เอเอฟพี - ศาลแดนภารตะตัดสินคดีเมื่อวันพุธ(26) สั่งปรับบริษัทเป๊ปซี่ กว่าสองพันดอลลาร์ หลังจากที่ผู้บริโภคคนหนึ่งร้องเรียนว่าเจอถุงยางอนามัยในขวดน้ำอัดลม
ชาวอินเดียชื่อว่า ซูเดช ชาร์มา ได้ยื่นฟ้องขอให้ลงโทษบริษัทเป๊ปซี่โค อินเดีย โฮล์ดิงส์ จำกัด โดยชาร์มาร้องเรียนว่า เขาได้ซื้อน้ำอัดลมเป๊ปซี่ จำนวนสองขวดจากร้านค้าแห่งหนึ่งในกรุงนิวเดลี เมื่อปี2003 แต่เมื่อเขาดื่มน้ำอัดลมหนึ่งในสองขวดนั้น ก็เริ่มมีอาการอาหารไม่ย่อยอย่างหนักและปวดศีรษะ ดังนั้น เขาจึงนำขวดดังกล่าวมาตรวจดูและพบว่ามีเศษผงและสิ่งเจือปนอยู่ในน้ำอัดลม
ยิ่งเมื่อเอาเป๊ปซี่ขวดที่สองที่ยังไม่ได้เปิดมาตรวจดู เขาก็รู้สึกช็อกเพราะพบว่ามีถุงยางอนามัยอยู่ในนั้น
สำนักข่าวเพรสทรัสต์แห่งอินเดียรายงานว่า ศาลคุ้มครองผู้บริโภคได้พิจารณาข้อร้องเรียนดังกล่าว และตัดสินให้เป๊ปซี่โคต้องจ่ายค่าเสียหายจำนวน100,000รูปี หรือประมาณ2,220ดอลลาร์ ให้แก่กองทุนดำเนินมาตรการช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้บริโภค อีกทั้งต้องจ่ายเงินจำนวน20,000รูปี หรือประมาณ444ดอลลาร์ ให้แก่ชาร์มาซึ่งเป็นผู้เสียหาย โดยศาลระบุในคำพิพากษาว่า คดีนี้เป็นกรณีที่น้อยนักจะเกิดขึ้นมา แต่ถือเป็นเรื่องร้ายแรงที่ส่งผลต่อสุขภาพของประชาชน
คำพิพากษาของ เคเค โชปรา อธิบดีศาลดังกล่าว บอกด้วยว่า คดีนี้ถือเป็นการเปิดหูเปิดตาให้กับผู้ใดก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตน้ำอัดลม และจำเป็นต้องรักษามาตรฐานความสะอาดตามที่ข้อกฎหมายกำหนด ในระหว่างการดำเนินธุรกิจ
ทว่า เป๊ปซี่ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ทำความผิดอะไร และจะขอสู้คดีต่อไป โดยแถลงว่าทางบริษัทมีมาตรการรักษาความบริสุทธิ์ของน้ำอัดลมและการบรรจุภัณฑ์อย่างเข้มงวดรัดกุมอยู่แล้ว ดังนั้นการตัดสินของศาลในครั้งนี้จึงถือเป็นเรื่องผิดพลาด และบริษัทจะดำเนินการอุทธรณ์คำตัดสินนี้
คำแถลงดังกล่าวยังระบุอีกว่า ปัจจุบันเป๊ปซี่กำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด พร้อมกับยังคงร่วมมือกับตำรวจและภาคอุตสาหกรรมเพื่อกำจัดผลิตภัณฑ์ลอกเลียนแบบที่วางขายในท้องตลาด


