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายหลังเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ออกปฏิญญาร่วม ว่าด้วยการห้ามใช้อาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี ในเดือนกันยายนปี 2005 บัน คี มุน ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้แล้ว ได้แสดงบทบาทนำในความพยายามทางการทูต จนมีการออกแถลงการณ์ร่วม เรื่องการแก้ปัญหานิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ณ การเจรจา 6 ฝ่ายรอบที่ 4 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2006 ที่ผ่านมา บัน คี มุน ได้ประกาศตัวเป็นผู้สมัครชิงชัยตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนถัดไปต่อจาก โคฟี อันนัน ที่กำลังจะหมดวาระลงในสิ้นปี 2006 นี้ โดยนับเป็นครั้งแรกที่ชาวเกาหลีใต้ลงแข่งขันชิงเก้าอี้เลขาธิการสหประชาชาติ
บัน คี มุน ได้รับคะแนนสูงสุดในการหยั่งเสียงอย่างไม่เป็นทางการที่จัดโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติทั้ง 4 ครั้ง (24 กรกฎาคม, 14 กันยายน, 28 กันยายน และ 2 ตุลาคม) ที่ผ่านมา โดยในการหยั่งเสียงครั้งที่ 4 นั้น บัน คี มุน ถือเป็นผู้สมัครเพียงคนเดียวที่ได้รับเสียงสนับสนุนจากชาติสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงทั้ง 5 ชาติที่มีสิทธิวีโต้ไม่รับรองผู้สมัครได้ และหลังจากทราบผลการลงคะแนนเสียง ซาซิ ธารูร์ ตัวเต็งอันดับ 2 ชาวอินเดียก็ได้ประกาศถอนตัวจากการแข่งขัน ก่อนที่ผู้สมัครรายอื่นๆ อย่างเจ้าชายจอร์แดน หรือ นายสุรเกีรยติ์ เสถียรไทยจะถอนตัวตามในเวลาต่อมา
บัน คี มุน ได้รับการคาดหมายจากบรรดานักวิเคราะห์ว่าเขาจะเป็นผู้นำสหประชาชาติที่ค่อนข้างเรื่อยเฉื่อย และไม่คาดหมายว่า เขาจะพยายามปฏิรูปโครงสร้างยูเอ็นจนถึงรากเหง้า โดยเฉพาะการเปลี่ยนโครงสร้างที่ให้อำนาจวีโต้แก่ 5 ชาติมหาอำนาจยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งดูไม่สอดคล้องกับโครงสร้างอำนาจในสมัยปัจจุบันแล้ว
นักวิจารณ์จำนวนมากในยุโรปมองว่า บัน คี มุน คือ ผู้สมัครของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงชาติอื่นๆ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะไม่อาจหาผู้สมัครอื่นซึ่งเหมาะสมกว่านี้ได้แล้ว และในฐานะที่เขาเป็นผู้สมัครที่วอชิงตันพอใจ พวกนักวิจารณ์จึงไม่คาดหวังว่าเขาจะกล้ายืนเผชิญหน้ากับวอชิงตัน และพยายามโปรโมตยูเอ็นให้เป็นตัวถ่วงดุลทางการเมืองกับสหรัฐฯ บนเวทีโลกได้
ทั้งนี้ แบร์ทรองด์ บาดี ศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แห่งมหาวิทยาลัยซีอองส์โป อันมีชื่อเสียงยิ่งของฝรั่งเศสให้ความเห็นว่า บัน คี มุน เป็นคนค่อนข้างสงบเสงี่ยม ไม่มีบารมีดึงดูดใจเท่าใดนัก อีกทั้งดูไม่ได้มีโครงการชนิดกล้าฝันมาเสนอให้ยูเอ็น เมื่อเปรียบเทียบกับ โคฟี อันนัน ซึ่งมักถูกสหรัฐฯ วิพากษ์อยู่เป็นประจำ แต่สำหรับฝั่งยุโรปแล้วกลับแสดงความชื่นชมมากกว่า


